Destruction AllStars มหกรรมชนแหลกแตกกระจาย รถพังก็ยังเปรี้ยวต่อได้

ท่ามกลางเกม Multiplayer มากมายในตลาดที่จับผู้เล่นมาร่วมสังเวียนเดียวกัน ก็ยังมีอยู่เกมหนึ่งที่ขายไอเดียน่าสนใจ ลงเป็น Exclusive ให้กับแพลตฟอร์มอย่าง PlayStation 5

เกมที่ว่าก็คือ Destruction AllStars ซึ่งเพิ่งจะปล่อยออกมาให้เล่น พร้อม ๆ กับแจกฟรีบน PS Plus ได้ไม่นาน ดึงดูดให้เหล่าผู้ที่อยากลองของใหม่ได้แวะเข้าไปสัมผัส

วันนี้ GamingDose พาคุณมาทำความรู้จักกับมหกรรมซิ่งรถบดขยี้คู่แข่ง ที่เปิดตัวในทีแรกมาอย่างหวือหวา เพื่อจะได้ทราบกันว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร และมีดีอะไรให้เราหยิบมาพูดถึง

.

เกมกีฬาสุดดิบเถื่อน ของเหล่าดาวดังผู้ชื่นชอบการทำลาย

Destruction AllStars คือการผสมผสานระหว่างเกมขับรถชนกัน เข้ากับเกม Multiplayer ที่มี Hero ให้เลือกหลายแบบ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นเหล่าสตาร์ผู้มีคาแร็คเตอร์เป็นของตัวเอง มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันไป แต่หนึ่งเป้าหมายที่เหมือนกัน ก็คือการพังพินาศทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดบนสังเวียนแห่งนี้

สิ่งที่เกมจะทำกับคุณเป็นอันดับแรก ก็คือจับคุณโยนลงสู่สนาม เพื่อสอนกฎข้อแรกอันเรียบง่ายว่า “ชนและทำลาย” ก่อนจะค่อย ๆ เสริมเคล็ดลับอื่นเข้ามาแบบย่อยสะดวก เล่นเป็นได้ไว และแม้จะยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่เกมไม่ได้สอนแฝงอยู่ด้วย แต่ผู้เล่นก็จะค้นพบได้โดยบังเอิญด้วยเซนส์ของตัวเองในภายหลัง

บรรยากาศที่ได้ในแต่ละตา จะทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในการแข่งขันจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามที่ถูกจัดขึ้นมาโดยเฉพาะตามหัวเมืองต่าง ๆ ของโลก, บรรดาผู้ชมที่อัดแน่น และคนพากย์ที่จะมีปฏิกิริยาไปกับการกระทำของเราไปด้วยแบบลื่นไหล เสริมกำลังใจให้ยิ่งอยากโชว์ฟอร์มเก่งออกมามากขึ้น

เกมนี้เป็นผลงานของสตูดิโอสัญชาติอังกฤษอย่าง Lucid Games และนำเสนอด้วยกราฟิกสไตล์สดใสที่ชวนให้นึกถึง Fortnite, Overwatch หรือ Rocket League ทำให้ความดิบเถื่อนรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า จะออกแนวสนุกสะใจมากกว่าตึงเครียดจนเกินไป

.

งานหลักคือขับรถบดขยี้คู่แข่ง งานรองคือออกมาวิ่งเพื่อเก็บไอเท็ม

ในแต่ละตา จะเริ่มต้นมาด้วยการบังคับตัวละครออกวิ่งไปบนพื้น และมีอิสระที่จะกระโดดไปขึ้นรถคันใดก็ได้ที่จอดอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของสนามถ้าคุณเร็วพอ ดังนั้นนี่คือเกมที่ไม่ได้จบที่รถคันเดียว ถ้าคันที่ใช้อยู่ใกล้พังแล้ว ก็สามารถกระโดดออกมาและวิ่งหาคันใหม่ได้

