สารบัญ / Contents
หนึ่งในเกม Metroidvania ที่กลายเป็นฮิตเซอร์ไพรส์ก่อนที่ Castlevania กำลังจะกลับมา เจ้านกน้อยกับก้านไม้ขีดไฟนี้ มีอะไรดี ติดตามหาคำตอบกันได้ในบทความรีวิว Well Dweller เลย
Story – ราชินีใจร้ายผู้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วแดนดิน

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนกน้อยตัวหนึ่ง ชื่อ Glimmer ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวนกใต้บ่อน้ำลึก แต่ในดินแดนเบื้องบน เด็กน้อยคนหนึ่งที่ถูกราชินีชุบเลี้ยง เติบโตมาเป็นคนอำมหิตโหดร้าย ฆ่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจและกลายเป็นเด็กหัวรุนแรง วันหนึ่งองค์ราชินีเสียชีวิตไป เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นมาแทนที่ และยังคงมีนิสัยโหดร้ายเช่นเคย นางต้องการสวมชุดที่ทำจากขนนกทั้งตัว จึงสั่งให้ออกไล่ล่านกและสัตว์น้อยใหญ่จนเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งป่า
ครอบครัวของ Glimmer เอง จึงเป็นเผ่าพันธุ์นกเพียงน้อยนิดที่ต้องหลบหนีเอาตัวรอด แต่แล้วพวกเขาก็ถูกเหล่านายพรานเจอตัว และจับครอบครัวไป Glimmer จึงต้องออกเดินทางสำรวจโลกใต้ดิน และหาทางขึ้นไปช่วยครอบครัวเขากลับมาให้ได้
แม้จะมีเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่สิ่งที่สนุกของเนื้อเรื่องในเกมนี้ คือมันจะมีเรื่องเล่าอื่น ๆ เพิ่มมาผ่านหน้ากระดาษนิทานที่เราสามารถตามเก็บได้ในเกม รวมไปถึงระหว่างการเดินทาง เราจะได้พบกับเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากราชินีอยู่ไม่น้อย และได้ผูกสัมพันธไมตรีต่อกัน กลายเป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ที่บางช่วงก็อบอุ่น บางช่วงก็ตลกขำขันไปเลย และบางตัวละคร นอกจากจะมอบเรื่องราวและเนื้อหาเพิ่มเติมแล้ว ยังเป็นการปลดล็อคระบบบางอย่างของเกม หรือสกิลและความสามารถพิเศษใหม่ ๆ มาด้วย

ในภาพรวมมันคือเกม Metroidvania ที่ดำเนินเรื่องแบบเส้นตรง (ไปสลับซับซ้อนในแผนที่และการสำรวจแทน) ทำให้สำหรับสายเสพเนื้อเรื่องนั้น ไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ รู้เพียงแค่ว่าเป้าหมายเราคืออะไร และมิตรภาพระหว่างทางก็ไม่ได้ทำให้มันยุ่งยากซับซ้อนด้วย สายเสพเนื้อเรื่อง นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่เกมนี้จะนำเสนอนัก เพราะทีเด็ดของเกมแนวนี้คือการนำเสนอและเกมเพลย์
Presentation – เขาวงกตสุดซับซ้อน ซ่อนความสยองขวัญ

สำหรับคนที่สนใจเข้าวงการเกม Metroidvania อยากรู้ว่ามันสนุกยังไง นาทีนี้การนำเสนอของ Well Dweller นั้น ถือว่าเป็นมิตรที่สุดในบรรดาเกมใหม่ ๆ ที่ออกมาแล้ว
สิ่งที่ผู้เล่นต้องเจอแน่นอนในเกมนี้คือ หลงทาง เป็นเรื่องปกติของเกมแนวนี้ แต่การดีไซน์แผนที่ และทางเลือก ตัวช่วยต่าง ๆ ของเกมนี้ ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้เล่นมาก ๆ แต่ก็ยังแอบซ่อนการใช้ความคิดเล็ก ๆ เอาไว้เสมอ ว่าในบางฉาก อาจไม่ใช่ผู้เล่น่ต้องการพลังใหม่ แต่ต้องลองคิดอีกนิดว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง ซึ่งส่วนนี้ยอมรับว่ามันสร้างสรรค์มาก หลายจุดที่พอมานั่งเอ๊ะแล้วทำดูจนสำเร็จนี่มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ
ด้วยความที่เกมนี้เราจะมีไอเทมคู่กายคือไม้ขีดไฟ ที่สามารถปาออกไปเสียบกำแพงได้ และใช้ดีดตัวกระโดดสูงได้ เป็นสกิลที่มีให้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของเกม ตรงนี้ก็ทำให้เราต้องคิดต่างจากเกมอื่นอยู่บ้าง บางจุดที่เราคิดว่ากระโดดไม่ถึง แต่มันจะมีร่อง มีที่ให้ปักไม้ขีดไฟแล้วดีดตัวอยู่หรือเปล่า ก็ต้องลองสังเกตกันดี ๆ
การออกแบบฉากตามสไตล์ Metroidvania ที่มักจะมีทางแยก ทางย่อย ห้องเล็ก ห้องน้อยอยู่ทั่ว ไปสำรวจก็อาจจะเจอสิ่งที่ไม่ควรเจอโดยบังเอิญ ถ้าเก็บตอนนี้ไม่ได้ Mark ไว้ก่อนไหม แล้วค่อยกลับมาเก็บตอนมีสกิล หรือนึกวิธีออกแล้วค่อยวนกลับมา

แน่นอนว่าพอนำเสนอด้วยวิธีนี้ ผู้เล่นจะไม่สามารถพยายามคว้า Key Item หรือ Key Ability ใด ๆ มาก่อนได้เลย จำเป็นต้องเล่นไปตาม Story Progression ก่อนเท่านั้นถึงจะตามเก็บไอเทมบางส่วนได้ ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์ของเกม Metroidvania ที่อาจจะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ
การออกแบบมอนสเตอร์ของเกมนี้ก็ต้องบอกว่าสดใส ดูไร้พิษภัย แต่ก็จะมีบางช่วงที่แอบใส่ความเป็น Horror หลอน ๆ เข้ามาเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวจนขนหัวลุกอะไรขนาดนั้น ดีไซน์บอสแต่ละตัวก็เหยียบเส้นพอดีระหว่างความ Horror และความเป็นการ์ตูนเล็กน้อย
อีกส่วนที่อยากพูดถึงคือ นี่เป็นเกม Metroidvania ที่มี Soundtrack สุดจะ Cozy มาก ๆ เพลงของเกมนี้มันเนิบนาบ สบายหู สบายใจ ฟังแล้วอบอุ่น แม้บางฉากที่เป็นซีนต่อสู้จะถูกกระตุ้นอารมณ์ขึ้นมา แต่ภาพรวมของเพลงประกอบทั้งเกมคือมันฟังสบายหูจริง ๆ ถึงขั้นที่ว่าเล่น ๆ ไป บางทีจะหลับได้เลย เพราะหาทางไม่เจอ + เพลงมันเคลิ้มเกิน
ในด้านข้อเสียที่ไม่อาจมองข้าม ด้วยความที่เป็นเกม Solo Dev ทำให้ความหลากหลายของเกมและศัตรูมันไม่ได้เยอะขนาดนั้น อาวุธก็มีอย่างเดียวทั้งเกม ศัตรูที่แม้จะมีดีไซน์ใหม่ ๆ แต่ถ้าเล่นดูดี ๆ จะพบว่ามันใช้วิธีการต่อสู้ที่คล้ายกัน

ตัวเกมมีความยาวแบบปานกลางเช่นกัน ไม่สั้น ไม่ยาวมาก หากไม่หลงทางหรืองมกันจนเกินไป ประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็จบได้แล้ว หรืออาจจะประมาณ 10 ชั่วโมง สำหรับคนหลงเก่ง แต่ถ้าจะเก็บ 100% ทุกอย่างก็อาจจะใช้เวลามากขึ้นไปอีก แต่ภาพรวมของเกมจะไม่เกิน 15 ชั่วโมงแน่ ๆ อยู่ที่ว่าผู้เล่น เชี่ยวชาญเกมแนวนี้มากน้อยแค่ไหน
Gameplay – ไม้ขีดไฟกู้ชาติ แท่งเดียวเปรี้ยวได้ทั้งเกม

