Review : Razer Blackshark V2

Razer ปล่อยของกับ Blackshark V2 หนึ่งในหูฟังเกมมิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้

ถ้าดูจากสินค้าที่ผ่านมาของ Razer เราจะเห็นได้ว่า “หูฟังเกมมิ่ง” ถือเป็นผลงานอีกหนึ่งอย่างที่ Razer ผลิตออกมามากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังขนาดเล็ก ขนาดใหญ่  หูฟังแบบมีสายหรือไร้สาย ซึ่งสินค้าหูฟังของ Razer แต่ละตัวก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

และสำหรับ Blackshark ตัวต้นฉบับนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นหูฟังสำหรับเกมเมอร์สาย eSports ที่ต้องการความแม่นยำของเสียง รวมไปถึงรูปทรงและน้ำหนักที่บางเบาโดยเฉพาะ

ในการกลับมาของ BlackShark ภายใต้รหัสใหม่ V2 ตัวหูฟังที่เคยโดนใจผู้ใช้งานสายจริงจังเกมมิ่งมีการพัฒนาและมีจุดเด่นอยู่ตรงส่วนไหนบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

Spec พื้นฐานของ Razer Blackshark V2

  • Driver :  Razer TriForce Titanium ขนาด 50 มม.
  • ไมค์โครโฟน : Razer HyperClear Cardioid
  • ความถี่ : 12Hz – 28,000Hz
  • การเชื่อมต่อ: 3.5 มม., มาพร้อม USB soundcard
  • น้ำหนัก : 262 กรัม
  • ความยาวสาย : 1.8 เมตร

เริ่มกันที่หน้าตาก่อนเลย การออกแบบของ BlackShark V2 นั้นโดดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่เรียบง่าย มีขนาดเบาและเล็กกว่าหูฟังระดับสูงของ Razer ตัวอื่น ๆ ส่วนของ Earcup มีการปรับปรุงรูปทรงใหม่โดยจากตัวทรงกลมขนาดใหญ่ในตัว Version ดั้งเดิมเปลี่ยนมาเป็นทรงวงรี  ตัวที่ครอบหูก็มีการเสริมกรอบพลาสติกเข้ามาและใส่โลโก้ Razer เอาไว้ ส่วนของที่ครอบทำการยึดเข้ากับหูฟังโดยเชือกสีเขียวนีออนสดใสและก้านยึดสองอัน  ตัวก้านยึดทำหน้าที่ในการขยายขนาดหูฟังให้เข้ากับศีรษะของผู้ใช้งาน

สำหรับด้านในของหูฟังนั้นบุด้วย Memory Foam และใช้ผ้าปูทับซึ่งให้ความรู้สึกสบายอย่างมากระหว่างสวมใส่และใช้งาน

หูฟังด้านซ้ายจะเชื่อมต่อกับสายหูฟังความยาว  1.8 เมตรแบบไม่สามารถถอดออกได้ โดยสายหูฟังมาในแบบสายผ้าซึ่งถือว่าแข็งแรงทนทานเลยทีเดียว หูฟังด้านซ้ายยังเป็นที่รวมของจุดต่อไมค์ที่สามารถถอดเก็บได้ ปุ่มปรับความดังของเสียง และปุ่มปิดไมค์

โดยรวมแล้วหน้าตาของ BlackShark V2 นั้นยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนกับ BlackShark ตัวดั้งเดิมเอาไว้ แต่มีการปรับปรุงวัสดุให้ดูดีมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงปรับให้หน้าตามีความทันสมัยและโฉบเฉี่ยวสวยงามนั่นเอง แต่ในเรื่องการสวมใส่ใช้งานนั้นบอกได้เลยว่าน้ำหนักที่เบาและขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้ BlackShark V2 ถือเป็นหูฟังที่สามารถใส่ใช้งานได้ติดกันเป็นเวลานานครับ

มาดูจุดสำคัญอีกอย่างของ BlackShark V2 นั่นก็คือ Sound Card 7.1 ที่มาพร้อมกับหูฟัง ตัว Card นั้นถือได้ว่ามีขนาดที่เล็กกระทัดรัด  การเชื่อมต่อและติดตั้งนั้นทำได้ง่ายดายมากครับเพียงแค่เสียบตัว Card ลงไปในช่อง USB ตัว Driver และ Software ต่าง ๆ ก็จะถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติ บนตัว Card จะมีไฟ Led สีเขียวที่จะติดขึ้นเมื่อตัว Card กำลังใช้งานอยู่

ตัวหูฟังหลักจะใช้การเชื่อมต่อด้วยแจ็ค 3.5  มม. ซึ่งทำให้เราสามารถใช้งาน Razer BlackShark V2 ได้กับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ทั่วไปที่รองรับแจ็ค 3.5 แต่ในการใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดโดยเฉพาะการใช้งานระบบเสียง THX Spatial Audio อันเป็นจุดเด่นสำคัญของหูฟังตัวนี้นั้นเราจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อผ่าน Sound Card และใช้ Software อย่าง Razer Synapse ครับผม

เมื่อใช้งานผ่าน Sound Card เราจะสามารถปรับแต่งค่าเสียงและไมค์ของ BlackShark V2 ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับความชัดของเสียง การปรับ Bass การปรับ EQ ทั้งของไมค์และหูฟัง

สำหรับพระเอกของงานอย่าง THX Spatial Audio ที่ปรับแต่งจากหน้า Mixer ในตัวโปรแกรม Razer Synapse นั้นเป็นการจำลองเสียงจากสภาพแวดล้อมแบบ 360 องศา  เพิ่มความคมชัดของทิศทางเสียงไปอีกระดับ ซึ่งจากการใช้งานจริงต้องบอกเลยว่า THX Spatial Audio นั้นทำงานได้อย่างน่าประทับใจไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสำหรับเล่นเกม หรือการฟังเพลง แต่หลัก ๆ แล้วในการใช้งานสำหรับเล่นเกมนั้นเจ้า THX Spatial Audio ให้ทิศทางของเสียงที่ชัดขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนั้นทาง Razer ยังใส่ Profile เสียงของเกมดัง ๆ อย่าง Apex Legends,  Valorant, CS: GO และ Modern Warfare มาไว้ในตัว Software ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานตามเกมที่เราเล่นได้แบบง่ายดาย  สรุปแล้วในด้านของคุณภาพเสียงโดยรวมแล้วเรียกได้ว่า BlackShark V2 สอบผ่านแบบน่าประทับใจครับ

คุณภาพไมโครโฟนก็ถือเป็นอีกจุดที่เกมเมอร์มักจะให้ความสำคัญซึ่งที่ผ่านมาหูฟังของ Razer ก็มักจะโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพไมค์กันอยู่แล้ว โดยไมค์ของ BlackShark นั้นให้เสียงที่ชัดเจน  และไม่ดูดเอาเสียงรบกวนจากรอบข้างเข้าไปด้วย แต่จากการทดสอบแล้วผมรู้สึกว่าไมค์ของ BlackShark V2 ดูจะเน้นเรื่องของความชัดเจนของเสียงมากเกินไปหน่อยในบางครั้ง ทำให้เสียงของผู้ใช้งานเวลาพูดถูกปรับให้มีความแหลมมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจุดนี้เราสามารถแก้ไขได้โดยตัว Software Razer Synapse แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ถือเป็นปัญหาใหญ่หรือทำให้เสียงของผู้ใช้งานเพี้ยนจนผิดแปลกจนเกินไป แต่สำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำในการจำลองเสียงที่อัดก็อาจจะต้องอาศัยการปรับแต่งช่วยครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟัง eSports ที่ใส่สบาย ไม่ร้อนหรืออึดอัดเวลาสวมใส่ติดกันเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็มีคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม BlackShark V2 ของ Razer ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เทคโนโลยี THX Spatial Audio ให้ทิศทางเสียงที่ดีขึ้นแบบชัดเจน โดยเฉพาะในเกมที่มี Profile รองรับในกลุ่มเกมยิงแนว FPS ชื่อดังทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม BlackShark V2 ก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น ผู้ใช้งานที่ต้องการหูฟังที่จบทุกอย่างในตัวทั้งดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม BlackShark V2 ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ในส่วนนี้ หรือการที่ลูกเล่นส่วนใหญ่ของหูฟังออกแบบมาให้ใช้งานกับ PC

แต่หากมองถึงคุณภาพของเสียงที่ BlackShark V2 มี รวมเข้ากับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ Razer ใส่เข้ามา ถือได้ว่า BlackShark V2 เป็นหูฟังสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะสาย eSports ที่ดีที่สุดในท้องตลาด ณ เวลานี้

เกมเมอร์สายจริงจังโดยเฉพาะผู้ชื่นชอบเกมเดินยิงชื่อดังที่กำลังมองหาหูฟังตัวใหม่กันอยู่ลองดู Razer BlackShark V2 ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกครับ

BlackShark V2 ออกวางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามตัวแทนจำหน่ายชื่อดังในไทยทั่วประเทศ ในราคา 3,890 บาท

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close