Image default

ARTICLE REVIEW : FrostPunk

เมื่อโลกเข้าสู่วิกฤตความหนาวเย็น ความเป็นมนุษย์จึงถูกทดสอบ

Frostpunk เกมใหม่ล่าสุดจากทีมผู้พัฒนา 11 bit studios ที่มีผลงานในการพัฒนาเกม This war is Mine โดยเกมของทีมผู้พัฒนานี้มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอบรรยากาศของเกม และการตั้งคำถามเชิงศีลธรรมให้ผู้เล่นได้ตัดสินใจ ด้วยความยอดเยี่ยมของ This war is Mine ทำให้ Frostpunk นั้นได้รับความคาดหวังจากแฟน ๆ พอสมควร เกมนี้จะสมความคาดหวังหรือไม่ติดตามได้ในรีวิวนี้

Story

เนื้อเรื่องของเกมนี้นั้นไม่ได้มีความเด่นอะไรมากนักเป็นมีขึ้นเพียงเพื่อที่จะให้เราเข้าถึงที่มาที่ไปของเรื่องนี้ โดยเนื้อถึงกล่าวถึงโลกที่ได้เผชิญกับภัยของความหนาวเย็นติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้อารยธรรมชองมนุษย์เริ่มเข้าสู่การล่มสลาย โชคดีที่ยังมีเหลือเตาพลังงานความร้อนที่ขับเครื่องด้วยพลังถ่านหินอยู่และนั่นเป็นความหวังเดียวของมวลมนุษย์ นอกนั้นเกมก็จะมีเนื้อเรื่องเสริมขึ้นมาในบางจังหวะตาม Process ของเกมที่ได้ผ่านไป ซึ่งก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ใช่ส่วนสำคัญของเกมนี้มากนัก

Gamplay

ถือเป็นจุดที่เด่นในเกมนี้ ซึ่งตัวเกมนั้นไม่ใช่แนวสร้างเมืองธรรมดาแต่มันคือ Society survival คุณในฐานะผู้นำของเมืองจะต้องทำพาประชาชนทุกคนผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งตัวเกมนั้นผู้เล่นต้องจัดการสิ่งต่าง ๆ ทั้งการเก็บถ่านหินเพื่อป้อนเตาพลังงานไม่ให้ดับ การหาอาหารเพื่อไม่ใช้ประชาชนอดอยาก ซึ่งตัวเกมนั้น Step up ความยากผ่านการลดของอุณหภูมิยิ่งอุณหภูมิต่ำลงเกมก็จะยิ่งยากขึ้น เพราะว่าทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวได้นั้นน้อยลง แต่ทรัพยากรที่ให้นั้นเยอะขึ้นดังนั้นหากผู้เล่นวางแผนไม่ดีเมืองอาจจะพังได้ง่าย ๆ ตัวเกมยังมีระบบ Hope และ Discontent มาเพิ่มความยากในการเล่นซึ่งค่านี้จะแปรผันตามความต้องการของประชาชน หากประชาชนอยู่ดีกินดีค่า Hope จะสูงค่า Discontent จะน้อย แต่หากประชาชนไม่พอใจหรือว่าผู้เล่นสัญญากับประชาชนแล้วทำไม่ได้ค่า Discontent จะสูงโดยหากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเมืองก็พังเช่นกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้มีระบบ “กฏหมาย” ให้ผู้เล่นนั้นได้ไปปรับใช้กับประชาชนในเมือง ซึ่งแต่ละกฏหมายนั้นมีข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการวางแผนของผู้เล่น โดยระบบกฏหมายนี้เป็นเครื่องมือที่สำคัญหากผู้เล่นใช้ไม่ดีผลอาจจะตรงกันข้าม

แม้ว่าระบบการเล่นจะดีแต่ก็มีหนึ่งข้อเสียใหญ่ คือตัวเกมนั้นไม่มีโหมด Endless ทำให้เมื่อผูู้เล่นผ่านเนื้อเรื่องจนจบทั้งหมดแล้วอาจจะเกิดความเบื่อหน่ายในการเล่นได้ ซึ่งผู้พัฒนานั้นได้ประกาศว่าจะเพิ่มโหมดเนื้อเรื่องและระบบอื่น ๆ ในการเล่นครั้งต่อไป

Presentation

กราฟิกของเกมนี้นั้นทำได้อย่างดีภายใต้ศิลปะสไตล์ Steam Punk แสง เงา รวมทั้งสภาพภูมิอากาศนั้นทำออกได้อย่างดี นอกจากนี้เกมยังได้นำเสนอบรรยากาศในเกมที่เต็มไปด้วยความหดหู่ และนำสู่ทางให้เลือกให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจในบางครั้ง ทำให้เรานั้นไม่ได้มองว่าเป็นเกมสร้างเมืองเลยแต่มองเป็นเกมเอาชีวิตรอดแทน ซึ่งทีมพัฒนาได้นำเสนอในจุด ๆ นี้ดีมากทำให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันตลอดเวลาซึ่งทำให้ผู้เล่นนั้นสามารถอยู่กับหน้าจอได้อย่างยาวนาน 

 

Conclude

Frostpunk เป็นเกมที่เล่นสนุกมีระบบการเล่นที่ท้าทาย กราฟิกที่สวยงาม และความเป็นโลกสีเทา ๆ ที่คุณไม่สามารถหาได้ในเกมอื่น ๆ  โดยผู้เล่นนั้นจะอยู่ติดหน้าจอไม่ทำการทำงานกันเลยทีเดียว หากเทียบกับราคาของตัวเกมนั้นนับว่าคุ้มค่าอย่างมากที่จะหามาลองเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คุณนั้นเป็นคนที่ชอบเล่นเกมแนวนี้

Frostpunk จำหน่ายใน Steam ในราคา 379 บาท และมีส่วนลด 10 % สำหรับคนที่มีเกม This War is Mine โดยคนที่สนใจสามารถหาซื้อได้ ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง