GamingDose

Support

BY Nuttawut Apiratwarakul

Review : Razer Blackshark V2

GD ปกบทความwebsite Razer BlackShark V2
0 Views
ติดตามบน Google News

Razer ปล่อยของกับ Blackshark V2 หนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้

ถ้าดูจากสินค้าที่ผ่านมาของ Razer เราจะเห็นได้ว่า “หูฟังเกมมิ่ง” ถือเป็นผลงานอีกหนึ่งอย่างที่ Razer ผลิตออกมามากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังขนาดเล็ก ขนาดใหญ่  หูฟังแบบมีสายหรือไร้สาย ซึ่งสินค้าหูฟังของ Razer แต่ละตัวก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

และสำหรับ Blackshark ตัวต้นฉบับนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์สาย eSports ที่ต้องการความแม่นยำของเสียง รวมไปถึงรูปทรงและน้ำหนักที่บางเบาโดยเฉพาะ

ในการกลับมาของ BlackShark ภายใต้รหัสใหม่ V2 ตัวหูฟังที่เคยโดนใจผู้ใช้งานสายจริงจังเกมมิ่งมีการพัฒนาและมีจุดเด่นอยู่ตรงส่วนไหนบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

Artboard 19 copy 11

Spec พื้นฐานของ Razer Blackshark V2

  • Driver :  Razer TriForce Titanium ขนาด 50 มม.
  • ไมค์โครโฟน : Razer HyperClear Cardioid
  • ความถี่ : 12Hz – 28,000Hz
  • การเชื่อมต่อ: 3.5 มม., มาพร้อม USB soundcard
  • น้ำหนัก : 262 กรัม
  • ความยาวสาย : 1.8 เมตร

เริ่มกันที่หน้าตาก่อนเลย การออกแบบของ BlackShark V2 นั้นโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่เรียบง่าย มีขนาดเบาและเล็กกว่าหูฟังระดับสูงของ Razer ตัวอื่น ๆ ส่วนของ Earcup มีการปรับปรุงรูปทรงใหม่โดยจากตัวทรงกลมขนาดใหญ่ในตัว Version ดั้งเดิมเปลี่ยนมาเป็นทรงวงรี  ตัวที่ครอบหูก็มีการเสริมกรอบพลาสติกเข้ามาและใส่โลโก้ Razer เอาไว้ ส่วนของที่ครอบทำการยึดเข้ากับหูฟังโดยเชือกสีเขียวนีออนสดใสและก้านยึดสองอัน  ตัวก้านยึดทำหน้าที่ในการขยายขนาดหูฟังให้เข้ากับศีรษะของผู้ใช้งาน

สำหรับด้านในของหูฟังนั้นบุด้วย Memory Foam และใช้ผ้าปูทับซึ่งให้ความรู้สึกสบายอย่างมากระหว่างสวมใส่และใช้งาน

หูฟังด้านซ้ายจะเชื่อมต่อกับสายหูฟังความยาว  1.8 เมตรแบบไม่สามารถถอดออกได้ โดยสายหูฟังมาในแบบสายผ้าซึ่งถือว่าแข็งแรงทนทานเลยทีเดียว หูฟังด้านซ้ายยังเป็นที่รวมของจุดต่อไมค์ที่สามารถถอดเก็บได้ ปุ่มปรับความดังของเสียง และปุ่มปิดไมค์

โดยรวมแล้วหน้าตาของ BlackShark V2 นั้นยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกับ BlackShark ตัวดั้งเดิมเอาไว้ แต่มีการปรับปรุงวัสดุให้ดูดีมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงปรับให้หน้าตามีความทันสมัยและโฉบเฉี่ยวสวยงามนั่นเอง แต่ในเรื่องการสวมใส่ใช้งานนั้นบอกได้เลยว่าน้ำหนักที่เบาและขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้ BlackShark V2 ถือเป็นหูฟังที่สามารถใส่ใช้งานได้ติดกันเป็นเวลานานครับ

Artboard 19 copy 2

Artboard 19 copy 17 1

มาดูจุดสำคัญอีกอย่างของ BlackShark V2 นั่นก็คือ Sound Card 7.1 ที่มาพร้อมกับหูฟัง ตัว Card นั้นถือได้ว่ามีขนาดที่เล็กกระทัดรัด  การเชื่อมต่อและติดตั้งนั้นทำได้ง่ายดายมากครับเพียงแค่เสียบตัว Card ลงไปในช่อง USB ตัว Driver และ Software ต่าง ๆ ก็จะถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติ บนตัว Card จะมีไฟ Led สีเขียวที่จะติดขึ้นเมื่อตัว Card กำลังใช้งานอยู่

