สารบัญ / Contents
น่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่กระแสร้อนแรงไม่แพ้เกมไหน ๆ กับการขยายจักรวาลฮีโร่ของ Insomniac Games มันจะเป็นยังไง ขอเชิญพบกับบทความรีวิว Marvel’s Wolverine ได้เลย
Story – โลกที่ยังไม่มีโรงเรียนสำหรับมิวแทนต์และ X-Men

30 ปีก่อนหน้า Nathaniel Essex ได้เจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า เขารับชายคนนี้มาไว้ดูแล และให้อาศัยอยู่ร่วมกัน ชายคนนั้นคือ “โลแกน”
30 ปีต่อมา เราถึงได้รู้ว่า โลกในตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “มิวแทนต์” หรือก็คือมนุษย์กลายพันธุ์ มนุษย์ผู้ที่ยีน X ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยธรรมชาติ ทำให้ทุกคนมีพลังพิเศษติดตัว หรือไม่ก็กลายสภาพและรูปลักษณ์ภายนอกไปเลย
แต่โลกไม่ได้ใจดีกับเหล่ามิวแทนต์ เพราะนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องและบ้าคลั่งอย่าง Bolivar Trask ก็หลงใหลในการจับเหล่ามิวแทนต์มาทดลองอย่างโหดร้าย เพราะมองว่ามนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ล้ำเลิศที่สุด และคราวนี้ Nathaniel Essex ก็โดนจับตัวไป เหล่าทีม X ที่ในตอนนี้มีสมาชิกประกอบไปด้วย Logan, Sabertooth และ Mystique จึงต้องตามออกไปช่วย
เราขอหยุดการเล่าเรื่องไว้เพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ เกมมันมีเนื้อเรื่องที่ละเอียดและลึกซึ้งกว่านั้นมาก และยังสะเทือนอารมณ์ไม่ใช่น้อย แต่เรื่องราวหลักของทั้งเกม มันจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละคร Logan และพรรคพวกเท่านั้น ตรงนี้ผมแอบเสียดายตรงที่ว่า ทั้ง ๆ ที่การตื่นขึ้นของยีน X และเหล่ามิวแทนต์ มันถึงขั้นที่ทำให้ Bolivar Trask ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อไล่ล่าเหล่ามิวแทนต์ แต่เรากลับไม่ได้เห็นมุมมองใด ๆ จากฝั่งมนุษย์ปกติเลยว่าพวกเขามีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้

ลองนึกภาพว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่มีมนุษย์คลั่งมีกรงเล็บงอกออกจากมือได้ มีหญิงสาวผิวสีน้ำเงินที่ปลอมตัวเป็นใครก็ได้ และหลายครั้งคือต่อสู้กันระเบิดระเบ้อในที่สาธารณะ แต่เรากลับไม่ได้เห็นมุมมองที่โลกมีต่อเหล่ามิวแทนต์ มันเลยทำให้บางช่วงเรารู้สึกไม่อินเลยกับการที่พวกมิวแทนต์มันโดนไล่ล่า เพราะนอกจาก Trask เราก็ไม่เห็นว่าใครต่อใครเขาดูจะมีปัญหากันขนาดนั้น
และการเล่าเรื่องของ Wolverine จะต่างจาก Spider-Man โดยสิ้นเชิง เพราะนี่คือเรื่องราวของคนที่อยู่มานาน ผ่านหลากหลายเหตุการณ์ และยังมีประเด็นของการถูกไล่ล่า โลกไม่ยอมรับ เพราะความแปลกประหลาดของตนเองของกลุ่มมิวแทนต์ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ประเด็นเล่านี้เราจะเห็นมันผ่านตัวละครอื่นมากกว่า เพราะสำหรับ Logan เองแล้ว มันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น ก็คงต้องขอให้คุณผู้ชมไปติดตามเอาในเกมเต็ม ขอบอกว่าช่วงครึ่งหลังของเกมเป็นอะไรที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เลยทีเดียว

ถ้าจะมีข้อเสียในด้านการเล่าเรื่อง คือผมว่ามันคาดเดาง่ายเกินไปหน่อยในส่วนของเนื้อเรื่องหลัก ใครที่รู้จักตัวละครของ Marvel เห็นชื่อก็น่าจะพอเดากันได้แล้วว่ามันจะจบยังไง กับอีกข้อคือ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อเรื่องสัก 20-30% มันจะไปอยู่ใน Trial Door และขวดไวน์ที่เป็น Collectible ในฉาก แต่อย่างน้อยภายใต้การคาดเดาได้นี่ เกมมันก็ยังซ่อนสิ่งที่เซอร์ไพรส์มากเอาไว้และไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีนี้ ลองไปเล่นกันดู และเหมือนกับหนัง Marvel ไม่มีผิด เกมนี้ มีเอนด์เครดิต 1 ตัว จบเกมแล้วก็รอดูกันด้วย
Presentation – ประสบการณ์ Cinematic ในแบบที่ Insomniac Games ถนัดมือ

เริ่มกันที่ประเด็นที่หลายคนถกเถียงกัน คือเรื่องของดีไซน์ตัวละคร ผมยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไงก็หนีไม่พ้นดราม่าต่าง ๆ อย่างผมเองก็คิดว่าบางตัวละครทำได้ดีกว่านี้ แต่ภาพรวมของมันไม่ได้อยู่ในขั้นเลวร้ายอะไรขนาดนั้น Jean Grey นี่ในช่วงกลางเกมถึงท้ายเกมขึ้นไป ผมว่าสวยในระดับนึงเลย ส่วน Lady Deathstrike ก็อยากให้ลองเห็นหลายฉาก หลายซีนในเกมกันมากกว่านี้ดูก่อน เพราะผมก็คิดว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ซึ่งก็เข้าใจและยอมรับคนที่ไม่ชอบด้วย
แต่ขอบอกเลยว่า Lady Deathstrike เป็นหนึ่งใน Boss Fight ที่ผมชอบที่สุดในเกมแล้ว ชอบกว่า Final Boss ของเกมซะอีก เอาเป็นว่าในเรื่องของตัวละครและการออกแบบ ถึงผมจะชอบและไม่ติดอะไร แต่ก็เข้าใจคนที่ไม่ชอบ
ส่วนตัวละคร Logan เองนั้น เหมือนที่บอกไป มาตรฐานของพวกเราสูงลิบลิ่วจากภาพจำของ Hugh Jackman แต่ในเวอร์ชันเกมนี้ หลังเล่นจบแล้วผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก คือมันไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบมากขนาดนั้น แต่มันจะเป็น Logan ที่ไม่ได้ทำตัวหยาบคายใส่ทุกคน กับเพื่อนฝูง หรือคนสนิท ก็มีมุมปกติให้เห็น และเขาก็แค่คนมีปมคนหนึ่ง เราเลยไม่ได้เห็นเขาเกรี้ยวกราดมากเท่ากับเวอร์ชันอื่น ๆ
ที่ Top Tier สำหรับผมก็คงจะเป็น Troy Baker ในบทบาท Nathaniel Essex ที่ไร้ข้อกังขา ทั้งเสียงพากย์และการแสดง ก็ระดับตัวท็อปวงการอยู่แล้ว อันนี้สอบผ่านฉลุยได้จริง ๆ
และนี่น่าจะเป็นเกมที่เราได้เห็นเลือดกันจนอิ่ม เพราะในทุก ๆ การต่อสู้ กรงเล็บของ Logan พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูเบื้องหน้าให้ขาดกระจุย และเป็นอะไรที่สะใจมาก ทุกการโจมตีของ Logan จะเต็มไปด้วยความรุนแรง เลือดแบบจัดเต็ม มียันส่วนที่หัวแตก แขนขาขาดกระจาย ก็สมกับการจัดเรทอันดับเกมที่ได้ M17+
ถ้า Insomniac Games ถ่ายทอดอารมณ์ตอนต่อสู้ของ Spider-Man ได้ดีแค่ไหน ผมว่ากับ Wolverine เขาก็ทำได้ดีเท่ากัน เพราะสองตัวละครนี้มันสู้ไม่เหมือนกันเลยในแง่ของการออกอาวุธ Wolverine มันจะเน้นเร็ว พุ่งตัวใส่ โจมตีแบบรุนแรง ปัดป้องได้ เหมือนสัตว์ป่ากระหายเลือด และในเกมเราจะสัมผัสได้ถึงอะไรแบบนี้จริง ๆ

สิ่งที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งในเกมนี้คือ การที่เกมมีฉาก Car Chase ไล่ล่าสุดเดือดและเท่มาก แต่เกมมีให้เราเล่นแค่สองฉาก หนึ่งในนั้นคือฉากที่เราเห็นกันไปในตัวอย่างนั่นแหละ แต่ของจริงมันสนุกมาก และอีกฉากมันจะเกิดขึ้นในญี่ปุ่น ไม่อยากโชว์ให้เห็นมาก เอาเป็นว่าใครได้เล่น ลองไปสัมผัสดู มันน่าจดจำมาก และมันเป็นสิ่งที่ยืนยันความเป็นตัวตนของ Insomniac Games เลยว่า ฉากแอ็คชั่นมัน ๆ หรือ Sequence เดือด ๆ อลังการสำหรับเกมแนว Superhero พวกเขาทำได้ดีเสมอ
และเหมือนที่เกมโปรโมทไว้ก่อนหน้า นี่ไม่ใช่เกม Open World มันเป็นเกมเส้นตรงเต็มรูปแบบ พื้นที่ที่เปิดกว้างหรือ Open Zone มีไม่เยอะ ถ้าเทียบกับ Onimusha แล้ว Onimusha ภาคล่าสุดนี่ยังมีพื้นที่ให้เลี้ยวเลาะไปสำรวจได้มากกว่าด้วยซ้ำ ในแต่ละด่านจะมี Progression ระบุเอาไว้ชัดเจน ว่ามี Trial Door เท่าไร มีของสะสมเท่าไร และมีความยาวกี่เปอร์เซนต์กว่าจะจบฉากนั้น
ในระหว่างการสำรวจฉาก เราจะพบเจอกับสิ่งของต่าง ๆ มากมายที่ใครเป็นแฟน Marvel ก็บอกเลยว่า มีอะไรให้ว้าวอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวละคร สิ่งของที่บ่งชี้ว่ามีคนนั้น คนนี้อยู่ จากใจแฟน Marvel ที่ขนาดไม่ได้รู้ลึกมาก ยังเต็มอิ่มขนาดนี้ ผมว่าแฟนพันธุ์แท้น่าจะชอบมาก ๆ และคาดหวัง DLC หรือภาคต่อไว้เลย

สำหรับใครที่กลัวว่ามันจะสั้น ก็ไม่ต้องห่วง เกมมันยาวใช้ได้เลย อยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับ Onimusha ได้ คือประมาณ 15-20 ชั่วโมง สำหรับเกมที่เป็นเส้นตรงเพียว ๆ ก็ถือว่ามีความยาวที่น่าประทับใจอยู่เหมือนกัน
และหลังจากจบเกมรอบแรกแล้ว เราสามารถ New Game+ ได้ โดย New Game+ จะมีทั้งสกิลชุดใหม่ ยีนพันธุกรรมใหม่ให้ใช้เพิ่ม และเลเวลกับสกิลทั้งหมดจะถูกปลดล็อคออกมาให้ใช้งานจากเซฟเดิม แนะนำว่าถ้าจะเล่น New Game+ ให้เล่นด้วยความยากสูงสุดไปเลย แต่อย่างอื่นก็อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่มากนัก
ถ้าตัดปัญหาเรื่องของภาพลักษณ์ตัวละครบางตัวออกไป ตัวเกมก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ และคาดหวังเลยว่าอนาคต Insomniac Games จะทำเกมอะไรเกี่ยวกับฮีโร่ Marvel อีก
Gameplay – กรงเล็บละเลงโลหิต Hack & Slash ที่อัดแน่นด้านความสะใจ

ถึงแม้จะไม่ใช่เกม Open World แต่เกมเพลย์ของ Marvel’s Wolverine ก็มีอะไรมากกว่าแค่การสแปมปุ่มและละเลงเลือดเอามัน
ระบบการต่อสู้ของ Marvel’s Wolverine น่าจะใช้คำว่า Hack & Slash ได้อย่างเต็มปาก เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ และด้วยความที่เราเป็นถึงมิวแทนต์สุดคลั่ง เวลาเจอฝูงศัตรูแต่ละที มันจะไม่ได้มาตัวเดียว แต่มากันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเสมอ ตั้งแต่พวกทหารติดอาวุธ และรีเวอร์สของ Trask ไปจนถึงพวก The Hand และช่วงท้ายเกมที่คุณก็น่าจะพอเดาออกว่าเราต้องสู้กับอะไร
เกมนี้จะเน้นไปที่ความรวดเร็วในการต่อสู้สูงมาก ๆ อย่างแรกเลยคือเกมจะไม่มีระบบยาเติมพลังชีวิต เพราะตัวคุณเองนั่นแหละ คือ Healing Factor อยู่แล้ว ด้านบน คุณจะมีหลอดพลังชีวิต และด้านล่างคือหลอดความโกรธ ทุกครั้งที่ต่อสู้ โจมตีโดนศัตรู คุณจะสะสมหลอดความโกรธได้ และเมื่อสะสมจนเต็ม 1 ขั้น 2 ขั้น 3 ขั้น จะได้โบนัสต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แต่เบสิกสุดเลยคือ ต้องเต็มไว้ 1 ขั้น เพื่อกันตาย 1 ครั้ง หากคุณโดนโจมตีจนพลังชีวิตหมด แต่ถ้าหลอดความโกรธเต็ม 1 ขั้น จะเป็นการเปิดใช้ระบบเฮือกสุดท้าย หรือก็คือพลังชีวิตสำรองนั่นแหละ ฟื้นขึ้นมาได้ 1 รอบ

ส่วนหลอดความโกรธขั้นที่ 2 และ 3 มันจะไปเสริมความสามารถในการต่อสู้ ตีแรงขึ้น เลี้ยงเกจความโกรธได้ดีขึ้น ส่วนขั้น 3 นี่ทำเอาเราเป็นพวกเหนือมนุษย์เลย เราสามารถใช้ท่าสังหารได้เกือบทุกตัว เคลียร์ฉาก เคลียร์ด่านได้ไวมาก จะมีข้อเสียตรงที่ Vision ตอนที่อยู่ในความโกรธขั้น 3 มันดูไม่สวยเลย ภาพมันจะเป็นเหมือนสีขาวดำ และไฮไลท์ตัวศัตรูสีแดง ถ้ามันทำ Vision ตอนนี้ได้ดีกว่านี้นี่จะดีมาก

พลังชีวิตกับความโกรธเป็นสองค่าที่จะต้องบาลานซ์กันเสมอ ถ้าเราโดนรุมจนใกล้ตายแต่เก็บหลอดความโกรธไม่ถึง 1 หลอด มันจะเป็นอะไรที่ระทึกมาก เพราะเราจะพลาดไม่ได้เลย เติมเลือดเองก็ไม่ได้ และอีกอย่างที่ต้องพูดถึง และเชื่อว่าหลายคนล้อมาตั้งแต่เห็นตัวอย่างแล้ว ก็คือทำไมตอนที่เราฟื้นเลือดหรือจบการต่อสู้ เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของ Logan จะกลับมาสมบูรณ์ด้วยเสมอ อันนี้ทีมพัฒนาเขาออกมาจำยอมเลยว่า มันแก้ไม่ได้จริง ๆ เพราะถ้าเกิดว่าเราฟื้นเลือดแล้วเสื้อผ้าไม่กลับมา เชื่อเถอะว่า Run แรกของผู้เล่นทุกคน เราก็จะได้เห็นแต่ Logan แก้ผ้าแทบจะทั้งเกมนั่นแหละ เพราะงั้นระบบนี้เราก็ต้องจำยอม มองว่ามันคือวิดีโอเกมกันไป
มีระบบสกิลและยีนพันธุกรรม ที่จะช่วยเสริมจุดเด่นการเล่นให้กับตัวละคร แม้จะมีสกิลให้เลือกใช้มากมาย แต่เราจะสามารถติดตั้งสกิลให้พร้อมกดใช้งานได้เพียง 4 สกิลเท่านั้น แต่ละสกิลจะมีความสามารถไม่เหมือนกัน และเหมาะกับสถานการณ์ต่างกันด้วย บางสกิลเหมาะกับการตะลุยด่าน เจอฝูงศัตรูจำนวนมาก บางสกิลเหมาะกับการดวลบอสที่เป็นไฟท์แบบ 1v1 โดยเราสามารถสลับสับเปลี่ยนและเลือกใส่ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
ส่วนระบบพันธุกรรม อันนี้จะปลดล็อคหลังจากเราเจอ Trial Door บานแรก ความสนุกของ Trial Door แต่ละประตูคือ มันจะมีกติกาการเล่นไม่เหมือนกัน บางด่านก็แค่ Speed Run วิ่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่กำหนด บางด่านก็ใช้การโจมตีพิเศษเพื่อรับมือศัตรู แต่ประตูที่เป็นการสู้เป็นเวฟ อันนี้สนุกมาก มันจะมีความเป็นเกม Roguelite หน่อย ๆ ก็คือทุก ๆ เวฟที่กำหนด เราจะเลือกบัฟได้ 1 อย่าง และลุยต่อไปเรื่อย ๆ จนจบ ประตูนี้ผมจะชอบเป็นพิเศษ

ทุก ๆ Trial Door ที่เคลียร์ได้ เราจะได้แต้ม AP ยิ่งจบด้วยสกอร์ดีเท่าไรก็จะได้ AP เยอะเท่านั้น และเราสามารถเล่นซ้ำได้ตลอด พอ AP เยอะขึ้นก็จะติดตั้งยีนพันธุกรรมได้เยอะขึ้น ซึ่งยีนพันธุกรรมเองก็เหมือนกับสกิลนี่แหละ มันมีหลากหลายยีนที่เหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกัน อย่างเช่นถ้าจะหาขวดไวน์หรือหีบสมบัติที่เป็น Collectible ก็ใช้ยีนพันธุกรรมที่ใช้การมองหาของพวกนี้ได้ไกลขึ้น หรือถ้าจะเสริมพลังสกิลต่อสู้ ก็เลือกติดตั้งยีนที่มันช่วยบูสท์ดาเมจพวกนี้ แน่นอนว่ายีนพันธุกรรมเองก็เปลี่ยนได้ตลอดระหว่างการเล่นเช่นกัน
สำหรับของสะสมในเกมนี้ มีทั้งส่วนที่มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม พวกขวดไวน์จะเป็นการเล่าเนื้อเรื่องเสริม ขยายเรื่องราวเพิ่มเติมจาก Trial Door ด้วย ส่วนของสะสมจะเป็นพวกวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เราจะสามารถเอามาคราฟท์ชุดใหม่ ๆ ให้ Logan ได้ โดยการปลดล็อคชุดเพิ่มจะเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดให้ด้วย และจะปลดล็อคกรงเล็บที่เข้ากับชุดมา แต่มันจะไม่ได้บวกสเตตัสพิเศษอะไรเพิ่ม แต่ถ้าอยากอึดขึ้น โดยเฉพาะในการเล่นรอบสองโหมด NG+ ยังไงก็ควรหาเก็บ หาสะสมเอาไว้

หากจะมีข้อเสียบ้างในด้านของเกมเพลย์นี้คือ ผมรู้สึกว่าความหลากหลายของศัตรูมันน้อยมาก มันเหมือนกับตัวเดิมแต่เปลี่ยนรูปร่างไปเฉย ๆ ยังดีที่รูปแบบการโต้ตอบมันไม่ได้เหมือนกันมากนัก แต่ภาพรวมก็ถือว่าน้อยอยู่ดี และของดีของเด็ดอย่าง Boss Fight ก็มีน้อยเสียเหลือเกิน แม้เกมจะยาว แต่ความรู้สึกตอนสู้ Boss Fight ได้เห็นหลอดเลือดในเกมนี้มันน้อยจริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกตัวสู้สนุกมือทั้งนั้นเลย แค่มันน้อยไปหน่อย กับพวกศัตรูมันขาดความหลากหลายไป กับช่วงหลัง มันเพิ่มพลังชีวิตศัตรูซะจนเมื่อยมือ ในขณะที่ตัวเรามันอัปเกรดอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากสกิล และความแรงสกิลจากยีนพันธุกรรม เราเสริมพลังพิเศษอะไรอื่นไม่ได้อีกเลย ทำให้ช่วงท้ายเป็นการเล่นแบบจับจังหวะเข้าว่า ถึงจะไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ก็น่าเสียดายตรงจุดนี้อยู่ดี
Performance – สมบูรณ์แบบในฐานะเกม Exclusive

ด้วยความที่เป็นเกม Exclusive ให้กับเครื่อง PlayStation 5 เรื่องของ Performance นั้นหายห่วงได้เลย เพราะมันถูกออกแบบและสร้างมาเพื่อรันแค่บนเครื่องเดียวอยู่แล้ว ทำให้ด้านประสิทธิภาพของเกมถือว่าไร้ซึ่งปัญหาใด ๆ
จุดเด่นของ Performance เครื่อง PlayStation 5 คือการที่เกมมีฟีเจอร์ด้าน Accessibility เยอะมาก ๆ ในด้านเกมเพลย์ คุณสามารถปรับความยากได้ตามใจชอบ แต่อาจจะส่งผลต่อถ้วยที่ได้รับ สามารถเลือกได้ว่าจะให้ Window Parry สั้น-ยาวขนาดไหน ปรับตัวช่วยบอกทิศทาง ระบบการไล่ตามให้ง่ายขึ้นได้ทั้งหมด หรือใครที่ไม่ชอบ QTE ก็เปิด-ปิดได้เช่นกัน
และในเกมนี้มันละเอียดถึงขั้นที่ว่ามีโหมดเลือกการแสดงผลด้านเสียงด้วย สำหรับใครที่ชอบเล่นเกมดึก ๆ แล้วเปิดลำโพง กลัวโดนคนด่า หรือแม่จับได้ว่าแอบเล่น ก็มีโหมดเสียงแบบนี้มารองรับด้วย ใครชอบเล่นเกมดึก ๆ ลองไปปรับกันดูได้

และที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องภาพ สำหรับเกม Exclusive PlayStation 5 แบบนี้ ก็จะมีทั้งหมด 2 โหมด คือโหมด Quality และ Performance สำหรับโหมด Quality มันจะเป็นการเล่นแบบเปิด Ray Tracing ภาพที่ได้ก็จะคมชัดขึ้น สวยขึ้น ยิ่งฉากไหนมีแสงสะท้อน มีแอ่งน้ำให้สะท้อน ก็ถือว่าสวยจัดจริง แต่เฟรมเรทจะลดทอนลงมา ซึ่งมันก็คงที่ และนิ่งพอจะเล่นได้ เป็นอีกทางเลือกได้เลย
นอกนั้นเราก็แทบจะไม่พบปัญหาอะไรตอนเล่นเลย ไม่มีบั๊ก ไม่มี Glitch เล็ก ๆ น้อย ๆ มาทำให้หงุดหงิดใจ ก็นับว่าเป็นข้อดีของเกม Exclusive ได้
Verdict Score – สรุปคะแนน
Marvel’s Wolverine ยังเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า Insomniac Games เป็นค่ายที่ทำเกมซูเปอร์ฮีโร่ออกมาได้ถึงใจมาก ๆ พวกเขารู้ว่าฮีโร่ที่ตัวเองกำลังดัดแปลงเป็นเกม มีจุดเด่นคืออะไร และจะต้องดัดแปลงมันออกมาเป็นเกมยังไงให้เล่นสนุก เรื่องของภาพลักษณ์และดีไซน์ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทั้งถูกใจและไม่ถูกใจใครอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณมาที่นี่เพื่อหาเกมที่ตัวเอกคือ James ‘Logan’ Howlette และได้กางเล็บฉีกกระชากเหล่าศัตรูจนเลือดนองไปพร้อมกับเนื้อเรื่องเข้ม ๆ มันก็ยังปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่านี่คือเกมที่ดีเกมหนึ่ง
Story – 8
Presentation – 8
Gameplay – 8
Performance – 10
Final Score – 8.5/10













