BY Ice

รีวิว Castlevania: Belmont’s Curse – กรุงปารีสลุกเป็นไฟกับภารกิจใหม่ของตระกูล Belmont

Latest Castlevania Belmonts Curse Textless
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

ฝรั่งเศสลุกเป็นไฟ สุดยอดนักล่าแวมไพร์กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ เขาไม่ใช่ Belmont คนสุดท้าย และนี่คือ Castlevania: Belmont’s Curse

Story – ภารกิจใหม่ของตระกูล Belmont ในการกอบกู้กรุงปารีส

Castlevania Belmont Curse 1

ปี 1499 ปารีส ฝรั่งเศส Claude de Champigny หัวหน้าคณะบาทหลวงแห่งมหาวิหารนอทร์-ดาม ได้ส่งจดหมายขอความช่วยเหลือไปยัง Trevor Belmont สุดยอดนักล่าแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ให้มาช่วยเหลือกรุงปารีสที่ถูกเหล่าปีศาจร้ายบุกโจมตี Trevor รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และตัวบาทหลวงเองก็มีพิรุธ จึงเดินทางมายังกรุงปารีส แต่เขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว ตระกูล Belmont ในตอนนั้น เขาไม่ใช่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่มี Rose Belmont ลูกสาวของเขาติดตามมาด้วย

เมื่อมาถึงกรุงปารีส Trevor และ Rose ตัดสินใจแยกย้ายกันทำภารกิจ โดย Trevor จะไปหาบาทหลวง ส่วน Rose จะเข้าไปดูสถานการณ์ของกรุงปารีส และเป็นจุดเริ่มต้นของ Belmont’s Curse

Castlevania Belmont Curse 2

สำหรับเรื่องราวของเกมภาคนี้ ผมอยากให้แฟน ๆ Castlevania ได้ไปจับกับมือเองมากที่สุด เพราะจุดเปลี่ยนสำคัญและการนำเสนอเรื่องราวนั้น เซอร์ไพรส์แฟน ๆ Castlevania มาก ๆ แนะนำว่าตอนเกมออก พยายามหลีกเลี่ยงสปอยล์แล้วไปเล่นกันเองดู เพราะเกมมีฉากจบหลายแบบ ดังนั้นใครสายเก็บ Ending ก็สามารถเล่นซ้ำหรือเล่นต่อได้เลยด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณไม่ได้ติดตามเรื่องราวและจักรวาล Castlevania มาก่อนเลย คุณอาจจะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ได้ แต่ภาพรวมของเนื้อเรื่องมันจะไม่ได้ละเอียดซับซ้อนอะไรมาก แค่แฟน ๆ Castlevania อาจจะอินกับเนื้อเรื่องมากกว่า เพราะรู้จักบางตัวละครมาก่อนเท่านั้น

อย่างที่เราเล่นกันไปใน Demo ในภาคนี้ หลังจากที่เรากำจัดบอสไปได้ เราจะได้รับพลังของบอสเหล่านั้นมาใช้ และมันก็จะมีจิตสำนึกคอยพูดคุยกับเรา หรือพูดคุยกันเองตลอดเกม และมันจะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ค่อนข้างแหกคอก อารมณ์แบบมาอยู่ใต้อำนาจด้วยความจำใจ และคอยขัดแข้งขัดขาผู้อื่นเสมอ ตรงส่วนนี้ก็ทำให้การเล่าเรื่องสนุก และมีสีสันขึ้นมา

Castlevania Belmont Curse 3

สำหรับแฟน ๆ Castlevania ภาคนี้น่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ถูกใจใครหลายคน และการจะจบเนื้อเรื่องของเกมนี้ รับรองว่ารันเดียวไม่จบแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สปอยล์เนื้อหาเกม เราขอพูดถึงเท่านี้พอ แต่ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องของเกมจะถูกใจแฟน ๆ Castlevania แต่ Presentation และ Gameplay อาจทำให้แฟน ๆ หน้าเก่าตั้งคำถามในระดับนึง

 

Presentation – เส้นทางอันวกวนและซับซ้อนของกรุงปารีสที่ถูกนำเสนอในรูปแบบ Metroidvania

Castlevania Belmont Curse 4

ถ้าจะบอกว่านี่คือสิ่งที่ Castlevania ได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ก็ว่าได้ เพราะสิ่งที่เราได้ในการนำเสนอของเกมภาคนี้ ไม่ได้รู้สึกเหมือน Castlevania เลย

บอกก่อนว่าตัวผู้เขียนเอง ก็ไม่ได้เล่น Castlevania มาทุกภาค แต่ภาคดังระดับตำนานอย่าง Symphony of the Night นั้นก็เคยเล่นมาบ้าง ทำให้พอจะบอกได้ว่า ในภาค Belmont’s Curse นั้น นอกจากตัวละครแล้วนี่ก็จะเป็นกลิ่นอายใหม่ของ Castlevania เลย

อย่างแรกที่คงอยู่ คือเกมจะมีความเป็น Metroidvania เหมือนเดิม เกมจะมาพร้อมฉากอันสลับซับซ้อน แต่เมื่อเราสำรวจเปิดแผนที่ไปเรื่อย ๆ เราก็จะพบว่าทุกเส้นทาง ทุกพื้นที่จะเชื่อมบรรจบกันอย่างลงตัวและแนบเนียนมาก ซึ่งเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเกม Metroidvania และซีรีส์ Castlevania ก่อนที่มันจะกลายเป็นรากฐานให้กับทุกเกมในยุคปัจจุบันจริง ๆ

แต่ความ Metroidvania ของเกมนี้ จะอาศัยการอ่านข้อมูล การทำความเข้าใจพื้นที่ในเกมมากกว่าเกมไหน ๆ มันจะไม่ค่อยเหมือนเกมอื่น ๆ ที่เรามักจะใช้การมองภาพ การตีความสิ่งที่ปรากฎขึ้นในฉากและใช้ Common Sense ในการหาทางไปต่อ แต่กับเกมนี้ ทุกเอกสาร ทุกรายละเอียด เราต้องอ่าน เพราะมันคือเบาะแสที่จะพาเราไปเจอเป้าหมายสำคัญ หรือแม้กระทั่งเป้าหมายหลักของเกม

Castlevania Belmont Curse 5

ในภาคนี้เราจะมีไพ่ทาโรต์ ระบบนี้ใช้ทั้งดำเนินเนื้อเรื่องหลัก และใช้เป็นเบาะแสคำใบ้ต่าง ๆ ที่เราเจอมาตลอดทาง เราสามารถเปิดอ่านคำใบ้จากไพ่ทาโรต์ได้เสมอ เมื่อใดก็ตามที่คุณเข้าสู่ลูปของการวิ่งวนไปมา ก็เตรียมเปิดไพ่ทาโรต์ดูได้เลย ว่าเบาะแสมันกำลังชี้นำไปทางไหน ขอยกตัวอย่างเช่น ในไพ่ทาโรต์มันจะใบ้ว่า ในภาพวาดที่อยู่ในโซนนี้ ปลายดาบในภาพชี้ไปทางไหน ทางนั้นจะมีกำแพงลับอยู่ ถ้าใครเล่นแบบเอามัน กะไถผ่าน ๆ รับรองว่าหลงจนท้อแน่ ๆ

ในด้านแอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวของภาคนี้ก็จะมีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีความต่อเนื่องกัน ให้อารมณ์เหมือนตอนเล่น Dead Cells ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะมาจากทีมสร้างเดียวกัน แต่แฟน Castlevania อาจไม่ชินกับ Movement แบบนี้ และจังหวะการเล่นของเกมจะเร็วขึ้นมาก ๆ ทั้งในด้านของแพลตฟอร์มและการต่อสู้

ที่ค่อนข้างเสียเวลาเอาเรื่องเลยคือ เกมนี้จะมีระบบ Fast Travel ให้ แต่จะใช้ได้เฉพาะโซนเท่านั้น เกินครึ่งของเกมนี้ ผู้เล่นจะต้องเดินเท้าฝ่ากับดักและขวากหนามไปด้วยตัวเอง แต่ในบางห้องที่เป็นกับดักหรือแพลตฟอร์มเยอะ ๆ จะมีการเปิดเส้นทางลับหรือ Shortcut ทำให้การเดินทางผ่านหรือวนกลับมาครั้งที่ 2 สะดวกขึ้นเสมอ สำคัญที่เราต้องไม่ลืมค้นหาเส้นทางเหล่านี้ แต่ในภาพรวมคือเราก็จะเสียเวลาอยู่กับการเดินทางวกวนไปมาไม่น้อยเลย แต่ส่วนนี้ก็พอจะเข้าใจได้ เพราะมันจะผูกไปกับระบบเกมเพลย์เล็กน้อยด้วย

Castlevania Belmont Curse 6

ฉาก แสง สี เสียง เป็นอะไรที่ Evil Empire และ Motion Twin ถนัดอยู่แล้วในเกมแนวนี้ ใน Castlevania ภาคนี้ก็เห็นได้ชัดขึ้นจากงานอาร์ทที่ดูมีเอกลักษณ์ และมีการนำเสนอที่โดดเด่นในการดึงฉากขึ้นมาแสดงอย่างเต็มตา โดยเฉพาะภาคนี้ ฉากหลังคือกรุงปารีส ฝรั่งเศส

ในแง่ Presentation เกมนี้ถือว่ามาในคุณภาพสูงคับแก้ว สมกับเป็นทีมที่เคยสานต่อเกม IP ชื่อดังอย่าง The Rogue Prince of Persia มาแล้ว อาจจะมีจุดตินิดหน่อยที่เหมือนทำ Platformer มาเอามันไปนิดนึง คือบางฉากมันออกแบบมาเหมือนแค้นคนเล่น แถมดึงฉากไม่ทันด้วย คือบางทีตัวละครเราต้องพุ่งไปทิศทางต่าง ๆ แต่กล้องมันตามไม่ทัน แล้วมันเป็นหนามหรือ Trap บางอย่างที่ทำให้เกิดดาเมจ ที่แน่ใจว่าไม่ใช่บั๊ก เพราะมันมีหลายฉาก หลายมุกที่ทำแบบนี้ คือกะเอาคนเล่นเจ็บก่อนแล้วค่อยเรียนรู้ ส่วนนี้รู้สึกว่าไม่แฟร์เท่าไร ยิ่งถ้าไปเจอตอนเลือดน้อย ๆ แล้วตายเพราะอะไรแบบนี้ แทบอยากจะวางจอยพักเลย เพราะจุดเซฟเกมนี้มันไกลมาก ๆ ในแต่ละจุด ถึงบางช่วงจะรู้สึกว่าท้าทายดี แต่เจอเข้าไปแต่ละฉากแต่ละทีแล้วท้อจริง ๆ

ส่วนเรื่องความยาวของเกม ต้องบอกว่า มันไม่ได้ยาวขนาดนั้น ใครเข้าใจรูปแบบการเล่นและแผนที่แล้ว ใช้เวลาไม่นานเราก็จะเปิดเส้นทางลับ และออกสำรวจแต่ละพื้นที่จนครบได้ เอาแบบ First Run ของผมก็ใช้เวลา

Gameplay – จะแพลตฟอร์มหรือจะเป็นศัตรู ก็ยากสู้มือพอกัน

Castlevania Belmont Curse 7

อย่างที่บอกไป ในภาคนี้ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนกับการเล่นเกมชุด Castlevania เลย เพราะระบบ Movement และ Combat มันจะไม่เหมือนเดิม แต่ก็ใส่กิมมิคของ Castlevania เข้ามาด้วย

สปีดของเกมภาคนี้มันจะคล้าย ๆ กับเราเล่นเกม Hack & Slash ข้อดีคือมันลื่นไหลมาก ความสามารถในการใช้แส้เพื่อโหนตัวไปตามห่วง มันยังสามารถใช้หวดไปยังศัตรูเพื่อพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วได้ และใช้กับศัตรูได้เกือบจะทุกตัว ใครที่กดคล่อง ๆ จะได้โมเมนท์แอ็คชั่นเท่ ๆ หลายฉาก