รถที่มีให้ในสนามจะปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และค่อนข้างเพียงพอกับผู้เล่นทั้ง 16 คนอยู่ แต่ก็มีหลายจังหวะที่อาจจะต้องแย่งกับคู่แข่ง ใครที่ไวกว่าก็จะได้ขึ้นรถ ส่วนคนที่ช้ากว่าจะได้เกาะอยู่บนตัวรถ และยื้อแย่งกับคนขับด้วย Quick Time Event ซึ่งถ้าชนะก็จะเลือกได้ว่าทำลายรถทิ้งเลย หรือจะเตะคนขับเดิมออกแล้วเข้าไปนั่งแทน แต่ขณะเดียวกันคนที่ขับอยู่ก็สามารถขับโยกไปมาซ้ายขวาเพื่อสลัดคนแย่งให้หลุดได้ด้วย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไวกว่ากัน

รถแต่ละคันจะมีความแตกต่างกันไปตามรูปร่าง คันใหญ่มีแรงปะทะสูง ส่วนคันเล็กก็จะไวกว่า ซึ่งนอกจากรถธรรมดาตามฉากแล้ว เมื่อเกจของผู้เล่นถึงในระดับหนึ่ง จะสามารถเรียก Hero Vehicle ซึ่งเป็นรถเฉพาะของตัวละคร ออกมาวาดลวดลายได้บนสนาม โดยจะมีสกิลพิเศษให้ใช้ แต่ก็ยังคงมีหลอดเลือดเหมือนกับคันอื่น ๆ และสามารถพังได้เช่นกัน

นอกเหนือจากบทบาทหลังพวงมาลัยแล้ว การเอาตัวละครออกมาวิ่งบนพื้นก็เป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ควรทำ เพราะเกจที่จะเรียก Hero Vehicle ได้นั้นจะมาจากการเก็บ “Shard” ตามที่สูง และต้องอาศัยการกระโดด / วิ่งไต่กำแพงไปเก็บเอาเท่านั้น แลกมาด้วยการต้องคอยระวังไม่ให้ตัวเองถูกชน

ตัวละครผู้เล่นแต่ละตัวมีสกิลเฉพาะ แต่โดยพื้นฐานแล้วเมื่อกดก็จะทำให้วิ่งเร็วขึ้น และกระโดดได้สองจังหวะ ทำให้เก็บ Shard ได้ง่ายและกระโดดเข้าไปขึ้นรถในที่สูง ๆ ได้ง่ายเช่นกัน หรือจะใช้มันเพื่อป่วนฝ่ายตรงข้ามก็ยังทำได้ ถ้าหากว่าคุณเปรี้ยวมากพอ

การวิ่งตัวเปล่าเข้าหารถศัตรู ก็ไม่ต่างอะไรกับวลีที่ว่า “Bringing a knife to a gunfight”

ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นจึงต้องเลือกให้ดีว่าช่วงไหนควรขึ้นรถ และช่วงไหนควรออกมาเล่นเกมวิ่งเก็บเพชรบ้าง เปิดโอกาสให้พลิกแพลงสไตล์การเล่นได้หลากหลาย อยู่ที่ว่าใครจะชอบเน้นเก็บไปรอเก่งทีเดียว หรือกระโดดไปมาจากรถคันหนึ่งสู่อีกคันแล้วเน้นชนแหลกเป็นหลัก

.

มีทั้งโหมดแข่งกันทำคะแนน และ Battle Royale อันระทึกขวัญ

โหมดเด่นของเกมนี้มีชื่อว่า Mayhem ที่ผู้เล่นจะต้องแข่งกันทำลายคู่แข่งให้ได้มากที่สุด โดยหากคุณถูก “Knockout” ไม่ว่าจะเพราะรถพังหรือโดนชนในระหว่างวิ่งอยู่บนพื้น ก็จะสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้ แต่จะเสียเวลาหารถใหม่เป็นการแลกเปลี่ยน

ขณะที่อีกโหมดหนึ่งอย่าง Gridfall จะพาคุณไปสัมผัสกับประสบการณ์ของเกม Battle Royale อันคุ้นเคย เพียงแต่ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นไวกว่าปกติ เพราะ Destruction AllStars ไม่มีการฟาร์ม ไม่มีวงมาบีบ ลงมาปุ๊บขึ้นรถแล้วชนกันให้แหลกได้เลย ดังนั้นใครที่เหม่อเลย โดน KO จนจำนวนชีวิตหมดก็ถือเป็นอันตกรอบ

