สารบัญ / Contents
PAC-MAN กลับมาอีกครั้ง ภายใต้การตีความใหม่ และเปลี่ยนแนวทางการเล่นไปเลย และมันจะออกมาเป็นยังไง วันนี้มาดูกันกับ Shadow Labyrinth Review
Story – สงครามระหว่างดวงดาวผ่านการเล่าเรื่องชวนมึนงง

ณ ดวงดาวและกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เกิดศึกปะทะกันอย่างดุเดือด และฝ่ายหนึ่งเรียกหุ่นรบพิเศษที่ว่า G.A.I.A. ออกมา ขณะกำลังจะโค่นผู้บังคับบัญชาของอีกฝ่าย ก็โดนลำแสงเวฟแคนนอนโจมตีจนแหลกสลาย ก่อนที่ภาพจะตัดสลับมายังอีกห้วงหนึ่ง
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักดาบหมายเลข 8 ที่ตื่นขึ้นมาบนดวงดาวปริศนา พร้อมกันนั้นยังได้พบเจอกับเจ้า PUCK หุ่นยนต์ลอยได้ทรงกลมสีเหลืองที่บอกว่ามันเป็นคนที่พาเรามาถึงที่นี่ และเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ คือการข้ามไปอีกฝั่งของ Sky-high Tree ต้นไม้ขนาดใหญ่ลึกลับที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางดวงดาว การเดินทางอันเป็นปริศนาครั้งนี้จึงเปิดฉากขึ้นพร้อม ๆ กับความจริงที่จะถูกเล่าทีละน้อยขณะเล่นเกม

ซึ่งบอกตรง ๆ เลยว่า เกมนี้เล่าเนื้อเรื่องได้หน้ามึนสุด ๆ คือมันไม่ปูพื้นฐานอะไรยังไม่พอ ยิ่งเล่นไปไกลเท่าไร คุณก็จะมีเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวมากขึ้นเท่านั้น จากสงครามอวกาศ สู่ชนเผ่าดินแดนใต้ดิน หุ่นยนต์ สัตว์ป่า และบลา ๆ ทุกอย่างมันตีกันมั่วไปหมดโดยไม่ผ่านการเรียบเรียงและนำเสนอให้ดี แถมช่วงเฉลยปมสำคัญของเกมก็ยังเล่าแบบทื่อ ๆ ไม่หวือหวาอะไรเลย อันที่จริงคุณจะโยนเนื้อเรื่องของเกมนี้ออกจากหัวไปเลยก็ได้ แล้วไปสนุกกับเส้นทางอันคดเคี้ยววกวนของตัวเกมก็ทำได้

แต่ถึงอย่างนั้น ใครที่สนใจเนื้อเรื่องเกมนี้ ก็ต้องยอมรับว่ามันเล่าเรื่องได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ดีไม่ดีจนจบเกมคุณอาจจะไม่เข้าใจ ไม่อินอะไรเลยก้ได้ ทั้งที่ถ้าทำดี ๆ มาอาจจะต่อยอดไปเป็นจักรวาลอันกว้างใหญ่ เป็นไอพีใหม่ที่แข็งแกร่งเลยก็ได้ แต่มองอีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะดีแล้วก็ได้ ที่มันไม่ต้องขยายไปใหญ่ขนาดนั้น
Presentation – วกวน คดเคี้ยว แต่ยิ่งเล่นยิ่งเหนื่อย

สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลย หากคุณจะเล่นเกมแนวนี้ก็คือ คุณต้อง “หลงทาง” เกมแนว Metroidvania จะมีเอกลักษณ์ของตัวมันเองอยู่นั่นคือความซับซ้อนของตัวด่าน และ Shadow Labyrinth ก็ทำให้มันงงหนักเข้าไปอีกด้วยการแสดงพื้นที่แต่ละส่วนแยกจากกัน ใครความจำไม่ดีก็อาจจะมีปัญหาเรื่องจดจำเส้นทาง
คือเกม Metroidvania เกมอื่น ๆ นั้น จะเป็นการแสดงขนาดแผนที่รวมไว้ในหน้าเดียว แต่จะยังไม่เปิดเผยให้ผู้เล่นเห็น จนกว่าผู้เล่นจะไปสำรวจจนเจออะไรเข้า หรือใช้ระบบแผนที่ของเกมช่วยจดจำ แต่กับเกมนี้ ทุกครั้งที่คุณเข้าไปยังพื้นที่แอเรียใหม่ เกมจะแสดงพื้นที่โดยรวมให้คุณเห็นทั้งหมด แต่ว่าในพื้นที่นั้น จะมีฉากแบบไหน มีซอยยิบย่อยอะไรให้สืบหรือค้นหา นั่นคือหน้าที่ของผู้เล่นที่จะต้องไปเผชิญกันเอาเอง

หลายครั้งที่เราจะได้เห็นไอเทมที่ดูแล้วน่าจะสำคัญ วางอยู่ในจอให้เห็น แต่การจะเดินทางไปถึงจุดที่วางไอเทมอยู่ อาจต้องใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงไปจนถึงเป็นชั่วโมง และมีหลายจุดเลยทีเดียวที่จำเป็นจะต้องเดินหน้าต่อไปก่อน จนปลดล็อคพลังอะไรบางอย่างมาใช้ คุณค่อยย้อนกลับมาเก็บมันอีกครั้ง แต่สำหรับเกมนี้ มันใช้เวลานานมาก กว่าจะได้พลังพิเศษที่ใช้เข้าสู่เส้นทางใหม่ในฉากเก่า บางทีเราลืมไปแล้วว่าทางเก่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่
มีอยู่อย่างหนึ่งที่ดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อหักลบกลบล้างกับระบบเส้นทางได้ ก็คือ Biome หรือสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ที่แยกจากกันอย่างชัดเจน อย่างน้อยถ้าคุณหลงทาง แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ใน Biome ไหน ก็น่าจะยังพอเดาทาง หรือจดจำเส้นทางกันได้บ้าง และอีกระบบที่เกมแนวนี้ไม่มีไม่ได้เลยก็คือ ระบบ Marker ที่ใช้ในการพินตำแหน่งสำคัญ ๆ เอาไว้ ในกรณีที่เรายังเข้าถึงไม่ได้ตั้งแต่ครั้งแรก จะได้จำได้ว่า เราสามารถย้อนกลับมาตรงไหนได้บ้าง

กราฟิกของเกม บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเขาใช้งานศิลป์แบบไหน มันจะเป็น 2D ก็ไม่ใช่ จะ 3D ก็ไม่เชิง ภาพเหมือนการ์ตูนย้อนยุคสมัยก่อน แถมยังนำเสนอแบบไม่มีเสียงพากย์ อ่านเอาเองล้วน ๆ สไตล์แบบนี้ใช้บ่อยมากในเกมจากสตูดิโอของญี่ปุ่น
แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าเบื่อและหลายคนอาจถอดใจไม่ชอบมันเลยก็คือเรื่องของ Pacing และ Progression ของตัวเกมที่เกมนี้ทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย กว่าผู้เล่นจะปลดล็อคพลัง กว่าจะได้บางอย่างมาใช้ กว่าจะได้สกิลหรืออัปเกรดตัวละคร เทียบ Pacing กันแล้ว มันช้ากว่าเกมอื่นมาก มากจนพาลเบื่อไปเลย เทียบจาก Achievement ของตัวเกม มีคนผ่านช่วงครึ่งเกมแรกได้ไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ ไม่ต้องบอกผมก็พอเดาออกว่าเบื่อจนถอดใจกันไปก่อน ทั้งดีไซน์แมปที่วกวน พลังที่กว่าจะได้มา และที่สำคัญเลยคือ เกมเพลย์ของมัน หากเทียบกับเกมอื่น ๆ ในแนวเดียวกันนั้น มันทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนักด้วย
Gameplay – เมื่อผู้พัฒนาอยากให้เราเล่นแบบยากลำบาก

Shadow Labyrinth คือเกมที่นำเสนอความเป็น Metroidvania ผสมผสานเข้ากับไอเดียของ PAC-MAN ได้ดี แต่มันยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่มาก ในเกมนี้ ตัวละครหลักที่เราจะได้ควบคุมก็คือนักดาบปริศนาที่เจ้า PUCK ตั้งชื่อให้ว่า หมายเลข 8 อาวุธหลักของเราก็คือดาบที่แทบจะเป็นอาวุธชนิดเดียวตลอดทั้งเกม
ตลอดระยะเวลาการเล่น เมื่อผู้เล่นเดินหน้า (หรือจะขึ้นบน ลงล่าง ถอยหลัง) ไปเรื่อย ๆ ก็จะไปเจอกับพื้นที่ใหม่ รวมไปถึงบอส การปราบบอสประจำแอเรียได้ จะทำให้เราได้พลังใหม่มาใช้ และพลังบางอย่างจะทำให้เราสามารถเข้าสู่เส้นทางใหม่ได้ด้วย แต่อย่างที่บอกไปว่า Pacing เกมนี้มันทำให้เราเหนื่อยได้ง่ายมาก กว่าจะได้พลังหรืออะไรบางอย่างมา มันแทบจะทำให้เราหมดแรงจะเล่นต่อแล้ว
การต่อสู้ของเกมนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการใช้ดาบฟันโจมตีตรง ๆ ไปเลย ศัตรูจะมีหลอด 2 แบบคือหลอด Stun และหลอด HP การโจมตีจะลดพลังชีวิตลงส่วนหนึ่งและเพิ่มหลอด Stun ให้ศัตรูด้วย ฟังดูดีก็จริง แต่พอเล่นจริงถึงรู้สึกว่ามันแทบไม่ส่งผลอะไรมาก บางตัวเกจ Stun ขึ้นไวก็จริง แต่บางตัว ตีจนมันตายแล้ว มันยังไม่ยอม Stun เลยด้วยซ้ำ ก็ไม่รู้ว่าทีมงานเขาได้ลองสู้บอสที่ดีไซน์มาบ้างหรือเปล่า แต่โชคดีที่อะไรแบบนี้มันไม่ได้เป็นทุกตัว ไม่งั้นคงตลกหน่อย ๆ ที่เกจ Stun แทบไม่มีความหมายในการสู้บอส

