“Defense of the Ancients” ชื่อที่กลายเป็นตำนาน สำหรับคนที่พึ่งเข้าสู่โลกของเกมใหม่ ๆ อาจจะไม่รู้จัก หรือไม่คุ้นหูซักเท่าไหร่ เเต่ถ้าหากบอกว่า “DotA” ละก็ เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักอย่างเเน่นอน นี่คือเกมที่ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมวลมนุษยชาติ ในฐานะเกมที่ทำให้โลกรู้จักกับคำว่า Multiplayer Online Battle Arena หรือ “MOBA” อย่างเเท้จริง เเม้ว่าจะไม่ใช่เกม MOBA เกมเเรกก็ตาม

เมื่อโลกก้าวต่อไป เกมต่าง ๆ ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นไปตามลำดับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุก ๆ เกม โดยที่หลายคนอาจไม่ได้สังเกตุคือ กำเเพงของสิ่งที่เรียกว่า “เเนวเกม” เริ่มค่อย ๆ พังทลายลง จาก MOBA เเท้ ๆ ก็เริ่มเป็น MOBA ที่เป็น MMORPG มากขึ้น จาก FPS สู่ Battle Royal ซึ่งได้มาจากการนำเเนวคิดของเกมเเนว Survival มาใส่ หรือเเม้เเต่ MOBA+Battle Royal ก็มีให้เห็นมาเเล้ว เมื่อเกมเมอร์ในปัจจุบันไม่ได้เล่นเเค่เกมสองเกมอีกต่อไป การผสมผสานกันของเเนวเกมต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาเกมพยายามทำมาโดยตลอด

เเละในวันนี้ Valve ก็ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำเกม Dota2 ของตน สร้างเป็นแบรนด์ใหม่ในชื่อ “Artifact” เกมการ์ดที่มีกลิ่นอายของเกมเเนว MOBA อยู่เต็มที่ เเละนี่คือบทความ Review : Artifact  เกมการ์ด Dota2 มาดูกันกว่าผลงานใหม่ของ Valve ชิ้นนี้จะเป็นอย่างไร จุดเด่น จุดที่น่าสนใจ เเละข้อสังเกตุที่ไม่ควรมองข้าม ว่าจะคุ้มค่ากับ 19.99 usd (675 บาท) ที่ต้องจ่ายไปหรือไม่

“ยินดีต้อนรับสู่ Artifact”

มิติใหม่ของวงการการ์ดเกม

สิ่งที่การ์ดเกมทุกชื่อมีเหมือนกันคืออะไร ? การ์ด, ตัวนับ เเละกระดาน นี้คือสิ่งที่ทุก ๆ เกมมันจะมีเหมือนกัน เเต่สำหรับ Artifact นั้น ได้ฉีกตัวเอกออกจากกฏเกณฑ์เดิม ๆ ของการ์ดเกมไปเรียบร้อยเเล้ว

ด้วยการเล่น 3 กระดานพร้อมกัน (3 เลน) เเละวิธีการเอาชนะที่เเปลกใหม่ ตัวเกมตั้งใจที่นำรูปเเบบของเกม MOBA มาวางไว้ในกระดาน เป็นการเล่นในรูปเเบบของการ์ดเกม+บอร์ดเกม ซึ่งก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว, 5 ฮีโร่ 3 ป้อม เเละฐานใหญ่อย่าง Ancient คือสิ่งที่เราจะได้พบในเกม พร้อมกับไอเทมเเละสกิลที่เราคุ้นเคย ถูกใจแฟนบอย Dota2 รวมถึงรุ่นเก๋าจาก DotA AllStars อยู่ไม่น้อย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกมนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเล่น Card Game + ฺBoard game ทำให้เกมดูมีความหลากหลายเเละมีความเป็นไปได้ที่เเทบไม่รู้จบ Hero, Skill เเละ Item ต่าง ๆ มีความสามารถเป็นของตนเองซึ่งเราต้องเรียนรู้ สร้างคอมโบเเละวิธีการเล่นของตัวเองขึ้นมา เเม้ในตอนนี้เกมจะมีการ์ดไม่มากเท่าไหร่ เเต่เชื่อว่า เมื่อเกมอัพเดทของใหม่ ๆ เข้ามาในอนาคต ตัวเกมจะยิ่งสนุกเเละมีความหลากหลายมากขึ้นอีกอย่างเเน่นอน

