น่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมฟอร์มยักษ์ที่หลายคนรอคอยที่สุดของปีนี้ แต่เกมจริง ของจริงจะเป็นยังไง ขอเชิญพบกับบทความรีวิว Phantom Blade Zero เลย
Story – เผชิญหน้าเหล่ายอดคน เปิดโปงแผนการร้ายภายในเวลา 66 วัน

โซล จอมยุทธ์หนุ่มที่เติบโตขึ้นมากับศิษย์ร่วมสำนักภาคีไร้นามราวกับพี่น้องร่วมสาบาน จั่วซาง วันหนึ่ง ด้วยเหตุการณ์บางอย่างที่ทั้งสองคิดเห็นไม่ตรงกัน โซลและจั่วซางนัดประลองกัน จั่วซางแทงพิษเข้าหัวใจของโซลและจากไป แต่โซลรอดตายมาได้ด้วยฝีมือของหัตถ์อสูรที่ใช้วิชาพิษทหัยช่วยเขาเอาไว้ โดยพิษจะหล่อเลี้ยงให้หัวใจของเขาเต้นอยู่ได้อีก 66 วัน ก่อนจะตาย และเขาต้องใช้เวลานี้ เดินทางตามหายาถอนพิษและชำระหนี้แค้น
แต่ในขณะเดียวกันยุทธภพก็ถูกโรคร้ายของบุปผาโลหิตมังสาแพร่กระจาย ผู้คนคลุ้มคลั่ง กลายพันธุ์ไปเป็นอสูรหน้ากากไร้ใบหน้า และยังมีวิชาดัดแปรสังหารที่เหล่าจอมยุทธ์ผู้ใฝ่หาทางลัดนำมาใช้กันจนคลุ้มคลั่งไปอีก ยิ่งทำให้เรื่องราวยุ่งเหยิงมากยิ่งขึ้น
หากคุณเล่นครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า ทำไมเนื้อเรื่องมันถึงมั่วซั่ว หลากหลายเหตุการณ์ ร้อยพันเรื่องราวได้ขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่านี่แหละ เสน่ห์ของนวนิยายกำลังภายในยุคก่อน เปิดมาด้วยเรื่องราวมากมาย หลากหลายขุมอำนาจ ใครดีใครชั่วก็ไม่อาจรู้ได้ แต่พอมันถูกนำเสนอในรูปแบบเกม หลายคนน่าจะไม่ชิน

และเนื้อเรื่องน่าจะเกินครึ่งของเกมนี้เลย จะถูกเล่าผ่านเอกสารซะส่วนใหญ่ ถ้าคุณดูแค่คัทซีน ไม่สำรวจพื้นที่ ไม่เก็บเอกสาร คุณจะงงไปเลยว่าไอ้นี่ใคร มันทำอะไร แล้วทำไมเกิดเหตุการณ์นี้ เพราะอีกครึ่งนึงหรือที่มาที่ไปต่าง ๆ มันถูกเล่าไว้ในเอกสารซะเกือบหมด แถมพวกพื้นที่ต่าง ๆ ที่เราไปพบเจอ ก็จะมีเรื่องราว มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ถูกเล่าไว้ในเอกสารด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมน้ำมิตร บุญคุณ ความแค้น หรือความรักสุดแสนโศกเศร้า มันคือกลิ่นอายของนิยายกำลังภายในจีนทั้งสิ้น
แต่สำหรับข้อเสียคือ มันเป็นเนื้อเรื่องที่ดีไหม ใช่ แต่เล่าเรื่องดีไหม ก็คงต้องบอกว่า ไม่ อย่างที่บอกเกือบครึ่งมันจะถูกเล่าไว้ในเอกสาร และหลายครั้งที่พอโซลมันมาถึงสถานที่ใหม่ ๆ ก็จะมีบ้างที่เขาจะรำพึงรำพันกับตัวเอง แต่พอเราอ่านชื่อตัวละครแล้ว เดี๋ยวนะ นี่ใคร ฝ่ายไหนนะ นั่นเพราะส่วนใหญ่มันอยู่ในเอกสาร ถ้าเก็บมา แต่ไม่อ่าน คุณจะไม่ค่อยอิน ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย แถมบางเอกสาร มันจะไม่ได้มาแบบเรียงลำดับด้วย เราอาจจะเก็บใบที่ 3 ได้ก่อน แล้วข้ามไป 5 วนมา 2 เก็บได้ 1 ส่วนพวกเนื้อเรื่อง Flashback มันจะย้อนไปมา ครั้งแรกย้อน 1 ปี ครั้งต่อไปย้อน 16 ปี คือคนที่ไม่ได้เล่นแบบต่อเนื่อง งงเนื้อเรื่องแน่ ๆ คือมันกลายเป็นการเล่าเรื่องง่าย ๆ ให้ยากไปซะอย่างนั้น ทำให้การเสพเนื้อเรื่องของเราติดขัดอยู่เสมอ ต้องมาคอยนั่งอ่านใหม่ เรียบเรียงกันเอง แต่จังหวะที่รวบรวมเอกสารครบทุกฉบับ แล้วนั่งอ่านเรียงกัน หรือร้อยเรียงเรื่องราวเข้าด้วยกัน อันนี้บอกเลยว่า ฟินแน่

ทั้งเนื้อเรื่องหลัก เนื้อเรื่องรองของเกมนี้ ผมต้องบอกก่อนเลยว่า ไม่ใช่ทุกคนจะชอบ ยิ่งชื่อจีน ทั้งตัวละคร สำนัก อาวุธ เหตุการณ์ต่าง ๆ ใครจะบอกว่าไม่อิน ผมจะไม่แปลกใจเลย แต่ถ้าใครเติบโตมากับการอ่านนวนิยายกำลังภายใน กิมย้ง โกวเล้ง หวงอี้ อะไรพวกนี้ คุณจะชอบมันมาก ๆ อย่างผมนี่ แทบจะสำรวจทุกซอกทุกมุม ตั้งใจอ่านทุกเอกสาร เพราะนิยายจีนสมัยใหม่ แบบ Extreme Wuxia แบบนี้ มันหาอ่านแทบไม่ได้แล้วในยุคนี้ อย่าง Phantom Blade Zero นี่ มันก็ไม่ถึงขั้นกำลังภายในขนานแท้แบบนั้น แต่กลิ่นอายมันเยอะมากพอจริง ๆ
ส่วนหนึ่งเพราะมีความอินของตัวเองอยู่ในนี้ แต่ก็จะเข้าใจมุมมองคนเล่นทั่วไปด้วย ถ้าใครมองว่ามันน่าเบื่อนี่ผมก็ไม่แปลกใจเช่นกัน แต่ใครอยากลองตั้งใจอ่าน หรืออยากรู้ว่าโลกยุทธภพกำลังภายในแบบนี้มันมีเสน่ห์ยังไง เกมมีภาษาไทยให้อ่าน และแปลดีซะด้วย เพราะงั้นใครอยากลองสัมผัสว่า เนื้อเรื่องแนวยุทธจักรกำลังภายในมันเป็นยังไง ข้าน้อย ขอเรียนเชิญทุกท่านมาลองสัมผัส และตัดสินกันดูด้วยตนเอง
Presentation – ยอดฝีมือมากหน้าหลายตา ผืนฟ้ากว้างใหญ่ไร้พรมแดน

ถ้า Onimusha: Way of the Sword เป็นเกมที่ใช้ความเท่ได้อย่างสิ้นเปลือง แต่เป็นในธีมซามูไรญี่ปุ่น Phantom Blade Zero ก็คือเกมที่ใช้ความเท่ในแง่ของความเป็น Martial Arts และศิลปะการต่อสู้และความเป็น Wuxia ได้ดีสุด ๆ เช่นกัน
โลกของ Phantom Blade Zero มันจะไม่ใช่แค่กำลังภายในเพียว ๆ เมื่อเล่นไปจนถึงช่วงกลางเกม มันจะผสมผสานความเป็น Steampunk มีเครื่องจักร กลไกต่าง ๆ อยู่ด้วย บ้านพัก ที่อยู่อาศัยของบางคนจะมีนวัตกรรมที่ดูขัดแย้งกับยุคสมัยแฝงอยู่โต้ง ๆ แถมในบางพื้นที่ บางส่วนของเกม มันก็ใส่ความเป็น Dark Fantasy ปนสยองขวัญลงไปด้วย กลายเป็น Wuxia ที่หลากหลายรสชาติมาก ๆ แถมมันไม่ได้ดูขัดกันแต่อย่างใด ซึ่งทั้งหมดนี้ ผู้พัฒนาเขานิยามว่ามันคือ Kungfu Punk
แอนิเมชั่น ท่วงท่าการโจมตี การใช้อาวุธ ก็สมแล้วที่เขา Motion Capture กันมา คือมันทั้งเท่ ทั้งรวดเร็ว สะใจ อาวุธแต่ละประเภทเราใช้ นอกจากท่าทางการโจมตีที่ต่างกันแล้ว มันยังมาพร้อมท่าปลิดชีพหรือ Finisher ที่ทุกอาวุธจะมีแยกเป็นของตัวเอง อาวุธละ 2-3 ท่า อาจจะดูไม่เยอะมาก แต่เวลากดใช้ มันจะสุ่มท่าออกมาไม่ค่อยซ้ำกันมากเท่าไรนัก แล้วคิดดูว่าอาวุธเกมนี้มีมากกว่า 50 อย่าง กว่าจะไล่เก็บ ได้เห็นจนครบก็คงใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน

และที่ผมเซอร์ไพรส์คือ แม้จะรู้มาก่อนว่านี่ไม่ใช่เกม Open World แต่คอนเทนต์มันเยอะเอาเรื่องเลย รวมไปถึงรูปแบบการนำเสนอมันที่เหมือนกับเกมอย่าง God of War และ Tomb Raider ในครั้งแรกที่เราได้เข้าสู่พื้นที่ฉากใหม่ จริงอยู่ว่าทางเดินมันเป็นเส้นตรง แต่เมื่อเจอทางแยก เราจะเห็นชัดเจนเลยว่ายังเข้าไปไม่ได้ ต้องมีศาสตราเงาเพื่อนำกลับมาเปิดทางใหม่อีกครั้ง ทำให้นี่ไม่ใช่เกมที่คุณจะดิ่งหน้าตรงแล้วปลดล็อคได้ทุกอย่าง ถ้าจะเก็บทุกอย่างให้ครบ คุณต้องย้อนกลับมาเก็บตกพวกนี้บ้าง จากที่เล่นมา ในครั้งแรกที่เราได้แตะพื้นที่ใหม่ เราจะเก็บของในฉากได้ 60-70% เท่านั้น อีก 30% ค่อยย้อนกลับมาเก็บตอนเราได้ศาสตราเงาหรือ Key Item มาแล้ว
ใน 1 แผนที่ใหญ่ ๆ มันจะเป็นเหมือนกับเกม Open Zone มีพื้นที่ยิบย่อยให้เข้าไปสำรวจ และมีไอเทมให้เก็บมากมาย ซึ่งของบางอย่าง ยิ่งเก็บเยอะ ตัวละครก็ยิ่งเก่ง เพราะงั้นการสำรวจจึงเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่าสู้ไม่ได้ อาจเป็นเพราะเราสำรวจไม่มากพอ จนไม่เหลือวัตถุดิบอัปเกรดอาวุธ หรือเสริมพลังต่าง ๆ คือเกมมันไม่ใช่ RPG ขนาดนั้น แต่การสำรวจจะทำให้ตัวละครเราเก่งนำหน้า Progression ขึ้นไปนิดหน่อย ทำให้เกมเล่นง่ายขึ้น และขอบอกเลยว่าเกมนี้เขาให้ความสำคัญกับการสำรวจมาก ๆ ฉากเล็ก ซอกน้อยที่คุณไม่คิดว่าจะไปได้ แท้จริงอาจมีเส้นทางที่เหมือนเส้นผมบังภูเขาซ่อนอยู่ แล้วถ้าบังเอิญไปเจอ ก็อาจจะได้รางวัลตอบแทนที่คุ้มค่าพอ และที่สำคัญ แผนที่ในเกมนี้ มันมีหลายแมป และแต่ละแมปก็ใหญ่เอาเรื่อง มีความลับซ่อนอยู่ รอให้ผู้เล่นไปตามหาอีกมากมาย ไม่ได้จะลุยจบกันง่าย ๆ ใน 15-20 ชั่วโมงแน่ ๆ

ระบบแผนที่ เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทีมงานภาคภูมิใจนำเสนอ เพราะเขาบอกว่าใช้การวาดมือล้วน ๆ และการเปิดแผนที่ดูจุดหมายต่าง ๆ ในเกม จะว่ามันมีประโยชน์มันก็ได้อยู่ สมมติว่า เราเปิดแผนที่ เจอว่าตรงนี้มีเครื่องหมายเอกสาร หรือดันเจี้ยนอะไรบางอย่าง แต่มันจะไม่ได้บอกว่าอยู่ชั้นบนหรือล่าง และมันอาจจะไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้นแบบเป๊ะ 100% คุณเทียบดูว่าภาพวาดในแผนที่กับของจริง มีตรงไหนคล้ายหรือเหมือนกัน แล้วค่อย ๆ ไล่มองหาไปที่ละตำแหน่ง จะว่าดีก็ดี แต่จังหวะที่หาไม่เจอซักทีมันก็แอบรำคาญใจอยู่นิดหน่อยเหมือนกัน
ฉาก และบรรยากาศของเกมนี้ก็ไปสุดเช่นกัน ผมได้เล่นเกมนี้บน PC ระดับเครื่องแรง ปรับสุดหมดทุกอย่าง ภาพและฉากมันสวยมาก ๆ และเหมือนทีมสร้างเองเขาก็รู้ว่าเกมมีดีที่ตรงนี้ บ่อยครั้งเวลาเล่น เมื่อเราวิ่งเข้าไปยังพื้นที่ใหม่ ฉากใหม่ มุมกล้องมันจะแพนให้เห็นภาพรวมแบบแคปภาพสกรีนช็อตสวย ๆ ได้เลยหลายครั้ง พาร์ทไหนที่ขายความเท่ก็ขายเต็มที่ พาร์ทไหนขายความน่ากลัว ขนลุก หลอน เขาก็ทำได้เต็มที่เหมือนกัน
ที่สำคัญและต้องพูดถึงจริง ๆ คือเรื่องของแปลไทย การแปลไทยของเกมนี้มันเข้าขั้นระดับเทพเลย แต่มันไม่สมบูรณ์แบบ ไม่สมบูรณ์แบบที่ว่านี่คือ มันพิมพ์ผิดเยอะเอาเรื่อง ชื่อตัวละครเดียวกัน เขียนถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็น่าจะเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ซึ่งมันน่าจะมีผลกับแต่ในแง่ของการแปล การใช้สำนวนให้เข้ากับธีมของเกม นี่คือการแปลระดับสุดยอดจริง ๆ เกมเมอร์เจ็นปัจจุบันน่าจะงงกับบางคำกันบ้าง แต่ขอพูดอีกครั้ง ใครสายอ่านนวนิยายกำลังภายในจีนมา คุณจะรักการแปลของเกมนี้มาก ๆ ทั้งเนื้อเรื่องหลัก เนื้อเรื่องรอง Lore เสริม ชื่อสถานที่ อาวุธ ตำรา วิชา ผมคารวะนับพันครั้งได้เลยกับการแปล

ตอนนี้ขอแค่ให้เขาเกลาคำผิดให้หมดจด มันจะสมบูรณ์แบบมาก เนื่องจากตัวเกมที่ได้รับมา เป็นเวอร์ชันก่อนเกมออกเต็ม ๆ เพราะงั้นเลยคาดหวังว่าผู้เล่นทุกคนจะได้รับการแก้ปัญหานี้ใน Day 1 Patch จริง ๆ และแน่นอน สำหรับเกมนี้ เสียงจีน ซับไทย คือที่สุดของความอิน หรือใครจะลองเล่นเสียงภาษาอังกฤษดูก็ได้ ส่วนใครเป็นแฟนเสียงญี่ปุ่น ขอแสดงความเสียใจด้วยที่ ณ ตอนที่ผมรีวิวอยู่นี้ ไม่มีเสียงญี่ปุ่น ไม่รู้อนาคตจะเพิ่มมาไหม แต่ตอนนี้ ไม่มี
นอกจากพิมพ์ผิด ที่น่าจะมีปัญหาเฉพาะภาษาไทยแล้ว ที่เหลือก็คือสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมจริง ๆ ยิ่งเราได้ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 1,490 บาท ทั้งคอนเทนต์ ทั้งสิ่งที่เกมนำเสนอ คุ้มราคาจนเรียกได้ว่าเกินราคาเลยก็ว่าได้
Gameplay – งัดทุกกระบวนท่า ฝ่ายุทธภพ

ตอนที่ทีมงานโปรโมทเกมนี้ ว่ามันไม่ใช่เกม Soulslike ใช่แล้ว ผมเห็นด้วย แต่เขาไม่ได้บอกว่ามันไม่ใช่เกมที่ “ท้าทาย” ผมใช้คำว่าท้าทาย ไม่ถึงกับยาก เพราะทุกอย่าง ทุกระบบในเกมนี้ ถ้าเราศึกษาข้อมูลดี ๆ จัดไอเทม อัปเกรดอาวุธ หรือเลือกใช้เครื่องประดับที่ถูกสถานการณ์ มันจะเป็นการต่อสู้ที่เราไม่เสียเปรียบจนเกินไป และเห็นทางชนะได้เสมอ
พื้นฐานของ Phantom Blade Zero คือเกม Action Hack & Slash ไม่ใช่ Soulslike ในเกมนี้จะมีค่าพลังอยู่เพียง 2 อย่างคือ พลังชีพ และปราณสังหาร อธิบายง่าย ๆ พลังชีพก็คือพลังชีวิต หมดก็ตาย ส่วนพลังสังหาร จะว่าเป็น Stamina ก็ใช่ แต่การทำงานมันจะไม่เหมือนกับหลอด Stamina ในเกมอื่น ๆ
ปราณสังหารจะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อเรากดป้องกันการโจมตีของศัตรู และมันจะลดลงไปเรื่อย ๆ ถ้าหมดเราก็จะเสียหลักเหมือนเกมอื่น ๆ แต่ถ้าเรา Perfect Block ได้ เราจะไม่เสียค่าปราณสังหาร กลไกการป้องกันของเกมนี้ มันไม่ใช่การ Parry หรือปัดป้องเพื่อสร้างช่องว่างในการโจมตี แต่มันคือการปัดป้องออกไปเฉย ๆ แต่ไม่ได้สร้างช่องว่างให้เราสวนกลับมากขนาดนั้น ทำให้การต่อสู้ของเกมนี้ยากกว่าเกมอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าค่าปราณสังหารนี้ ตัวศัตรูเองก็มีเช่นกัน
อีกระบบที่ย้ำชัดว่ามันไม่ใช่เกม Soulslike คือการที่เกมนี้ เมื่อเราปราบศัตรูไปหมดแล้ว การกลับไปพักผ่อนที่กระดิ่งหรือจุดพักผ่อนนั้น จะไม่ได้ทำให้ศัตรูเกิดมาใหม่ ฆ่าแล้วฆ่าเลย ทางเดิมที่เราเคยผ่าน เมื่อย้อนกลับมาก็จะไม่มีศัตรูตัวนั้นอยู่แล้ว นอกจากนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าเราจะได้สู้น้อยเกินจนหมดสนุก เพราะแม้แต่ศัตรูที่เป็นลูกกระจ๊อกข้างทาง มันก็ยังมีพลังชีวิตที่สูงพอ แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ อัปเกรดของไปสูง ๆ เราก็จะเริ่มเล่นสบายขึ้น Learning Curve และความยากของเกมนี้จึงเป็นแบบระบบที่ค่อย ๆ ไต่สูงขึ้นไปทีละนิด ๆ ไม่ได้ฉุดเราขึ้นไปข้างบนจนตั้งตัวไม่ทัน

ส่วนอาวุธของเรา จะมีคอมโบของตัวเอง และสกิลพิเศษที่ต้องเก็บเกจก่อนกดใช้ และศาสตราเงาจะต้องสะสมพลังก่อนด้วย และที่ว่าอาวุธในเกมนี้ มีมากกว่า 55 ชิ้น ก็ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงเช่นกัน และไม่ได้มีดีแค่ปริมาณ แต่ทุกอาวุธจะมีทีเด็ดและสไตล์การเล่นของมันจริง ๆ รวมไปถึงท่าทาง และระยะการโจมตีที่ต่างกันอย่างชัดเจน บางอาวุธสร้างสถานะพิเศษได้ บางอาวุธต่อคอมโบได้ รับมือกับบอสได้ดีกว่า หรือบางอาวุธก็เหมาะจะทำลายโล่หรือเกราะหนาของศัตรู โดยเราสามารถติดตั้งอาวุธได้ 2 ประเภท และศาสตราเงาอีก 2 ประเภท โดยที่ศาสตราเงา นอกจากจะเป็นอาวุธพลังทำลายล้างสูงแล้ว ในการเปิดทางไปสำรวจฉากต่าง ๆ เพิ่ม ก็จำเป็นจะต้องใช้ศาสตราเงาที่มีความสามารถตามที่กำหนดไว้ด้วย
ลูกเล่นของการที่เราติดตั้งอาวุธได้สองชิ้นก็คือ เมื่อเราสลับอาวุธ มันจะฟื้นฟูเกจปราณสังหารให้กลับมาเต็มทุกครั้ง แต่การสลับอาวุธก็จะมีคูลดาวน์ สิ่งนี้ทำให้เวลาที่เรารับมือกับการโจมตีของบอสผิดวิธี เช่นกดป้องกันท่าที่ไม่ควรป้องกันที่จะทำให้เกจปราณสังหารลดหมดทันที หากโดนโจมตีซ้ำตอนนั้น เราจะเสียหลัก และรับดาเมจหนักมาก วิธีแก้คือรีบสลับอาวุธให้ไวเพื่อฟื้นฟูเกจนี้
การอัปเกรดอาวุธและศาสตราเงา จะมี 1 อย่างที่ใช้เหมือนกันคือเศษเสี้ยวจิตสำนึก หรือก็คือสกุลเงินของเกมนี้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า การที่ศัตรูไม่เกิดใหม่เมื่อพักผ่อนเสร็จแล้วแบบนี้ มันจะมีผลต่อการฟาร์มเงินเพื่อนำมาอัปเกรดอาวุธหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าไม่มีผล เพราะระหว่างฉาก ของส่วนใหญ่ที่เราสำรวจเจอ นอกจากเอกสารที่เล่าเนื้อเรื่อง ก็คือเศษเสี้ยวจิตสำนึกนี่แหละ ทำให้เงินมากพอจะอัปเกรดอาวุธเสมอ ที่สำคัญคือหากเราเจออาวุธใหม่ เราสามารถ Downgrade อาวุธเก่า โดยจะได้เงินและวัตถุดิบคืนมาทั้งหมด

แต่สิ่งที่ต้องบอกก็คือ อาวุธจะถูกแบ่งประเภทของมัน อาวุธมือเดียว อาวุธสองมือ อาวุธคู่ อาวุธแต่ละประเภทจะใช้วัตถุดิบแยกจากกัน ถ้าคุณอัปเกรดอาวุธมือเดียว มันก็จะใช้วัตถุดิบแบบนึง และถ้าดาวน์เกรดก็จะได้มันกลับมา จะไม่สามารถนำไปอัปเกรดอาวุธประเภทอื่นได้ เพราะงั้นระบบการดาวน์เกรดเลยเหมาะสมมากในการจะสานต่ออาวุธใหม่แต่เป็นประเภทเดิมมากกว่า
ต่อมาคือเรื่องของเครื่องประดับ หนึ่งในตัวกำหนด Playstyle อีกตัวของเรา เครื่องประดับในเกมนี้มีเยอะและหลากหลายรูปแบบมาก ๆ บาบงอันเจอตอนแรกผมถึงกับงงว่า มีทำไม อย่างเช่นทำดาเมจใส่ศัตรูบนม้าแรงขึ้น ทำลายโล่หนามของศัตรูได้แรงขึ้น ตีศัตรูทหารม้าแรงขึ้น คือเราเจอศัตรูประเภทนี้ไม่บ่อย แต่ถึงกับทำเครื่องประดับแยกมาให้ และเหมือนบังคับให้เราใส่ ไม่งั้นก็สู้ลำบาก บ่อยครั้งมันเลยเป็นการที่เราต้องมานั่งเปลี่ยนเซ็ตเครื่องประดับบ่อย ๆ เพียงแค่เพื่อจะรับมือกับศัตรูไม่กี่ตัว แถมเกมก็ไม่ได้มีระบบ Loadout อะไร ตรงส่วนนี้เลยน่าติเล็กน้อย เพราะเหมือนใส่เข้ามาให้มันเยอะไว้เฉย ๆ
แต่เครื่องประดับมันมีผลต่อการเล่น และช่วยให้เราผ่านขึ้นได้ง่ายมากจริง ๆ ผมยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ผมติดบอสอยู่ตัวนึง สู้แพ้ไปหลายสิบเทคมาก หลังจากเอาหัวชนฝาจนเริ่มล้า ก็ตั้งคำถามว่า มันมีอะไรที่เราพอจะทำได้บ้างเพื่อสู้ให้ชนะ เพราะไปฟาร์มเพิ่มก็ไม่ได้แล้ว เลยเปิดดูเครื่องประดับที่ใส่ ผมใส่แต่ทำดาเมจ เพิ่มเลือด เพิ่มปราณสังหาร แต่บอสตัวที่ผมเจอมันเน้นโจมตีต่อเนื่อง ถ้า Perfect Block ไม่แม่น ปราณสังหารจะลดลงเร็วมากจนสุดท้ายก็การ์ดแตก รับดาเมจจุก ๆ

ผมก็เลยเปลี่ยนสไตล์เครื่องประดับ เอาเป็นกดป้องกันปกติแล้วเกจปราณสังหารลดน้อยลง ทำให้รับการโจมตีได้มากขึ้น แม้ไม่ Perfect Block และใส่เป็นเครื่องประดับที่ถ้าเกจปราณสังหารหมดจริง ๆ จะฟื้นพลังชีวิตให้ทันที 10% เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรอดชีวิต แล้วก็ยอมลดดาเมจตัวเอง ไปใส่เครื่องประดับที่เพิ่มพลังชีวิตอีก 10% ผลก็คือ แม้ดาเมจจะเบาลง แต่เราสามารถยืนรับมือบอสได้นานขึ้น ดาเมจเข้าเลือดน้อยลง สุดท้ายก็ผ่านได้แบบไม่ได้ยากเย็นอะไร
เพราะงั้นการสำรวจหาเครื่องประดับ การดูบอสที่เราสู้ว่ามันโจมตีแบบไหน เน้นฟาดทีเดียวแรง ๆ หรือเน้นรัวเป็นพายุ แล้วค่อยมาปรับกับสไตล์การเล่นของเรา เลือกใช้อาวุธให้ถูก ใช้เครื่องประดับให้ดี เกมนี้ไม่ยากเกินไปแน่นอน
ภาพรวมของ Phantom Blade Zero นั้น แม้เมคคานิค กลไกการเล่น มันอาจไม่ใช่ของที่สดใหม่สะเทือนวงการอะไรขนาดนั้น แต่มันคือการหยิบเอาระบบที่เคยมีอยู่แล้ว มาขัดเกลาเพิ่ม เสริมความสนุก ด้วยทางเลือกที่มากมายทั้งอาวุธ ทั้งเครื่องประดับ และการต่อสู้ที่รวดเร็ว ฉับไว ต้องมีสติตื่นตัวตลอดเวลา ยิ่งถ้าเล่นความยากสูง ๆ ยิ่งมันมือ ผมว่าทั้งคนที่ชอบเกมยาก และชอบเกมแอ็คชัน จะเอ็นจอยกับเกมนี้ได้ง่ายมาก ๆ จำนวนบอสเยอะมาก การต่อสู้กับศัตรูข้างทางก็ยังท้าทาย และมีความหลากหลายในการรับมือไม่ต่างกัน
ทั้งหมดนี้พอประกอบกับเรื่องของการนำเสนอที่จัดเต็ม อัดแน่นขนาดนี้ รับรองว่านี่คืออีกประสบการณ์เกมเพลย์ที่ดุเดือดถึงใจมาก ๆ
Performance – เครื่องเก่ายังพอเล่นไหว ใครเครื่องแรงก็ได้คุณภาพยอดเยี่ยมสมใจ

หากจะพูดถึงปัญหาที่น่าห่วงเสียหน่อยของเกมนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของ Performance ที่ถึงแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่บอกก่อนว่าอาการมันไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างใด
ปัญหาที่เจอบ่อยมากในตอนที่เราได้รับเกมมาเล่นก่อนก็คือ อาการกระตุกเวลาที่เกมกำลังจะเข้าฉากคัทซีนสำคัญอย่างเนื้อเรื่องหลักหรือภารกิจรอง ซึ่งพอเกิดการกระตุกขึ้นแล้ว มันเหมือนกับไปดึงขาการแสดงผลโดยรวมทั้งหมด ทำให้ผลที่ตามมาคือฉากคัทซีน เสียงพากย์กับภาพมันจะไม่ตรงกันทันที ถึงแม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยในตลอดระยะเวลาการเล่น แต่ที่ผมซวยคือมันดันเกิดตอนซีนสำคัญ ทำให้อารมณ์ร่วมและความอินหายไปเยอะ ก็ได้แต่หวังว่าผู้เล่น Day 1 Patch จะไม่เจอสิ่งที่ผมต้องเจอ
นอกจากนั้นยังมีอีกหลายช่วงที่อยู่ดี ๆ เกมก็เกิดอาการจอยหลอน ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราสั่นกระดิ่งที่จุด Checkpoint คือกำลังเดินอยู่ดี ๆ กล้องสะบัดหมุนไปทางไหนไม่รู้ แต่มันก็เกิดขึ้นแบบไว ๆ ไม่นานก็หาย และไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย แต่ก็แจ้งไว้ก่อน
คือปัญหา Performance ของเกมนี้มันจุกจิก ยิบย่อย ไม่ได้ถึงขั้นทำลายประสบการณ์ตัวเกมก็จริง แต่มันก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นเลย และเชื่อว่าแพทช์น่าจะแก้ไขตรงส่วนนี้ได้

ทีนี้ในด้านประสิทธิภาพเกม ต้องบอกว่า “เหลือเชื่อ” เหมือนเช่นทุกครั้ง ผมได้ลองเล่นกับสองเครื่องที่สเปคห่างกันประมาณนึง เครื่องท็อปอย่าง 5090 ของออฟฟิศนี่ ยังไงก็ดันสุดเล่นได้สบาย ๆ โดยเล่นไว้ที่ Ray Tracing แบบไดนามิกและ Frame Generation แบบ 2x ก็เอาอยู่ ภาพสวย เฟรมลื่น ไร้ปัญหาใด ๆ