สำหรับ Gridfall นอกจากจะต้องระวังไม่ให้ตายเร็วแล้ว ตามพื้นที่ยังจะมีหลุมมีบ่อให้ตกลงไปได้อีกสมกับที่มีคำว่า Fall อยู่ในชื่อ (คล้ายด่าน Hex-A-Gone ใน Fall Guys) เพราะฉะนั้นจึงต้องบอกว่าโหมดนี้จะทำคุณมาไว-ไปไวได้แบบไม่รู้ตัว ชวนหัวร้อนง่ายเอาเรื่อง และหากใครอยากได้แอร์ไทม์ความสนุกแบบเต็ม ๆ อาจจะเน้นเล่นโหมด Mayhem มากกว่า

นอกจากสองโหมดข้างต้น ยังมีโหมดแนวแข่งกันสะสมไอเท็ม คือ Carnado ให้ผู้เล่นได้สะสมเฟือง อันเป็นชิ้นส่วนที่ได้จากการชน / ทำลายรถคู่แข่ง ก่อนที่จะนำรถตัวเองเข้าไปป่นทิ้งในพายุตรงกลางสนาม เพื่อรับคะแนนตอบแทน

ขณะที่ถ้าใครไม่ชอบลุยเดี่ยว ก็จะมีโหมด Stockpile ให้คุณได้เล่นเป็นทีม เก็บสะสมชิ้นส่วนและยึดครองจุดสำคัญเพื่อตัดสินว่าใครจะยึดไปได้มากที่สุด

ทั้ง 4 โหมดหลักนี้ไม่เพียงแค่จะเล่นได้แบบ Multiplayer แต่คุณสามารถสร้างห้องแบบ Arcade ขึ้นมาเอง โดยเลือกสนาม และระดับความยากของบอทได้เอง รวมไปถึงยังมี Challenge Series ต่าง ๆ ที่สอดแทรกเนื้อเรื่อง (อันน้อยนิด) ของแต่ละตัวละครเข้ามา ไว้เปลี่ยนบรรยากาศออกมาจากการพบปะกับผู้เล่นจริงอยู่ด้วย

.

สัมผัสใหม่ของ Next-gen ดึงพลังของจอย DualSense มาเน้น ๆ

ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมแห่งการทำลาย ก็ไม่พลาดที่จะได้ใช้ฟีเจอร์เด็ดของจอย DualSense อย่าง Haptic Feedback ที่จะสั่นกับแทบทุกสิ่งในเกม ไล่มาตั้งแต่การกดเมนู ไปจนถึงภายในการแข่งขันที่รู้สึกได้กับทุก ๆ การชน /  การกดเทอร์โบเพื่อบูสต์เข้าหาคู่แข่ง ซึ่งกดแล้วสนุกมือมาก

อีกฟีเจอร์อย่าง Adaptive Trigger ยิ่งเก๋กว่า เพราะในตอนที่ออกสตาร์ทรถ ตัวปุ่ม R2 จะมีแรงต้านให้ต้องกดกันนิดหนึ่งเพื่อให้รถพุ่งไปข้างหน้าแบบสมเหตุสมผล ขณะที่ตอนเบรค ปุ่ม L2 ก็จะค่อย ๆ ต้านให้จนกว่ารถจะหยุดสนิทด้วยเช่นกัน เรียกว่ากดกันจนเมื่อย แต่ก็เป็นความเมื่อยที่ทีมงานจงใจให้เป็นเช่นนั้น

หากรถของผู้เล่นใกล้จะพัง ปุ่ม R2 ที่เรากำลังกดเพื่อเร่งรถอยู่ จะมีอาการสั่น ๆ ให้ทราบ ผสานกับที่สัมผัสของตัวจอย จนรับรู้ได้ถึงอาการร่อแร่ของรถได้แบบชัดเจน ถ้ายังฝืนจะเอามันวิ่งต่อก็เตรียมโดน Knockout ได้