แต่ศัตรูเกมนี้ก็ไม่ได้ไก่กา และเราอาจจะต้องปรับ Pacing ความคุ้นชินจากการเล่นเกมนี้เอาเอง อย่างช่วงแรก ศัตรูพื้นฐานอย่างมือยิงธนู ถ้าเป็นเกมอื่นเราก็จะคิดว่ามันจะโจมตีช้า หรือไม่มีการปรับทิศทางเพื่อยิงเรา ปรากฎว่าเกมนี้ ถ้าเข้าถึงตัวช้าไป รับรองว่าโดนสวนกลับมาจนหน้ายู่ ต้องปรับจังหวะการเล่นใหม่ เพราะเหมือนเกมนี้ใช้กติกาของตัวเองยืนพื้น ถ้าเอานิสัยจากเกม Metroidvania อื่น ๆ มาใช้ คุณจะโดนลงโทษจนกว่าจะปรับตัวกับเกมนี้ได้

Castlevania Belmont Curse 8

ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอาจจะเป็นอะไรที่แฟน Castlevania ไม่ชิน เพราะภาคนี้ระบบการต่อสู้มันรวดเร็ว ฉับไวในแบบที่ Castlevania ไม่เคยทำได้ แม้กระทั่งผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณอย่าง Bloodstained ก็ยังไม่โหดขนาดนี้ ผมเห็นแฟน ๆ ถกเถียงกันมาบ้างแล้ว เรื่องของเกมเพลย์ที่มันดูไม่ใช่ Castlevania เลย ซึ่งอันนี้ก็น่าจะแล้วแต่คนจะชอบเลย

แต่สิ่งที่ยังให้อารมณ์ความเป็น Castlevania ก็คือการมีระบบ EXP และเลเวลเหมือนกับภาคก่อน ๆ แต่มันจะไม่ใช่ระบบแบบเกม RPG ทุกครั้งที่เราจัดการศัตรู หรือเจอรูปปั้นแสงสีทอง เราจะได้ค่า EXP มา และเมื่อเลเวลอัป ค่าที่ได้เพิ่มจะเป็นค่า ATK และ DEF เท่านั้น โดยสองค่านี้ เราสามารถออกสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บสมุดสีแดงและสีฟ้าเพิ่มได้ด้วย

Rose จะมีอาวุธให้ใช้มากมายหลายแบบ แต่การจะปลดล็อคมาใช้ได้นั้น จะต้องผ่านการสำรวจต่าง ๆ และอาวุธทุกชิ้นจะมีขั้นอัปเกรดที่จะเสริมพลังโจมตีให้สูงขึ้นด้วย อาวุธแต่ละชิ้นจะมีรูปแบบการโจมตีพิเศษที่ต่างกันออกไป อย่างหอก จะสามารถกดค้างเพื่อปาออกไปได้ อาวุธหมัดจะกดอัปเปอร์คัททำให้ศัตรูลอยขึ้นฟ้าได้

Castlevania Belmont Curse 9

นอกจากอาวุธโจมตีแล้ว อีกสิ่งที่มีก็คือพลังของไพ่ทาโรต์ที่เราจะได้จากการปราบบอสที่จะเป็นสกิลเสริมทั้งแบบติดตัวและกดใช้งาน แน่นอนว่าสกิลจจากไพ่ทาโรต์ก็จะปลดล็อคการเสริมพลังได้ แต่เงื่อนไขการเสริมพลังจำเป็นจะต้องทำ Challenge เช่นถ้าอยากอัปเกรด Fireball ก็ต้องใช้ Fireball กำจัดศัตรู ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทำให้เกมสนุกขึ้นขณะอัปเกรดพลัง และข้อดีคือทั้งอาวุธและพลังจากไพ่ทาโรต์ เราสามารถเปลี่ยนมันได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนสู้บอสอยู่ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก เวลาสู้ ถ้าคิดว่าจังหวะนี้ไม่เวิร์ค ก็เปลี่ยนของ เปลี่ยนสกิลสู้ได้เลย

แต่ที่ต้องบอกว่าเป็นความยากของมันจริง ๆ ในเกมนี้คือส่วนของแพลตฟอร์มที่เรียกได้ว่า มหาโหด แม้จะเคยผ่านหลาย ๆ เกมมาแล้ว แต่กับเกมนี้รับรองว่าท้าทายไม่แพ้เกมไหน ๆ และส่วนใหญ่แล้วการเล่นกับแพลตฟอร์มจะเป็นสิ่งจำเป็นซะด้วย โดยเฉพาะหากคุณต้องการไอเทมเสริมพลังต่าง ๆ และกับบอสบางตัว การเล่นกับแพลตฟอร์มเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำจริง ๆ ไม่ใช่แค่การเดินหน้าฟาดฟันหรือกดหลบแล้วจะผ่านได้

แถมแพลตฟอร์มเกมนี้ มันไม่ใช่แค่การโหนตัวด้วยแส้ การวอลล์จัมป์เหมือนเกมทั่วไป อย่างเกมนี้มันจะมีกำแพงหินล่องหน ที่ถ้าเกิดเราไปเหยียบมันก็จะแสดงเป็นฐานแพลตฟอร์มปกติ แต่บางจุดถ้าเราจะผ่านไป มันจะอาศัยการกดปุ่มให้ถูกจังหวะ อาจจะเผยถึงสกิลในเกมเล็กน้อย แต่เราจะมีโล่แสงที่กดใช้งานได้ โดยมันจะใช้บล็อกการโจมตีแบบ Projectile ของศัตรู และโล่แสงนี้จะช่วยลบกำแพงหินให้หายไปได้ด้วย ในบางแพลตฟอร์มเราอาจจะต้องทำเป็นสเต็ปเลยคือ กระโดดขึ้นไป > กดลบกำแพงหิน > ปล่อยปุ่มเพื่อให้กำแพงหินยังอยู่เพื่อเป็นที่ยืน > หาทางไปต่อ ซึ่งบอกเลยว่าอะไรแบบนี้ ฟังดูอาจจะง่าย แต่เจอในเกมจริงมีมือไม้ปั่นป่วนกันบ้าง

Castlevania Belmont Curse 10

หรือการใช้แส้เพื่อดึงห่วงและโยกย้ายไปยังจุดต่าง ๆ อันนี้ก็ถือว่าบางจุดมันออกแบบมาสนุกมาก พลิ้วไหวมาก แต่ปัญหามันจริง ๆ จะอยู่ที่ความแม่นยำในการเล็งและใช้งาน คือตอนเล่นเอง มันจะมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่า การใช้แส้โหนตัว หรือการใช้อาวุธประเภทเล็งอย่างหอก มันไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่แม่นยำเท่าที่คิดไว้เท่าไร และมันเป็นแบบนี้ตลอดแทบจะทั้งเกม บางช่วงที่เราต้องผ่านแพลตฟอร์มด้วยการโหนตัว ถ้าพลาดเพราะเรากดพลาดเองยังพอทำใจไหว แต่ถ้าอยู่ดี ๆ ระบบมันไม่แม่นยำดั่งใจเนี่ย หัวอุ่นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Boss Fight ที่หลายครั้งต้องใช้เมคคานิคนี้

แม้ว่าบอสไฟท์ในเกมนี้จะไม่ได้มีมาบ่อย ๆ แต่ทุกตัวล้วนต้องให้ผู้เล่นงัดของทุกอย่างออกมาสู้ ไม่มีตัวไหนที่รู้สึกว่าง่ายไปจนน่าเบื่อ หรือยากไปจนชวนปาจอย ทุกอย่างอยู่ในระดับที่เราสามารถเรียนรู้ได้ และเอาชนะได้อย่างสนุกมือ

แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่าไม่ชอบความยาก เกมนี้ก็มีระบบ Accessibility ช่วยเราได้หลายอย่างมาก ปรับให้เราโจมตีแรงขึ้น เก็บเลเวลได้เร็วขึ้น และที่เด็ดที่สุดเลยคือ ระบบการ Spawn หน้าห้องบอส ถ้าเราติ๊กถูกตรงหัวข้อนี้ไว้ เวลาเราแพ้บอส เราจะไม่ได้ไปเกิดที่ประตู Checkpoint แต่จะเกิดหน้าทางเข้าห้องบอสเลย คือตัวช่วยในการเข้าถึงเกมนี้มันอยู่ในระดับที่พอดีเลย ไม่ช่วยเรามากไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนทรมานกับความยากที่สูงเกินไปด้วย แม้จะเป็น Default Difficulty ก็ตาม

Castlevania Belmont Curse 11

Castlevania: Belmont’s Curse เป็นเหมือนกับการต้อนรับทั้งแฟน Castlevania ทั้งหน้าเก่าที่จะทำให้คุณเข้ามาหลงรักเรื่องราวตระกูล Belmont ส่วนแฟนหน้าใหม่ ก็จะได้พบกับเกมเพลย์ในแบบ Modern ที่สนุก และเข้าถึงง่าย แต่แฟนหน้าเก่าก็อาจจะไม่คุ้นชินได้ แต่ทีมงานก็ทำได้ดีที่สุดแล้ว อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องการควบคุมและความแม่นยำในการใช้แส้และอาวุธเล็ง แต่คิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่แก้ไขกันได้ แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่นี่คือเกมที่สนุกแน่นอน

Performance – ราบรื่นไร้ปัญหา พร้อมตัวช่วยเล่นอีกมากมายที่ให้มาในตัว

Castlevania Belmont Curse 12

สำหรับเกมแนวนี้ ที่นำเสนอกราฟิกแบบ 2.5D ไม่ต้องห่วงเลยว่ามันจะกินสเปคเกิน แต่ถ้าจะเอาให้ราบรื่น ไร้ปัญหานั้น เกมนี้จะไม่ค่อยกิน CPU ขนาดนั้น ต่อให้เป็นขั้นแนะนำ i5 10400 ก็สามารถเล่นได้แล้ว แต่เกมนี้จะไปกินการ์ดจอมากกว่า เพราะถ้าจะเอาให้ลื่นก็ต้องใช้ถึง RTX3060 ซึ่งก็น่าจะไม่เกินความสามารถของคนที่มีคอมพิวเตอร์เล่นเกมในยุคนี้

จุดเด่นของเกมนี้อย่างแรกเลยคือเรื่องของ Accessibility ที่สูงมาก ในด้านการตั้งค่าต่าง ๆ นอกจากเรื่องความยากที่เราพูดถึงไปในช่วง Gameplay แล้ว เกมยังมีการตั้งค่าอีกหลากหลายแบบ อย่างการสั่นของหน้าจอที่ช่วยลดความมึนตอนเล่นไปนาน ๆ หรือการปรับ Outline เส้นขอบของตัวละครเราและศัตรูเพื่อที่จะมองเห็นได้ชัดยิ่งขึ้น เส้นขอบพวกนี้ ปรับความหนาขอบได้ด้วย

Castlevania Belmont Curse 13

แต่ในส่วนของงานภาพนั้น เราปรับอะไรได้ไม่ค่อยเยอะ นอกจาก V-Sync และ Anti-Aliasing แล้วก็แทบจะปรับอะไรไม่ได้เลย ทำให้ Performance และการ Setting ของเกมนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะไปเน้นหนักที่การปรับประสบการณ์การเล่นของแต่ละคนซะมากกว่า

และอีกครั้งที่

Verdict

Castlevania: Belmont’s Curse ท้าทายทั้งการต่อสู้และความสนุก เป็นอีกครั้งที่ทีมงาน Motion Twin, Evil Empire ได้สานต่อไอพีชื่อดังได้อย่างประสบความสำเร็จต่อจาก The Rogue Prince of Persia สานต่อเรื่องราวของตระกูล Belmont ได้น่าติดตามและเข้าใจง่าย เกมเพลย์ถูกปรับให้มีเหมาะสมกับยุคสมัยใหม่ ตึงมือทั้งการต่อสู้ และแพลตฟอร์มที่โหดหิน แฟน ๆ Castlevania ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า คู่ควรกับการลองเล่นดูสักครั้ง

 

 

Aisoon Srikum

Aisoon Srikum

ไอซ์ – Content Writer นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมกาชาที่อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับทุกเกมบนโลก