BY Nuttawut Apiratwarakul

เกม Co-op สนุกตรงไหน? ทำไมการเล่นเกมกับเพื่อนถึงเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าตลอดชีวิต

เกม Co-op สนุกตรงไหน?  ทำไมการเล่นเกมกับเพื่อนถึงเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าตลอดชีวิต
1 Views

วันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคมของทุกปี คือวัน International Day of Cooperatives หรือ วันสหกรณ์สากล

เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติใช้เพื่อรำลึกถึงแนวคิดเรื่อง “ความร่วมมือ”  กำหนดขึ้นมาให้มนุษย์ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือ และการสร้างความสำเร็จร่วมกัน

แม้จะเป็นวันที่เกี่ยวข้องกับระบบความร่วมมือของสหกรณ์ของโลกในความเป็นจริง 

แต่มองจากชื่อแล้วก็ชวนให้คิดถึงเกมแนวหนึ่งที่คุ้นหูและเป็นที่รู้จักของใครหลาย ๆ คน นั่นก็คือเกมแนว Co-op นั่นเอง

ในยุคที่เกมแนวแข่งขันแบบออนไลน์ (Competitive) ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล หลายคนอาจลืมไปว่า เกมที่ทำให้เราหัวเราะมากที่สุด โมโหน้อยที่สุด (รึเปล่า) และสร้างความจดจำได้ดีที่สุด กลับเป็นเกมที่เราไม่ได้เล่น “เพื่อเอาชนะคนอื่น” แต่เป็นเกมที่เราเล่น “เพื่อช่วยเหลือกัน” นั่นเอง

Overcooked 2 campfire

เกม Co-op คือการแบ่งปันประสบการณ์

หลายคนมักเข้าใจว่าเกม Multiplayer กับเกม Co-op คือสิ่งเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วความรู้สึกในการเล่นและเส้นแบ่งของเกมทั้งสองประเภทนั้นต่างกันอย่างชัดเจน

เกม Multiplayer มุ่งเน้นประสบการณ์การเล่นเกมกับคนอื่น โดยไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ระบบใดเป็นหลัก ส่วนใหญ่ก็มักจะมีกติกาให้ผู้เล่นแข่งขัน ผลักให้ผู้เล่นพิสูจน์ฝีมือ แข่งจัดอันดับ หรือเอาชนะอีกฝ่าย แน่นอนอาจจะมีการเล่นแบบทีม แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการจัดทีมไปสู้กับทีมผู้เล่นอีกฝั่ง

แต่เกม Co-op คือเกมการเล่นที่ผู้เล่นอยู่ “ฝั่งเดียวกัน” ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน หาทางร่วมมือผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน ศัตรูไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกัน แต่เป็นตัวเกมที่สร้างอุปสรรคขึ้นมา

เมื่อไม่มีใครต้องแย่งคะแนน ไม่มีใครต้องแย่ง MVP ไม่มี “ศัตรูที่เป็นคนจริง” บรรยากาศในการเล่นจึงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความผิดพลาดของเพื่อนกลายเป็นเรื่องน่าขำ มากกว่าจะเป็นเหตุผลให้หัวร้อน (แต่ผิดบ่อย ๆ ก็อาจจะมีกันบ้าง) 

หลายครั้งการล้มเหลวร่วมกัน ผิดพลาดด้วยกัน ทำอะไร โง่ ๆ ด้วยกัน กลับเป็นช่วงเวลาที่สนุกกว่าการชนะในเกมด้วยซ้ำ

Portal 2 coop jan 22 1

ความสนุกที่เกิดจาก “การพึ่งพา”

สิ่งที่เกม Co-op ที่ดีควรจะมีนั่นก็คือการทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า “เราขาดกันไม่ได้”

แม้เกม Co-op บางเกม ตัวละครทุกตัวจะเก่งเหมือนกันหมด หรือคุณอาจจะเทพแล้วจบเกมได้ด้วยตัวคนเดียว

แต่ขณะเดียวกัน หลาย ๆ เกมก็ออกแบบให้ผู้เล่นแต่ละคนมีหน้าที่ต่างกัน บางคนเป็นตัวโจมตี บางคนเป็นตัวฮีล บางคนแก้ปริศนา 

หรือศัตรูและอุปสรรคในเกมอาจจะมีวิธีในการสกัดกั้นตัดผู้เล่นได้ โดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เล่นอีกคน

หากใครคนหนึ่งพลาด ทุกคนก็ต้องช่วยกันแก้สถานการณ์ เป็นความรู้สึกที่หาได้ยากจากเกมเล่นคนเดียว

หากจะพูดแบบเท่เอาหล่อเสียหน่อยก็อาจจะพูดได้ว่า ชัยชนะในเกมแนว Co-op ไม่ได้เกิดจากคนที่เก่งที่สุด แต่เกิดจากทีมที่ช่วยเหลือกันได้ดีที่สุด ดังนั้นยิ่งเล่นก็ยิ่งสร้างความผูกพัน ยิ่งเล่นก็ยิ่งเข้าขา ช่วยกันสู้ ช่วยกันตี ช่วยกันแบกหาม หาทางไปให้ถึงเป้าหมาย

ยิ่งพึ่งพิงพึ่งพากันมากเท่าไหร่ก็กลายเป็นว่าเราสนิทกับเพื่อนในทีมและยิ่งสนุกกับเกมมากขึ้นไปอีก

monster hunter wilds 1

เหล่าเกม Co-op ทำให้มิตรภาพแข็งแรงหรือเกือบพังก็ไม่แน่ใจ

ถ้าพูดถึงเกม Co-op ที่หลายคนยังจำได้ดี คงมีชื่อเหล่านี้ติดอยู่ในใจเสมอ

Left 4 Dead 2 หนึ่งในเกมที่พิสูจน์ว่าความสามัคคีสำคัญกว่าฝีมือ ผู้เล่นที่วิ่งนำหน้าทีมมักจะถูก Smoker ลากหรือ Hunter กระโดดใส่จนต้องร้องเรียกเพื่อนมาช่วย ทุกคนจึงเรียนรู้ว่าการอยู่ด้วยกันคือหนทางรอดที่แท้จริง (ถึงคนเล่นเทพ ๆ มันจะตบทุกอย่างในเกมได้ด้วยตัวเองอะนะ) 

Overcooked ตัวอย่างคลาสสิกของเกมที่ทำให้ผู้เล่นค้นพบว่า การทำอาหารสามารถสร้างความวุ่นวายได้มากกว่าการยิงซอมบี้ จากครัวเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยไฟไหม้ จานแตก และคำสั่งที่ไม่มีใครฟัง กลายเป็นเสียงหัวเราะที่หลายคนยังจดจำแม้จะปิดร้านกันไปแล้วหลายปี

It Takes Two แสดงให้เห็นว่าการเล่นแบบ Co-op ไม่ได้เป็นเพียงโหมดเสริม แต่สามารถเป็นหัวใจหลักของเกมเกมหนึ่งได้จริง ๆ  ทุกปริศนา ทุกฉาก และทุกบอส ถูกออกแบบให้ผู้เล่นสองคนต้องช่วยเหลือกันจริง ๆ ไม่มีใครสามารถเล่นแทนอีกฝ่าย ใครที่มีคนรู้ใจและเล่นเกมนี้ด้วยกันล้วนลงคะแนนว่านี่คือสุดยอดประสบการณ์ Co-op อย่างแท้จริง

Monster Hunter เปลี่ยนประสบการณ์จากการล่ามอนสเตอร์ที่แสนยาก ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้เล่นแบ่งหน้าที่ช่วยเหลือกันแบบรู้งาน แค่สบตาก็รู้ใจ (รึเปล่านะ)  บางคนล่อมอนสเตอร์ บางคนวางกับดัก เมื่อมังกรใหญ่ล้มลง ความสำเร็จก็เป็นของทุกคน ที่เกมตระกูลนี้เติบโตมาถึงทุกวันนี้ก็คือประสบการณ์การช่วยกันเล่นที่ทรงคุณค่านั่นเอง

Left 4 Dead

บางครั้งความทรงจำก็มาจากคนที่เล่นด้วย

ที่แปลกอย่างหนึ่งของเกม Co-op คือ หลายครั้งเราจำรายละเอียดของเกมไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป

บางเกมจำไม่ได้ว่าบอสตัวสุดท้ายชื่ออะไร บางเกมจำไม่ได้ว่าด่านสุดท้ายเป็นแบบไหน หรือบางเกมก็จำไม่ได้ว่าเกมมันมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไรกันแน่

แต่เรากลับจำได้แม่นว่า “ด่านนั้นเพื่อนเผลอโยนระเบิดใส่ทีม” “ตอนนั้นทุกคนหัวเราะจนเล่นต่อไม่ได้”

“วันนั้นเล่นกันถึงเช้าทั้งที่บอกว่าจะเล่นแค่ตาเดียว”

ความทรงจำทรงคุณค่าเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างโดยตัวเกมเลย แต่ถูกสร้างโดยสหายที่อยู่ในเกมด้วยกันในวันนั้น และก็เป็นของล้ำค่าที่ยากจะหาอะไรมาทดแทนได้

left 4 dead 4

ความทรงจำในใจกับการ Co-op ของผู้เขียน

เอาจริง ๆ ผู้เขียนมีความทรงจำในการร่วมมือกันเล่นหลากหลายรูปแบบมาก ไล่มาตั้งแต่วัยเด็ก การร่วมมือกันเล่นแรก ๆ ก็คงจะเป็นการ Co-op กับพ่อในเกมสยองขวัญต่าง ๆ ผู้เขียนนั่งเปิดบทสรุปคอยบอกทางให้พ่อ สองพ่อลูกร่วมมือร่วมเชียร์เอาชนะปีศาจและปริศนาในเกม

พอโตขึ้นมาเกม Co-op ที่ผู้เขียนรักที่สุดในการเล่นกับเพื่อนก็ต้องเป็น Left 4 Dead เพราะสร้างเสียงหัวเราะยามค่ำคืนได้ตลอด ภาพเพื่อน ๆ โดน Tank ซัดจนกระเด็น หรือเสียงกรี๊ดของคนโดน Smoker ลากเข้าป่าก็ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้

ขณะเดียวกันมันยังเป็นพื้นที่ให้เราได้พูดคุยกับเรื่องราวต่าง ๆ ใน “ชีวิตจริง” แบ่งปันปัญหา แชร์กำลังใจ รับฟังเรื่องราวความฝันของคนรอบตัว 

จนถึงวันนี้ในส่วนลึกในใจของผู้เขียนก็ยังโหยหาความทรงจำเหล่านั้นอยู่ตลอด แม้จะรู้ตัวว่าคงไม่สามารถ “สร้าง” มันขึ้นมาใหม่ให้สวยงามหรือสมบูรณ์ได้เท่าวันวาน

left 4 dead

เพราะชัยชนะที่ดีที่สุด คือชัยชนะที่มีคนแบ่งปัน

ในวันนี้ วันที่โลกให้ความสำคัญกับ “ความร่วมมือ” เป็นพิเศษ เกม Co-op ก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของแนวคิดนั้นในรูปแบบของความบันเทิง

มันสอนให้เรารู้จักแบ่งหน้าที่ ช่วยเหลือกัน ให้อภัยความผิดพลาดของกันและกัน และค้นพบว่าความสำเร็จที่มีค่าที่สุด ไม่ใช่การเอาชนะใคร หากแต่คือการได้ผ่านอุปสรรคไปพร้อมกับคนที่เราอยากเล่นเกมด้วย

บางที เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราจำได้ดีที่สุดก็คือเพื่อนร่วมทีมที่เคยอยู่ในเกมเหล่านั้นด้วยกันเสมอมา เป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าที่เราจดจำไปตลอดชีวิตของเรานั่นเอง

Avatar of Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

โน้ต - Co-Founder / Editor-in-chief

Back to top