เสน่ห์ของ “การ์ดเกม”

หากเราพูดถึงการ์ดเกม เราจะนึกถึงอะไรก่อนเป็นอันดับเเรก… เเน่นอน ก็ต้องเป็น “การ์ด” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกม อย่างที่กล่าวไปในข้อเเรก Artifact ได้นำเสนอมุมมองใหม่ของการ์ดเกม Hero, Skill เเละ Item คือสิ่งที่เราต้องพิจารณาในการจัดเด็คในเเต่ละครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกมมีความเป็นไปได้ในการจัดวิธีต่อสู้มากมาย เเละนี้ก็คือสิ่งที่ Artifact กำลังมีปัญหา

เกมขาดซึ่งหนทางในการได้การ์ดใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วเเละมีชั้นเชิง เเม้ว่าจะมีระบบตลาดที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงการ์ดที่ต้องการได้ทันที (ด้วยราคาที่ต้องจ่าย) เเน่นั้นมันไม่ใช่มนต์เสน่ห์ของการ์ดเกม ซึ่งเรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยประโยคคำถามง่าย ๆ ว่า

“การ์ดที่ซื้อมา กับการ์ดที่สุ่มได้มา สิ่งไหนดูมีคุณค่ามากกว่ากัน”

สิ่งที่ได้มาด้วยความยากลำบากนั้นย่อมมีค่าเสมอ เเม้ว่าจะเป็นการ์ดใบเดียวกัน เเต่วิธีได้มาที่ต่างกันนั้นก็ย่อมมีคุณค่าทางจิตใจที่ต่างกัน เเม้ว่าวิธีการได้การ์ดมานั้นจะมีทั้งการสุ่มจากซอง เเละซื้อมาเป็นชุดหรือเเยกใบก็ตาม เเต่การสุ่มได้การ์ดที่ต้องการมาได้ด้วยดวงของตนเองนั้นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนทั้งรักเเละเกลียดการ์ดเกมไปพร้อม ๆ กัน เเต่ไม่ว่ายังไง นี้ก็คือเสน่ห์ของ “การ์ดเกม” ที่ทุกเเบรนด์ต้องมีให้ทุกคนอย่างเพียงพอ

Test Deck สำหรับทดลองเล่น

เเล้วสิ่งนี้เป็นปัญหาอย่างไรกับ Artifact นั้นก็เพราะวิธีการได้การ์ดมาในขณะนี้นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาระบบตลาดของเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ “เรียนรู้ใหม่” สำหรับใครหลาย ๆ คน ส่วนวิธีอื่น ๆ นั้น ก็คือการเล่นในระดับ Expert Play ซึ่งต้องใช้ “ตั๋ว” ในการเข้าเล่น เเละคุณต้องเป็นคนที่มีฝีมือในระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะได้การ์ดใหม่ ๆ มาใส่ Colletion ได้ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป

หรือถ้าหากคุณเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์มากพอ คุณก็อาจเเก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ โดยการซื้อเเพคการ์ดโดยตรงในเกม เเพคละ 1.99 usd หรือราว ๆ 66 บาท

ร้านค้าภายในเกม

นอกจากที่กล่าวมาเเล้วนั้น เกมก็ไม่มีหนทางอื่นเเล้วที่จะได้การ์ดใหม่ ๆ มา เกมไม่มีเควสประจำวัน ไม่มีเนื้อเรื่องให้ติดตาม ไม่มี Achievement ที่ทำเเล้วได้การ์ด หรืออะไรก็ตามที่จะเอาไปเเลกการ์ดได้