ตัวหูฟังหลักจะใช้การเชื่อมต่อด้วยแจ็ค 3.5  มม. ซึ่งทำให้เราสามารถใช้งาน Razer BlackShark V2 ได้กับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ทั่วไปที่รองรับแจ็ค 3.5 แต่ในการใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดโดยเฉพาะการใช้งานระบบเสียง THX Spatial Audio อันเป็นจุดเด่นสำคัญของหูฟังตัวนี้นั้นเราจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อผ่าน Sound Card และใช้ Software อย่าง Razer Synapse ครับผม

เมื่อใช้งานผ่าน Sound Card เราจะสามารถปรับแต่งค่าเสียงและไมค์ของ BlackShark V2 ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับความชัดของเสียง การปรับ Bass การปรับ EQ ทั้งของไมค์และหูฟัง

Artboard 19 copy 9

Artboard 19 copy 14

สำหรับพระเอกของงานอย่าง THX Spatial Audio ที่ปรับแต่งจากหน้า Mixer ในตัวโปรแกรม Razer Synapse นั้นเป็นการจำลองเสียงจากสภาพแวดล้อมแบบ 360 องศา  เพิ่มความคมชัดของทิศทางเสียงไปอีกระดับ ซึ่งจากการใช้งานจริงต้องบอกเลยว่า THX Spatial Audio นั้นทำงานได้อย่างน่าประทับใจไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสำหรับเล่นเกม หรือการฟังเพลง แต่หลัก ๆ แล้วในการใช้งานสำหรับเล่นเกมนั้นเจ้า THX Spatial Audio ให้ทิศทางของเสียงที่ชัดขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนั้นทาง Razer ยังใส่ Profile เสียงของเกมดัง ๆ อย่าง Apex Legends,  Valorant, CS: GO และ Modern Warfare มาไว้ในตัว Software ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานตามเกมที่เราเล่นได้แบบง่ายดาย  สรุปแล้วในด้านของคุณภาพเสียงโดยรวมแล้วเรียกได้ว่า BlackShark V2 สอบผ่านแบบน่าประทับใจครับ

คุณภาพไมโครโฟนก็ถือเป็นอีกจุดที่เกมเมอร์มักจะให้ความสำคัญซึ่งที่ผ่านมาหูฟังของ Razer ก็มักจะโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพไมค์กันอยู่แล้ว โดยไมค์ของ BlackShark นั้นให้เสียงที่ชัดเจน  และไม่ดูดเอาเสียงรบกวนจากรอบข้างเข้าไปด้วย แต่จากการทดสอบแล้วผมรู้สึกว่าไมค์ของ BlackShark V2 ดูจะเน้นเรื่องของความชัดเจนของเสียงมากเกินไปหน่อยในบางครั้ง ทำให้เสียงของผู้ใช้งานเวลาพูดถูกปรับให้มีความแหลมมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจุดนี้เราสามารถแก้ไขได้โดยตัว Software Razer Synapse แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ถือเป็นปัญหาใหญ่หรือทำให้เสียงของผู้ใช้งานเพี้ยนจนผิดแปลกจนเกินไป แต่สำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำในการจำลองเสียงที่อัดก็อาจจะต้องอาศัยการปรับแต่งช่วยครับ

Artboard 19 copy 30

Artboard 19 2

ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟัง eSports ที่ใส่สบาย ไม่ร้อนหรืออึดอัดเวลาสวมใส่ติดกันเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็มีคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม BlackShark V2 ของ Razer ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เทคโนโลยี THX Spatial Audio ให้ทิศทางเสียงที่ดีขึ้นแบบชัดเจน โดยเฉพาะในเกมที่มี Profile รองรับในกลุ่มเกมยิงแนว FPS ชื่อดังทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม BlackShark V2 ก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น ผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังที่จบทุกอย่างในตัวทั้งดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม BlackShark V2 ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ในส่วนนี้ หรือการที่ลูกเล่นส่วนใหญ่ของหูฟังออกแบบมาให้ใช้งานกับ PC

แต่หากมองถึงคุณภาพของเสียงที่ BlackShark V2 มี รวมเข้ากับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ Razer ใส่เข้ามา ถือได้ว่า BlackShark V2 เป็นหูฟังสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะสาย eSports ที่ดีที่สุดในท้องตลาด ณ เวลานี้

เกมเมอร์สายจริงจังโดยเฉพาะผู้ชื่นชอบเกมเดินยิงชื่อดังที่กำลังมองหาหูฟังตัวใหม่กันอยู่ลองดู Razer BlackShark V2 ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกครับ

BlackShark V2 ออกวางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามตัวแทนจำหน่ายชื่อดังในไทยทั่วประเทศ ในราคา 3,890 บาท

Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) – ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้