แต่ลองมาเล่นกับคอมพิวเตอร์ที่อายุเก่าเข้าปีที่ 5 ที่เป็นเครื่องส่วนตัวผมเอง i5-12400f และ RTX 3080 อันนี้ปรับ Medium และเล่นที่ความละเอียด 2K ก็ยังได้เฟรมเรทที่ลื่นไหล เล่นได้แน่ ๆ แต่จะมีปัญหาเดียวเลยคือ การเข้าเกมครั้งแรกจะใช้เวลาในการ Compile Shader ที่นานมาก ๆ เพราะ CPU มันไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าเล่นไม่ได้ รอนานหน่อย เล่นลื่นเหมือนกัน แต่ถ้าเอาลง Low เลย พื้นผิวในเกมจะหยาบจนดูไม่สวยมาก ๆ ตรงนี้มันอยู่ที่การปรับแต่งด้วย ผมใช้ Preset มันเลยเอาลงให้ต่ำสุด ใครซีเรียสเรื่องภาพสวย คอมพิวเตอร์ก็ต้องทันสมัยหน่อย ๆ แต่ใครที่ไม่เน้นภาพ เน้นเกมเพลย์มีคอมพิวเตอร์อายุสัก 3-4 ปี การ์ดจอประมาณ RTX 30 Series ขึ้นไป ก็น่าจะยังพอได้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมอยู่ แต่ CPU อาจจะต้องแรงหน่อย เพื่อเปิดเกมเล่นได้อย่างสะดวก

ส่วนของ Setting Config ต่าง ๆ ก็ถือว่าปรับแต่งได้เยอะพอสมควร อย่าง HUD เราสามารถปรับแต่งเรื่องให้มันซ่อนอัตโนมัตได้ ทำให้เราแคปภาพ หรือฉากสวย ๆ ในเกมได้สะดวกกว่า และที่ผมแนะนำเลยคือ เรื่องของการแจ้งเตือนเมื่อพลังชีวิตต่ำ ผมแนะนำให้ปิดไปเลย เพราะมันรบกวนสมาธิตอนสู้มาก ๆ หลายครั้งการสู้บอสเราต้องใช้สมาธิ แต่พอเลือดน้อย ๆ จะได้ยินเสียงสัญญาณชีพเต้นตุ้บ ๆ ตลอดเวลานี่ มันกดดันนะ แต่ใครชอบก็เปิดได้ เพราะมันตั้งค่าระดับการแจ้งเตือนได้ด้วย นอกนั้น ส่วนของการควบคุม หรือปุ่มต่าง ๆ ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ความเร็วมุมกล้อง การต่อสู้ ปรับแต่งตามสะดวกได้หมด
ส่วนการปรับแต่งตั้งค่ากราฟิกนั้นสามารถปรับได้เยอะและละเอียดมาก ๆ ใครที่ PC สเปคไม่ได้ถึงขั้นแนะนำ ผมแนะนำว่าลองปรับส่วนนี้หลาย ๆ อย่าง เอาให้เหมาะสมกับเครื่อง หรือความต้องการของตัวเองมากที่สุด ละลดรอยหยัก ปรับระยะการมองเห็น คุณภาพวัตถุ การประมวลผลแสง ทุกอย่างปรับแยกยิบย่อยเองได้ทั้งหมดเลย ข้อดีของการปรับได้ละเอียดแบบนี้คือ เราสามารถ Custom เองได้ว่าส่วนไหนจะให้มันสวย หรือไม่สวย เพื่อให้เหมาะสมกับสเปคเครื่องของเรามากที่สุด
ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องคัทซีนกับเสียงพากย์และอาการกระตุกเป็นครั้งคราว นี่ก็เป็นอีกเกมที่มอบทางเลือกในการปรับแต่งตั้งค่าให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี และยังทำให้คอมพิวเตอร์เก่า ๆ อย่างน้อยก็ 4-5 ปี ยังพอมีลุ้น มีหวังได้บ้างอยู่
Verdict
Phantom Blade Zero เป็นเกมที่ไร้ที่ติจริง ๆ ในด้านแอ็คชั่นและระบบเกมเพลย์ที่ดุเดือดถึงใจแน่นอนทุกอาวุธ ทุกกระบวนท่า ทุกการต่อสู้ อัดแน่นไปด้วยความหลงใหล ในด้านศิลปะการต่อสู้ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีต เห็นได้ชัดเลยว่าผู้สร้างเขาอินกับวัฒนธรรมและสิ่งนี้มากขนาดไหน คอนเทนต์ของเกมที่อัดแน่นเกินราคาไปไกลพ่วงด้วยแปลไทยระดับนิยายจีนขนานแท้ แต่ติดแค่ดันเล่าเรื่องง่ายให้มันยากไปหน่อยเท่านั้น
Story 7.5
Presentation 9.5
Gameplay 9.5
Performance 9
Final Verdict 9/10