สิ่งที่น่าแนะนำที่สุดสำหรับ Well Dweller คือ การที่เกมนี้ เหมาะจะเป็นประตูสู่เส้นทางการเล่นเกมแนว Metroidvania สำหรับผู้เล่นใหม่มาก ๆ
เกมเพลย์และระบบการเล่นของเกมนี้ มันเหมือนกับเกมอย่าง Hollow Knight: Silksong ที่ลดระดับความยากลงมาให้อยู่ในที่จุดที่พอดิบพอดี และ Assist ผู้เล่นด้วยการดีไซน์เกมเพลย์ที่เข้าถึงง่ายกว่ากัน และช่วยผู้เล่นมากกว่าเยอะ
โทษของความผิดพลาดในเกมนี้ไม่ได้ร้ายแรงจนบั่นทอนกำลังใจผู้เล่น ตายก็ไม่มีการสูญเสีย Currency แถมยังสามารถวาร์ปไปตามจุด Tent ที่เป็นเหมือนกับ Checkpoint ได้ตลอดเวลา แถมที่สำคัญเลยสำหรับคนหลงทาง เกมนี้มีระบบจ่ายเงิน ที่เป็นเงินในเกม เพื่อบอกตำแหน่งของภารกิจหลักด้วยว่าต้องไปตรงไหนต่อ คือมันก็ไม่ใช่ราคาถูก ๆ ต้องฟาร์มจากเหล่ามอนสเตอร์กันสักพัก แต่มันก็แก้ปัญหาคนหลงได้ดี แต่การซื้อจุดบอกตำแหน่งเกมนี้ มันก็จะบอกแค่คร่าว ๆ เราต้องวิเคราะห์เส้นทางเพื่อเข้าไปให้ถึงเองอยู่ดี แต่ภาพรวม นี่คือเกม Metroidvania ที่เข้าถึงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เล่นเกมแนวนี้ที่เป็นมือใหม่ที่สุดแล้ว
อาวุธตลอดทั้งเกมของผู้เล่นมีเพียง 2 อย่างคือไม้ขีดไฟติดตัว และอาวุธประเภทโยนอย่าง Vessel ที่จะสามารถชาร์จการใช้งานด้วยการโจมตีศัตรู ฟังดูแล้วอาจจะดูน่าเบื่อ แต่สิ่งที่ผู้เล่นทำได้คือการติดตั้ง Trinket หรือเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือการเอาตัวรอดได้

การจะติดตั้ง Trinket ได้นั้น ผู้เล่นจะต้องหา Trinket Slot ไอเทมสำหรับขยายช่อง Trinket ที่สามารถซื้อได้จากร้านค้าที่ Tent หรือจะออกสำรวจพื้นที่ในเกมเพื่อหา Trinket Slot ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ Trinket แต่ละชิ้นจะใช้จำนวน Slot ไม่เท่ากัน ทำให้ผู้เล่นต้องบริหารจำนวน Slot ที่มีอยู่ ว่าอยากใส่ชิ้นไหน เพื่อทำให้เจ้า Glimmer ของเราเก่งขึ้น โดย Trinket ในเกมนี้ มีให้ตามหาและเก็บสะสมกันมากกว่า 32 ชิ้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกชิ้นจะมีประโยชน์ เพราะบางอันมันก็แทบจะไม่ได้แตะหรือใช้มันเลยด้วยซ้ำ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการออกตามหา หรือบางทีลงทุนฝ่าวิบากกรรมแพลตฟอร์มแทบตาย แต่ดันได้ Trinket ที่ความสามารถไม่ค่อยจะดีมาซะอย่างนั้น
ในช่วงแรกเราจะรู้สึกว่า การสำรวจมันเต็มไปด้วยความมึน และยากลำบาก เพราะสกิลติดตัวเราจะน้อยมาก เจอกำแพงสูง เจอประตูที่ล็อค ไปต่อไม่ได้ จะอ้อมไปเปิดก็ติดปัญหาด้านแพลตฟอร์ม นั่นเพราะส่วนใหญ่แล้ว Progression ของเกมนี้มักจะผูกติดไปกับเนื้อเรื่อง การจะปลดล็อคความสามารถใหม่ต้องไปเดินเรื่องหลักก่อน แล้วถึงจะย้อนกลับมาตามเก็บสิ่งของต่าง ๆ ได้
จุดที่ชอบอีกอย่างของเกมนี้คือทุกครั้งเวลาเราเจอบอสใหม่ เราจำเป็นจะต้องใช้ความสามารถทุกอย่างที่มี ณ ตอนนั้น ในการเอาชนะมัน ทั้งรูปแบบการหลบหลีก ความสามารถติดตัว อย่างเช่นเราเพิ่งได้พลังในการ Wall Jump มา บอสตัวต่อไปก็จะมีเมคคานิคการโจมตีที่ต้องใช้ Wall Jump ในการหลบหลีก และยิ่งช่วงท้าย พอสกิลเราครบ บอสมันก็จะขนทุกการโจมตีมาถล่มใส่เรา ให้เราต้องงัดทุกความสามารถมาใช้ในการเอาชนะ และฝึก Muscle Memory ของเราไปในตัว ไม่ให้เราลืมว่าเรามีทักษะหรือความสามารถอะไรเป็นทางเลือกขณะสู้

แต่อย่างที่บอก นี่เป็นเกม Metroidvania สำหรับมือใหม่ที่มอบโอกาสในการทำผิดพลาดให้กับผู้เล่น การตายของเกมนี้จะไม่เสียอะไรเลย แค่ย้อนกลับไปเกิดใหม่ที่ Tent แถมเกมยังดีไซน์มาอย่างใจดี นั่นคือ ห้องบอสเกือบจะทุก ๆ ตัว มักจะมี Tent รออยู่ด้านหน้าเสมอ ทำให้แม้จะแพ้ในการสู้บอส ก็ลดความหงุดหงิดในการต้องเดินไปไกล ๆ เพื่อสู้อีกรอบได้เป็นอย่างดี
แต่เพราะแบบนี้ มันจึงอาจเป็นเกมที่ไม่เหมาะกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งถ้าใครผ่าน Hollow Knight ทั้ง 2 ภาคมาแล้ว เกมนี้ถือว่าง่ายและสบายกว่ากันเยอะมาก ตัวเกมมันจะ Simple กว่า ช่วยเหลือเยอะกว่า และซับซ้อนน้อยกว่า โดยเฉพาะด้านอาวุธที่ใช้อยู่อย่างเดียวทั้งเกม
กับอีกอย่างคือในช่วงครึ่งหลังของเกม มันจะเป็นสูตรเกม Metroidvania ทั่วไปเลยคือ ความยากจะไปหนักอยู่ที่ Level Design ที่เป็นฉากแพลตฟอร์ม ทำให้ช่วงครึ่งแรก เหมือนจะต้อนรับผู้เล่นหน้าใหม่ก็จริง แต่ช่วงท้ายอาจจะได้ประสบการณ์ในระดับเดียวกันกับเกมใหญ่ ๆ เลยก็ได้ ทำให้มันอาจจะเป็นปัญหาในเรื่องของความยากที่ Curve ขึ้นสูงจนเกินไป เอาง่าย ๆ เลยคือ เส้นเคิร์ฟความยากเกมมันสูงขึ้นแบบถ้าเป็นบันไดก็คือบันไดชัน ช่วงแรกจะรู้สึกง่าย แต่พอช่วงหลังที่ต้องเล่นแพลตฟอร์มรัว ๆ บอกเลยว่ามือเปียกเหงื่อกันบ้าง
แม้จะไม่มีอะไรใหม่ แต่ Well Dweller คือสูตรสำเร็จและเข้าถึงง่ายกว่าเกมทั่วไป ก่อนที่ช่วงท้าย มันจะมอบประสบการณ์แบบเดียวกันกับที่เกม Metroidvania เจ้าใหญ่ ๆ เขาใช้กัน ใครอยากเริ่มเล่นเกม Metroidvania จริง ๆ เริ่มที่เกมนี้ได้เลย
Performance – ราบรื่นในการเล่น แต่ติดปัญหาแคปหน้าจอเล็กน้อย

ด้วยความที่เป็นเกม Solo Dev ทำให้ Setting การตั้งค่าต่าง ๆ ของเกมไม่ได้มีเยอะมากนัก หลัก ๆ แล้วสิ่งที่เกมปรับได้ก็จะเป็นแค่ส่วนของงานภาพ เกมเพลย์ และการตั้งค่าปุ่มกด
งานภาพจะไม่ได้ปรับอะไรได้มากเท่าไร นอกจากความละเอียดจอก็จะเป็นส่วนของการเปิดปิดระบบสั่นเวลาถูกโจมตี สำหรับใครที่มึนหัวง่ายเพราะจอสั่น แนะนำว่าปิดไว้ก็ดี ส่วนใครที่หลงทางบ่อย เกมจะมีระบบในการเปิด Minimap ซึ่งช่วยได้มาก สำหรับคนขี้หลงทางที่ไม่อยากกดเปิดหน้าจอแผนที่ดูบ่อย ๆ
ปัญหาระหว่างตอนเล่นนั้น ไม่ค่อยเจอ แต่จะมีอยู่ปัญหาเดียวที่ไม่ค่อยส่งผลกระทบอะไรกับตัวเกมเพลย์มากนัก นั่นคือทุกครั้งที่จะกด Printscreen ด้วยปุ่ม F12 ของ Steam เกมมักจะค้างไปในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 0.5 – 1 วินาที ซึ่งเป็ฯอาการที่ไม่น่าจะเกิดได้ และที่สำคัญคือไม่ว่าลองกับเครื่อง PC เครื่องไหนก็เป็น ทั้งสเปคแรงและสเปคกลาง คาดว่าน่าจะเป็นปัญหาที่ตัวเกมจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม Well Dweller ถือว่าเป็นเกมที่สเปคเบาสุด ๆ ซีพียูเพนเทียม แรม 4 การ์ดจอไม่ต้องถึง GTX ยังเปิดเล่นได้ บวกกับตัวเลือกการปรับแต่งตั้งค่าที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรด้วย
Verdict
Well Dweller เป็นผลงาน Solo Dev ที่น่าประทับใจ ทั้ง Level Design ตัวศัตรู บอสไฟท์ และความเข้าถึงง่ายในการเล่น เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเริ่มเล่นเกม Metroidvania ครบเครื่องตามสูตรสำเร็จของเกมแนวนี้













