BY Nattawat Riocharoenrattanakul
11 พ.ย. 25 7:55 pm

Faker: ตำนานพระเจ้าแห่ง League of Legends กับแชมป์โลก 3 สมัยติดใน Worlds 2025

53 Views

ตำนานยังคงมีชีวิต Faker พา T1 สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลก 3 สมัยติดใน Worlds 2025 และนี่คือเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 13 ปีของชายที่โลกเรียกว่า “พระเจ้าแห่ง League of Legends”

Worlds 2025 ปิดฉากลงที่สนาม Dong’anhu Sports Park เมืองเฉิงตู ประเทศจีน

และที่นั่นเอง T1 กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของ League of Legends ที่คว้าแชมป์โลก 3 ปีติดต่อกัน พร้อมสร้างสถิติใหม่ให้วงการอีสปอร์ต ด้วยการครองแชมป์โลกสมัยที่ 6 แบบไร้ข้อโต้แย้ง

เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีทีมใดเคยทำมาก่อน และหนึ่งในผู้เล่นที่ยืนอยู่กลางไลน์อัปนั้น คือชายผู้มีบุคลิกสุขุม หนักแน่น เป็นพี่ใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งทีม และเป็นศัตรูที่ใคร ๆ ก็อยากลองวัดฝีมือด้วยสักครั้งในชีวิต

“พระเจ้า”

“G.O.A.T. ของ League of Legends”

“Unkillable Demon King”

ทั้งหมดนั้นคือคำที่โลกใช้เรียก Lee “Faker” Sang-hyeok ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงนักแข่ง แต่เป็นศูนย์กลางของจักรวาลอีสปอร์ตตลอดกว่า 13 ปีที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นของ Faker และการกำเนิดทีม T1 ที่โลกจะไม่มีวันลืม

Faker ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นซูเปอร์สตาร์

เขาเติบโตมากับเกม RTS อย่าง Warcraft III ก่อนจะค้นพบ League of Legends ในปี 2011 และเริ่มไต่แรงก์ออนไลน์ภายใต้ชื่อ “GoJeonPa” จนขึ้นเป็นแรงก์ 1 ของประเทศในวัยเพียง 16 ปี

ปี 2013 – SK Telecom เปิดทีม Academy และ Faker ก็ถูกดึงเข้าสู่ระบบทันที ก่อนจะเดบิวต์ในทีมหลัก SKT T1 K และกลายเป็นนักแข่งอาชีพเต็มตัว

ในวันเปิดตัว ทุกคนคิดว่าเด็กคนนี้เป็นโปรต่างชาติ แต่ความจริงคือ เด็กมัธยมปลายอายุ 17 ปีที่กำลังจะเปลี่ยนวงการ LoL ไปตลอดกาล

จากตรงนั้น เขาท้าชนทั่วทั้งโลกด้วยฟอร์มระดับที่ใครก็คาดไม่ถึง

  • ช็อต “Zed vs Ryu” ที่ทำให้ทั้งโลกอุทาน “What was that?!” ที่ฝั่ง Faker เลือดเหลือไม่ถึง 40% แต่สามารถพลิกเอาชนะมาได้ จนทำให้เขาดังไปทั่วโลกในชั่วพริบตา
  • การคว้าแชมป์โลกปี 2013
  • การเป็นสัญลักษณ์ของเมต้า Assassin พร้อมมุกล้อ “หยิบตัวไหน เดี๋ยวก็โดนเนิร์ฟ”

ปี 2015 และ 2016 เขาพา SKT กวาดแชมป์โลก Worlds เพิ่มอีกสองสมัย จน SKT กลายเป็นทีมที่ปกครองวงการ LoL แบบเด็ดขาด

ในยุคนั้นโลกเชื่อว่า “พระเจ้าจะชนะเสมอ”

แต่โลกของจริงไม่ได้ใจดีกับตำนานตลอดไป

ช่วงตกต่ำของ Faker และบทเรียนจากความพ่ายแพ้

ปี 2017 SKT พ่ายให้กับ Samsung Galaxy แบบหมดรูป 0 – 3

ภาพที่ Faker นั่งก้มหน้าร้องไห้หลังแข่ง กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดที่เผยให้เห็นว่าเบื้องหลังความยิ่งใหญ่คือมนุษย์ที่มีหัวใจเหมือนกัน

ต่อให้เป็นผู้เล่นระดับพระเจ้าก็มีช่วงเวลาที่เจ็บปวดเหมือนกัน

ช่วงปี 2018 – 2020 คือคลื่นลูกใหญ่ที่สุดของชีวิตเขา ระบบ Rune ถูกเปลี่ยนใหม่หมด, ทีมเปลี่ยนโค้ชและผู้เล่นแทบทุกปี และ SKT ตกต่ำจนไม่ได้ไป Worlds เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี 

เสียงวิจารณ์ถาโถมเข้ามาไม่หยุด “หมดยุคแล้ว”, “Faker ถ่วงทีม”, “T1 ควรหาคนใหม่”

แต่คำตอบของเขามีเพียงว่า

“ผมยังไม่ดีพอ ผมต้องพยายามให้มากกว่านี้”

คำพูดนั้นสะท้อนถึงตัวตนของเขา คนที่ไม่เคยหนีจากความพ่ายแพ้ และเป็นแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องในทีมพูดว่า

“ผมโตขึ้นเพราะได้เห็นว่า Faker ฝึกยังไงและยอมรับยังไง และสู้ต่อยังไง”

จากช่วงเวลามืดมนที่สุดของเส้นทาง คือสิ่งที่ทำให้แสงแห่งตำนานกลับมาสว่างยิ่งกว่าเดิม

Faker และการกลับมาพา T1 ครองแชมป์โลกอีกครั้ง

ปี 2021 – T1 ถูกรีบิลต์ใหม่พร้อมนักแข่งรุ่นใหม่อย่าง Zeus, Oner, Gumayusi และ Keria ทีมนี้คือ “แสงแห่งความหวัง” ที่แฟน ๆ รอคอยที่ดูเหมือนจะกลับมาเริ่มเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

พวกเขาเข้าสู่ Worlds ครั้งแรกด้วยกัน แพ้ DK 2 – 3 แบบเฉียดเส้นในรอบ Semifinals

ปี 2022 – พวกเขาทะลุถึงรอบชิงแชมป์ แต่ก็ต้องมาแพ้ให้กับ DRX 2 – 3 อย่างน่าเสียดาย หนึ่งในเมมเบอร์อย่าง Keria ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้อย่างหนักหลังจบเกม

แต่ปี 2023 – คือการกลับมาของราชา

แม้ Faker จะเจ็บแขนและต้องพักกลางฤดูกาล แต่เมื่อกลับมา เขาพา T1 ทะยานสู่จุดสูงสุดอีกครั้งใน Worlds 2023

พวกเขาชนะ JDG ในรอบ Semifinals พร้อมประโยคในตำนาน “All Roads Lead to Me” ที่ Faker กล่าวในตัวอย่างโปรโมต และชนะ WBG ในรอบชิง คว้าแชมป์แรกในรอบ 7 ปีได้สำเร็จ และยังเป็นการชูถ้วยในบ้านเกิดประเทศเกาหลี

“สำหรับแชมป์ครั้งที่ 4 นี้ ผมจะขอมอบให้กับทีมของผม”

– Faker กล่าวก่อนนัดชิงปีนั้น

ปี 2024 – ทั้งโลกคาดว่า T1 จะชะลอตัว

READ  สมาชิกรัฐสภาแห่งพรรคเดโมแครต ประกาศชัยชนะขึ้นแรงก์ Silver IV ในเกม League of Legends

แต่พวกเขากลับคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 ด้วยการเอาชนะทีมที่เรียกได้ว่าเป็นของแสลงที่สุดของ T1 ในรอบ Semifinals อย่าง Gen.G ไปได้ 3-1

และเอาชนะ BLG ในรอบชิงแชมป์ไปได้ 2-3 เกมแบบสุดมันส์ ทำให้ T1 เป็นแชมป์ 2 สมัยติดกัน ครั้งล่าสุดที่ทำได้คือ 2015 และ 2016 โดยคำพูดของ Faker ที่พูดไว้ก่อนแข่งนัดชิงปีนี้คือ

“สำหรับแชมป์ครั้งที่ 5 นี้ ผมจะขอมอบให้กับแฟนคลับทุกคน”

ปี 2025 – เส้นทางของ T1 ถูกท้าทายอีกครั้ง

Zeus ย้ายออกจากทีม และ Doran ถูกดึงเข้ามาแทน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนจนแม้แต่แฟน ๆ ยังไม่พอใจที่ทีมเลือกที่จะปล่อย Zeus ออกไป ฟอร์มติด ๆ ขัด ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา เข้า Worlds 2025 มาด้วยการต้องไปเล่น Play-in ได้ตั๋วใบสุดท้ายเข้ารอบสุดท้ายมาได้ ถึงอย่างนั้นฟอร์มรอบ Swiss Stage ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรต้องลุ้นถึง Match สุดท้ายก่อนจะเข้ารอบ Knockout Stage มาได้แบบฉิวเฉียด และหลังจากนั้นพลังของ T1 ก็กลับมาตื่นขึ้นอีกครั้ง

  • เริ่มต้นด้วยการชนะหนึ่งในทีมเต็งแชมป์อย่าง Anyone’s Legend ไปได้อย่างหวุดหวิด 2-3 ทำให้แฟนหลาย ๆ คนเชื่อว่า ปีนี้ T1 มีโอกาสจะคว้าแชมป์ 3 สมัยติดกันเป็นครั้งแรกแล้วและคิดว่าได้ผ่านเกมที่ยากที่สุดไปได้แล้ว
  • ชนะ TES 3 – 0 ในรอบ Semifinals
  • และเข้าสู่ Grand Final ปะทะ KT Rolster ใน “Telecom War” นัดประวัติศาสตร์ โดย KT นั้นรอบ Semifinals ได้ชนะอีกหนึ่งทีมที่เป็นเต็งแชมป์แถมยังเป็นของแสลง T1 อย่าง Gen.G ไปด้วยสกอร์ 3-1 ทำเอาช็อกสายตาคนทั้งโลกที่คิดว่าจะได้เห็นการล้างแค้นระหว่าง T1 vs Gen.G
  • รอบ Grand Final เล่นไปอย่างสีสูผลัดกันขึ้นนำกันอย่างดุเดือด โดย T1 เก็บชัยชนะเกมแรกไปได้ก่อน ก่อนจะมาโดนแซงเป็น 2-1 เกมรวดในเวลาต่อมา จนพลิกกลับมาเอาชนะได้เป็น 2-2

การแข่งขันยืดเยื้อถึงเกม 5

Faker หยิบ Galio ลงสนาม ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นสนาม

และจบลงด้วยการที่ T1 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6

พร้อมสร้างสถิติใหม่ – ทีมแรกที่คว้าแชมป์โลก 3 ปีซ้อนในประวัติศาสตร์ League of Legends

ชีวิตนอกสนามของ Faker – พระเจ้าแห่ง League of Legends

Faker ไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่เก่งที่สุด แต่เป็นเสาหลักของธุรกิจ T1 และวงการ LoL ทั้งหมด

รายได้เฉลี่ยของเขาสูงกว่า 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากสัญญา, สตรีม, และสปอนเซอร์จากแบรนด์ระดับโลก เช่น Samsung, Razer, Mercedes-Benz, Hana Bank, Red Bull และ Secretlab

แต่ในชีวิตจริง เขาใช้เงินน้อยจนน่าตกใจ เมื่อถูกถามว่าเขาใช้เงินอย่างไรนั้น เขาเป็นคนไม่ค่อยใช้เงิน พ่อแม่เป็นคนจัดการรายได้ให้ทั้งหมด เขาแทบไม่แตะบัตรเครดิต

ชอบอ่านหนังสือมากกว่าเที่ยว ไม่ดูหนัง และใช้เวลาว่างไปกับหมากรุก 

ในวงการที่เต็มไปด้วยอีโก้ Faker กลับเป็นผู้นำที่เงียบ มีวินัย และไม่เคยสร้างปัญหา เขาคือแรงบันดาลใจของเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ “พระเจ้า” ก็หนีไม่พ้นแรงกดดันจากชื่อเสียง

เขาเคยมีข่าวแฟนคลับบุกล็อกเกอร์รูม, ข่าวสุขภาพจิต, และเสียงวิจารณ์ “ไม่เก่งเหมือนเดิม”, “T1 ยิ่งมี Faker ไปก็ยิ่งถ่วงทีมลง”, “หมดสภาพแล้ว”

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เขาอาจเป็น “พระเจ้าในเกม” แต่ในชีวิตจริง เขายังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องต่อสู้เหมือนเรา

Faker กับตำนานที่ยังเดินหน้าต่อใน Worlds 2025

จากเด็กที่นั่งหลังคีย์บอร์ดในปี 2013 สู่ชายที่ชูถ้วยแชมป์โลกสมัยที่ 6 ในปี 2025

Faker ไม่เคยเป็นแค่ผู้เล่น เขาคือสัญลักษณ์ของ League of Legends คือผู้นำที่อยู่ในทุกช่วงเวลาสำคัญของเกม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก

จนถึงตอนนี้ เขายังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเล่น เขายังอยู่ในสนาม ยังคงต่อสู้ใน Summoner’s Rift และตราบใดที่ชื่อ “Faker” ยังปรากฏในรายชื่อผู้เล่น

Lee “Faker” Sang-hyeok ตำนานของพระเจ้าแห่ง League of Legends ก็จะยังไม่จบลง

Nattawat Riocharoenrattanakul

คิม - Sales Executive ประจำ GamingDose

Back to top