แม้ทุกวันนี้คนอาจจะมองว่าภาพกราฟิกแบบสามมิติเหลี่ยม ๆ เพี้ยน ๆ ในยุค PlayStation 1 จะเป็นเสน่ห์ที่ชวนคิดถึงยุคสมัย แต่โปรแกรมเมอร์ที่เคยทำงานในยุคนั้นก็ยังรู้สึกงุนงงมากกว่า ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้
Shader Graph に追加された “No Perspective” オプションの意外な使い方を解説してみました ✨ ローポリ表現やレトロ3D表現に興味のある方はぜひ試してみてください 🎮🕹️#UnityJapan #UnityShortTips pic.twitter.com/u9U4zzMQF7
— ユニティ・テクノロジーズ・ジャパン (@unity_japan) August 5, 2025
Koji Sugimoto โปรแกรมเมอร์อาวุโสของทาง Square Enix ผู้ที่มีส่วนร่วมกับผลงานอย่าง Final Fantasy X, Xenogears และ Dewprism(Threads of Fate) ได้โพสต์แสดงความเห็นใน X หรือ Twitter ผ่านทาง Reply ของโพสต์จากทาง Unity Japan ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในการเพิ่มตัวช่วยในการสร้าง Texture Wrapping ที่ทำให้ตัวกราฟิกกลับไปดูเหมือนกับเกมในช่วงยุค PS1 ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเขาถึงกับบอกว่า “สมัยก่อนพวกเราพยายามกันเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาพื้นผิวที่บิดเบี้ยวนี้ได้เลย แต่ในปัจจุบันนี้มันกลับถูกเรียกว่าเป็นเสน่ห์ของเกมไปซะแล้ว”
PS1のテクスチャ歪みは忌むべき対象。回避するために多くの虚しい工数と計算時間を割いた。再現したら面白いという発想は自分には無いなぁ。 https://t.co/3xCxvLa5Wx
— Koji Sugimoto (@k_sugimoto) October 24, 2019
แน่นอนที่ในยุคนี้ผู้เล่นหลายคนต่างก็มองว่า ภาพกราฟิกแบบความละเอียดต่ำหรือ Low-Poly จะเป็นที่ชื่นชอบมากในสมัยนี้ แต่ก็เข้าใจได้เหมือนกันในมุมมองของนักพัฒนาที่เกิดความงุนงงกับเรื่องแบบนี้ ซึ่งมันก็มาจาก “ข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี” ในตอนนั้นนั่นเอง
ทางสื่อ Automation ได้กล่าวว่า เนื่องจากเครื่อง PS1 ไม่มี Z-Buffer หรือส่วนที่ความ Buffer ประมวลผลทางด้านความลึกติดตัวมาด้วย ทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถแยกออกได้ว่าวัตถุแบบใดอยู่ใกล้หรือไกลจากกล้อง จนเกิดการบิดเบี้ยวขึ้นเมื่อมุมกล้องในเกมมีการเปลี่ยนแปลง จนทำให้บางเกมเลือกที่จะทำภาพ Pre-Render ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ผู้เล่นเห็นฉากหลังที่มีการบิดเบี้ยวเกิดขึ้น เมื่อเทียบกันกับ GPU สมัยใหม่ที่สามารถคำนวณและแยกแยะความลึกและกว้างได้ในทันทีเพราะมีตัวช่วยในการทำ Z-Buffer มาอยู่ในตัวอยู่แล้ว ปัญหานี้จึงหมดไป
คุณ Sugimoto เล่าว่า ในตอนนั้นเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อแก้ปัญหาเรื่องพื้นผิวบิดเบี้ยวนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะปัญหายังอยู่เหมือนเดิม และไม่เข้าใจเลยว่าการกลับมาทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งมันน่าสนใจตรงไหน
แต่ถึงอย่างนั้น แม้ในยุคก่อนผู้พัฒนาอาจจะมองว่ามันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่ในยุคนี้ก็กลับกลายเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ผู้พัฒนาหลายคนพยายามกลับไปทำซ้ำอีกรอบ เพื่อสร้างบรรยากาศของเกมในยุคเครื่อง PS1 ที่หลายคนโหยหาให้กลับมาอีกครั้งนั่นเอง