นอกเหนือจากเรื่องที่ใช้จอยได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ยังได้อานิสงส์จาก SSD ที่ทำให้โหลดเข้าเกมได้ว่องไว ประกอบกับหน้าเมนูที่สับเปลี่ยนไปมาได้ไวมากจนแทบไร้รอยต่อ สร้างประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลสมกับความที่เป็นเกม Next-gen

อีกหนึ่งสิ่งที่อาจไม่เกี่ยวโดยตรงกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น แต่ก็เป็นนวัตกรรมที่เท่ไม่หยอก คือไอเดียการเปลี่ยนแนวเพลงไปแบบทันทีในเมนูเลือกตัวละคร เช่นถ้ากำลังเลือกตัว Xander อยู่ จะมาเป็นเพลงอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับสไตล์ของเขา แต่พอขยับเคอร์เซอร์ไปหาตัวละครอื่นอย่าง Fuego ก็จะเปลี่ยนเป็นเพลงเมทัลเดือด ๆ แบบทันทีโดยยังเล่นอยู่บนทำนองเดิม เป็นความใส่ใจเล็ก ๆ ที่เชื่อว่าใครได้เจอกับตัวแล้วน่าจะต้องทึ่งกันบ้างไม่มากก็น้อย

.

Content ยังไม่หลากหลาย แต่ก็เหมาะจะมีติดเครื่องไว้แก้เบื่อ

Destruction AllStars เป็นเกมโชว์ที่เหมาะกับการเข้ามาเล่นคลายเครียดแล้วออก ไม่ได้ให้ความรู้สึกอยากหมกมุ่นกับมันนาน ๆ เพราะเนื้อหาขณะนี้ยังค่อนข้างกลวง และวนเวียนอยู่แต่กับสนามเดิม ๆ

แม้ว่าบนสนามจะมีรถสุ่มเข้ามาหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ภาพที่ออกมาจะเป็นลักษณะว่าหยิบฉวยคันไหนได้ก็เอา เพราะความแตกต่างจริง ๆ จะไปอยู่ที่ Hero Vehicle มากกว่า และต่อให้คุณจะเรียกมันออกมาได้แล้ว การจู่โจมหลัก ๆ ของเกมนี้ก็ยังเป็นการ “ชน” อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ ใครที่คาดหวังจะได้กลิ่นอายของเกมระดับตำนานอย่าง Twisted Metal ก็อาจจะต้องมีผิดหวัง เพราะมันไม่มีปืนให้ยิง ไม่มี Power Up ให้เก็บ ทำให้เล่นแล้วรู้สึกว่ายังขาดสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับรูปเกมได้

และเรื่องสำคัญหนึ่งประการที่เราพบ คือในตอนแรกเกมจะตั้งค่าไว้เป็นโซนญี่ปุ่น ให้เข้าไปเปลี่ยนที่หน้าตั้งค่าในหัวข้อ Gameplay แล้วเลือกเป็นอเมริกาหรือยุโรปแทน จะหาห้องได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะโซนเอเชียไม่มีคนเล่นจริง ๆ หรือเป็นบั๊กทำให้หาห้องไม่ได้เลย

แม้ว่าเนื้อหาขณะนี้จะยังมีไม่เยอะ แต่ทีมงานก็เคยประกาศออกมาแล้วว่าเกมจะมีการอัปเดตตามมาอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งต้องมาลุ้นว่าภายในระยะเวลานี้ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงไปได้เยอะมากพอ จนทำให้รู้สึกอยากฝากผีฝากไข้ไว้ด้วยได้หรือไม่

หากใครชอบเกมที่สามารถแต่งตัวละครเพื่อมาประชันความเท่ โชว์ออฟลีลาโลดโผน และแคปเจอร์ภาพกีฬามัน ๆ เอาไว้อวดเพื่อน Destruction AllStars ก็เป็นคำตอบที่น่าสนใจ ในฐานะเกม Exclusive PS5 ที่เล่นง่าย และดูมีอนาคตอีกเกมหนึ่งในปี 2021 นี้

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close