Capcom เปิดเผยความคืบหน้าของโปรเจกต์ “REX” ที่จะเป็นอนาคตของ RE Engine หลังจากนี้ไป
โดยโปรเจกต์ดังกล่าว จะเป็นการอัปเกรด RE Engine ครั้งใหญ่ ซึ่งทางบริษัทตั้งเป้าให้มันกลายเป็น “Engine เกมแห่งยุค AI” ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ Engine ตัวนี้สามารถ Generate เกมทั้งเกมออกมาได้ แต่ AI จะเป็น “ผู้ช่วย” ให้นักพัฒนาเกมสามารถเขียนโค้ดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยมาในงาน CAPCOM Open Conference RE:2026, งานสัมมนาด้านเทคโนโลยีที่ Capcom จัดขึ้นเองเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของโปรเจกต์ REX ก็ไม่ใช่ของใหม่ เพราะมันเคยถูกประกาศมาแล้วตั้งแต่ปี 2023 และเหตุผลที่ต้องทำ ก็เป็นเพราะขนาดของ Asset และโค้ดในแต่ละเกมที่ใช้ RE Engine นั้นบวมขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า เมื่อเทียบกับสมัยที่ใช้ทำเกม Resident Evil 7 ดังนั้นหากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ก็คงไม่เป็นผลดีแน่

โดยคุณ Satoshi Ishida โปรแกรมเมอร์ของทางบริษัท นำเสนอถึงโปรเจกต์ REX ไว้ว่า นี่ไม่ใช่การรื้อสร้าง RE Engine ใหม่จากศูนย์ กลับกัน มันเป็นการทยอยเติมเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปในฟีเจอร์เดิมทีละส่วน แล้วเรียกรวม ๆ กันว่า REX
ซึ่งฟีเจอร์ที่มีการพูดถึงในงาน ก็มีทั้ง “RE:Dox” ที่ทำให้การประมวลผลข้อมูลเร็วขึ้น, “RE:UI” ที่จะช่วยให้เครื่องมือพัฒนาเกมนั้นทำงานได้ลื่นขึ้น ไม่ค้างขณะใช้, “RE:Log” ที่จะปรับปรุงระบบการเก็บประวัติต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด, “RE:Flows” ที่จะช่วยให้คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ (เช่นฝ่ายออกแบบ) สามารถลองสร้างระบบเกมขึ้นมาเองได้ และ “RE:Runtime” ที่จะช่วยให้เกมสามารถโหลดและแสดงผลตัวละครจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ทีมงานก็ยังปรับระบบทั้งหมดให้เขียนด้วยภาษาโปรแกรมที่มีความเป็นสากล ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็ไม่เพียงแต่จะทำให้คนใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้ AI สามารถเข้ามาอ่านโค้ดและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน
และเพราะแบบนี้เอง ในอนาคต AI ก็จะสามารถเข้าใจโค้ดและ Generate ขึ้นมาเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถลองเล่นเกมเพื่อตรวจหาบั๊กเองได้ด้วย
ดังนั้นแล้ว จุดยืนของ Capcom ในการนำ Generative AI เข้ามาใช้พัฒนาเกม จึงดูจะอยู่แค่ในส่วนหลังบ้านเท่านั้น (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) เพราะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Capcom ก็เคยเปิดเผยไว้ในที่ประชุมกับนักลงทุนไปว่า “บริษัทเราจะไม่นำ Asset ที่ถูกเจนฯ ขึ้นด้วย AI เข้ามาใส่ไว้ในวิดีโอเกมของเรา” แต่จะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกมแทน
โปรเจกต์ REX จะแล้วเสร็จเมื่อใด และ “RE Engine ฉบับอัปเกรด” จะถูกนำมาใช้กับเกมใดเป็นเกมแรก ก็ต้องรอจับตาดูกันอีกครั้งหลังจากนี้
