ในมีเเต่เพียงระบบ Vs Bot เเละเด็คยืม ที่เล่นเเล้วได้เเค่ความสนุกจากการต่อสู้เท่านั้นที่พอจะเเก้ขัดได้ เเต่คุณจะไม่ได้อะไรที่จะเอามาพัฒนาเด็คของคุณได้เลย นอกจากความรู้เเล้วความชำนาญที่มากขึ้น เมื่อคุณมีการ์ดเท่าเดิม คุณอาจจะไปไกลได้ เเต่คุณอาจจะเหนื่อยกว่าคนที่มีทรัพยากรณ์ โดยเฉพาะ “เงิน” ที่มากกว่าหลายเท่า หรืออาจไปต่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ระบบตลาดภายในเกม

การเเข่งขันภายในเกม

หากคุณต้องการเกมที่เล่นง่าย ๆ สบาย ๆ เเล้วล่ะก็ กล่าวได้เลยว่า Artifact คงจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องของคุณเท่าไหร่นัก

ใน 1 เกมนั้น ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย (เราเเละคู่ต่อสู้) จะต้อง “ผลัดกัน” ในการเล่นเเต่ละ Phase ซึ่งไม่ใช่ระบบ Turn เหมือนเกมอื่น ๆ เเละด้วยเกมที่มีถึง 3 เลน ทำให้ 1 เกมนั้นอาจต้องเเข่งกันนานหลายนาที ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะดื่มด่ำกับการต่อสู้เเละความตื่นเต้นลุ้นระทึกในทุก ๆ ช่วงของการเล่น ซึ่งนั้นจะไม่ใช่ปัญหาเลย หากระบบ “การเเข่งขันภายในเกม” นั้นออกเเบบมาเพื่อผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นอย่างเหมาะสม

Artifact นั้น หาเเยกกันตรง ๆ ในขณะนี้ เกมจะมีโหมดหลัก ๆ อยู่ 2 ส่วน นั้นคือ Casual Play สำหรับเล่นสนุก ๆ กับคนอื่น ไม่ว่าจะเเพ้หรือชนะ จะไม่มีรางวัลอะไรให้ทั้งนั้น เเละ Expert Play คือการต่อสู้จริง ๆ ด้วยการเดิมพันกับ “ตั๋ว” ที่ใช้ในการเข้าเล่น เเละเป็นโหมดเดียวที่คุณมีโอกาสที่จะได้รางวัลจริง ๆ ในตอนนี้

ส่วนในอีก 2 โหมด Solo Play เเละ Social Play นั้น เป็นโหมดที่เอาไว้ฝึกซ้อมเเละเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ เพียงอย่างเดียว เเละเเน่นอน ไม่ว่าจะชนะหรือเเพ้ ก็ไม่มีรางวัลอะไรให้ทั้งสิ้น

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ในตอนนี้ก็เรียกได้เลยว่า ถ้าไม่ชนะก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เเละต้องชนะ “คน” ด้วยกันเท่านั้นถึงจะมีค่า เพราะการเล่นกับบอทนั้นจะเป็นเพียงการฝึกจริง ๆ ซึ่งอย่างน้อย ก็สามารถปรับให้สู้กับเด็คของตัวเองก็ได้ด้วย

ในโหมดปรกติ 1 รอบ (ใช้ตั๋วในการเข้าเล่น) คุณจะต้องชนะทั้งหมด 5 เกมเเละมีโอกาสเเพ้ได้เเค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากเเพ้ 2 ครั้งเมื่อไหร่ เกมจะจบทันทีเเละได้รางวัลตามที่คุณชนะมา ซึ่งตามระบบในเกมตอนนี้เเล้ว คุณต้องชนะ 3 เกมขึ้นไปเท่านั้นถึงจะไม่ขาดทุน เเละต้องชนะ 3-5 ครั้งในเเต่ละรอบ เพื่อรับซองการ์ดที่จะสามารถเปิดเพื่อรับการ์ดใหม่ ๆ ได้

ฟังดูสนุกเเละน่าตื่นเต้นดี แต่การชนะถึง 3 เกม โดยไม่เเพ้เลย หรือเเพ้ได้เเค่ครั้งเดียวเท่านั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยากพอดู เเละเเน่นอน มันยากเกินไปสำหรับใครหลาย ๆ คน (ประมาณ 40,000 จาก 60,000 คนเห็นจะได้)

หลายคนต้องการเล่นเกมที่สนุก เหมือนการเล่นในโหมด Quick match ของเกม MOBA ทั่วไป เเต่สำหรับ Artifact ตอนนี้ จะให้ความรู้สึกจะเหมือนคุณกำลังเล่นในโหมด Rank match อยู่ตลอดเวลา มันคือการเเข่งขัน ไม่ใช่การเล่นสนุกอย่างที่ควรเป็น เพราะคุณเดิมพันไปเเล้วทั้งตั๋วเข้าเล่น เเละเวลาที่อาจต้องเสียไปฟรี ๆ หาเเพ้ขึ้นมา

ชนะอีก 1 ครั้งเพื่อรับของรางวัลที่ตามหา หรือเเพ้ เเล้วต้องกลับไปเริ่มใหม่ทั้งหมด

ซึ่งนอกจากประสบการณ์ ความรู้เเละเทคนิคที่จะได้หลังจบเกมเเล้ว ในเกมนี้หากคุณเเพ้ตั้งเริ่มเเรก หรือเเพ้ตอนที่ยังชนะไม่ถึง 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ ก็ให้คิดได้เลยว่า คุณได้เสียทุกอย่างไปเเล้วจริง ๆ ทั้งเวลา เเละตั๋วสำหรับเข้าเล่น ไม่มีรางวัลปลอบใจ ไม่เศษเงินหรืออะไรก็ตามที่จะเอาไปทำประโยชน์เลย

ไม่เหมือนการ์ดเกมอื่น ๆ ที่ไม่ว่าคุณจะชนะหรือเเพ้ ไม่ว่าจะเล่นกับคนหรือบอทก็ตาม คุณก็ยังจะได้อะไรติดไม้ติดมือที่เป็นชิ้นเป็นอันกลับออกมาด้วย เเต่สำหรับเกมนี้ ไม่เลย ดูเหมือนว่า “ชนะ” เท่านั้นจะเป็นคำตอบ

เรื่องนี้เองก็คงเป็นหนึ่งในคำตอบที่ดีว่า ทำไมจำนวนผู้เล่นถึงหายไปกว่าครึ่งภายในเเค่ 7 วันเเรกของเกม เเละเสียงวิจารณ์ในระดับ “ผสมกัน” จากผู้เล่นทั่วโลก เป็นเรื่องที่ Valve ควรกลับไปคิดเป็นอย่างเเรก เพราะเกมที่ “กลวง” เช่นนี้ ย่อมจะไม่สามารถดึงคนไว้ได้นาน กิจกรรมต่าง ๆ ดูจะเป็นทางออกเเรกของ Valve ที่จะกู้สถานการณ์ในครั้งนี้ได้ ก็ต้องรอดติดตามว่า Valve จะทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องนี้

ภาพรวมของเกม

แม้จะพูดถึงเรื่องเเย่ ๆ มาเยอะในหัวข้อที่ผ่านมา เเต่ในมุมมองของผู้เขียนเเล้ว Artifact ไม่ถือว่าเป็นเกมที่เเย่เลย เพียงเเต่ยังขาดองค์ประกอบที่สำคัญหลาย ๆ อย่างก็เท่านั้น ซึ่งก็เป็นธรรมดาของเกมที่เปิดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้

อย่างเเรก การได้มาของการ์ด เกมควรที่เพิ่มช่องทางที่ให้ผู้เล่นได้รับการ์ดเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลายเเละไม่ยากจนเกินไป นอกเหนือจากตลาด/ร้านค้าของเกมเพียงอย่างเดียว เช่นเพิ่มระบบเควส หรือ Achievement ที่ให้รางวัลภายในเกม โดยอาจจะให้เป็นการ์ดตรง ๆ หรือเป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้เเลกได้ เป็นต้น

เเละโหมดการเล่นของเกมที่ไม่ควรจะกดดันผู้เล่นจนเกินไป ควรปล่อยให้การเล่นกับ Bot หรือการเล่นเเบบ Casual นั้นมีรางวัลในการเล่นบ้างตามสมควร อย่างน้อยก็จะยังสามารถรักษากลุ่มผู้เล่นเเบบ Casual ไว้ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นผู้เล่นกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งของทุกเกมเช่นกัน

ในส่วนของสมดุลเกมนั้น เเม้จะมีบางใบที่ดู OP จนเกินไป เเต่ภาพรวมเเล้วก็ถือว่าทำได้ดี จากการเล่นในกลายเกมพบว่า เรามีโอกาสที่จะเจอ Hero ได้ทุกตัว ทุกสี ในโอกาสที่ดูเท่ากัน เเม้จะมีบางตัว เช่น Sven หรือ Usar ที่อาจจะเจอมากกว่าตัวอื่นอยู่บ้างก็ตาม

เเต่ในเรื่องนี้ก็อาจเกิดจาการที่ผู้เล่นไม่มีทางเลือกอื่น ๆ นอกจาก Hero ที่เขา/เธอ เปิดได้ในช่วงต้นเกมก็เป็นได้เช่นกัน…

เเม้ก้าวเเรกจะไม่ค่อยสวย เเต่สำหรับเกมที่พึ่งเปิดได้ยังไม่นานนั้น ก็ยังมีเวลา เเละโอกาสในการปรับตัวอีกมาก ซึ่ง Valve เองนั้น นอกจากเรื่องของ HL3 เเล้ว 😀 แฟน ๆ ก็ยังเชื่อถือเเละไว้ใจในฝีมือของ Valve อย่างเเน่นอน จงก้าวต่อไป Artifact !!

แม้จะยาก เเต่ก็ไม่ใช่จะว่าจะเป็นไปไม่ได้ นี้ก็เป็นอีกเสน่ห์ของการ์ดเกมเช่นกัน รสชาติของชัยชนะ
6.5
พอใช้
Artifact
จงก้าวต่อไป
เกมมีระบบที่แปลกใหม่เเละน่าสนใจ เเต่ไม่เป็นมิตรกับผู้เล่น ไม่เเน่จริง อยู่ไม่ได้ ชนะเท่านั้นคือคำตอบ 6.5 ถือเป็นคะเเนนเหมาะสมสำหรับเกมในตอนนี้ เกมไม่ได้เเย่ เเต่ก็ข้อบกพร่องต่าง ๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรได้รับการเเก้ไขโดยด่วนเช่นกัน
จุดเด่น
เกมการ์ดรูปเเบบใหม่ ไม่เหมือนใคร
ตัวละครที่คุ้นเคยจาก Dota2
สามารถจัดเด็คได้อย่างหลากหลาย
เหมาะสำหรับสาย Hardcore Gamer
ระบบตลาดที่น่าสนใจ ทำเงินได้
ข้อสังเกตุ
เกมไม่เป็นมิตรกับผู้เล่น โดยเฉพาะผู้เล่นใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานของการ์ดเกม
เเจกของน้อยมาก ไม่มีเควส ไม่มีเนื้อเรื่อง
พึ่งพาระบบตลาดค่อนข้างมาก เหมือนสร้างมาเพื่อตลาดโดยเฉพาะ
ระบบการเล่นที่ลึก เเละเกมที่นานเกินไปในหลาย ๆ ครั้ง
การเเข่งขันสูงมาก ไม่เหมาะสำหรับสาย Casual

TheStarrySky

บทความที่เกี่ยวข้อง