บอสแต่ละตัว แม้จะมอบประสบการณ์ต่อสู้ที่ดีให้กับเรามากกว่าศัตรูทั่วไป แต่ถ้าเราหลบหลีกและคอยจับสังเกตดี ๆ จะพบว่ามันมีท่าโจมตีอยู่แค่ไม่กี่แบบเท่านั้น ตายเต็มที่ 2-3 รอบก็น่าจะพอจับจุดผ่านกันได้อยู่แล้ว แต่ที่แย่จริง ๆ ก็คือ ในบางครั้ง จุดที่เราปะทะกับบอส กับจุด Checkpoint ที่เราตายแล้วต้องย้อนกลับไปเกิดใหม่นั้น มันห่างไกลกันมาก ตายทีคือเดินกันประมาณนึงกว่าจะกลับมาถึงบอสอีกรอบได้ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงดีไซน์แผนที่กับระบบแบบนี้ แถมยังมีบางช่วงที่เราจะได้สู้บอสติด ๆ กัน 2 ตัว หรือ 2-3 ร่าง แทบไม่ได้พัก ซึ่งที่มันทำให้เราเหนื่อยจนยากเลิก คือช่องว่างระหว่างการอัปเกรดตัวละครที่ใช้เวลานานเกินไปกว่าตัวละครจะเก่งขึ้น และระบบ Checkpoint ของเกมนี้ที่หน้ามึนมาก
นั่นเพราะเสา Checkpoint ของเกมนี้มีสองประเภท คือแบบหลักและแบบรอง แบบหลักจะมีวงกลมสีแดง ๆ อยู่แบบในภาพ ส่วนแบบรองจะเป็นเสาโล้น ๆ เลย ทั้งสองจะทำงานต่างกัน แบบหลักจะเติมพลังชีวิต และเติมขวดยาให้ด้วย รวมไปถึงสามารถอัปเกรด ติดตั้ง Perk ได้ ส่วนแบบรองนั้น จะทำได้แค่เติมพลังชีวิตสูงสุดกลับมาเท่านั้น ไม่เติมขวดยาให้ ที่ทำให้เกมมันยากก็เพราะเสา Checkpoint เกือบทั้งหมดของเกมนี้จะเป็นเสาแบบรองซะมากกว่า
บางทีอยู่หน้าห้องบอสเลย ก็เป็นแค่เสารองเท่านั้น นั่นหมายความว่า หากคุณคิดจะเข้าไปสู้กับบอส ถ้าคุณไม่มีขวดน้ำยาฟื้นพลังเหลืออยู่เลย คุณจะต้องวาร์ปกลับไปหาเสาหลักเพื่อเติมขวด แล้ววาร์ปกลับมาเสารอง แต่มันแย่ตรงที่บางที ระหว่างเสารองไปห้องบอสก็มีศัตรูดัก ซึ่งใครเล่นไม่เก่งอาจจะเสียเลือดเพิ่มจนต้องใช้ขวดก่อน คือไม่เข้าใจว่าเกมมันไม่ท้าทายพอ หรืออยากจะเพิ่มอุปสรรคให้ผู้เล่น หนักกว่านั้นบางครั้งคือ เราไม่รู้ว่าข้างหน้าเป็นห้องบอส ก็เดินโท่งเข้าไปเลย ทั้งที่ขวดน้ำยาไม่มี จะเหลืออะไรล่ะครับ สู่ขิต ต้องกลับมาเล่นใหม่อีกรอบ

การปราบศัตรูแต่ละตัวจะทำให้เราได้ค่า Ora หรือเอาง่าย ๆ ก็คือเงินนี่แหละ ซึ่งเงินเราสามารถนำไปปลดล็อคสกิลต่าง ๆ หรือสร้าง Perk ใหม่ ๆ ได้จาก NPC พ่อค้า เกมยังมีกิมมิคของ Pac-Man ตรงที่ในบางช่วงของฉากจะมีรางไฟฟ้า ที่เราจะสามารถกลายร่างเป็นเจ้า PUCK เพื่อกินเม็ดสีเหลือง มาเพิ่มเงินของเราได้ และระบบที่ผมเสียดายมาก ๆ คือ ในภาคนี้มันมีลูกเล่นที่เราสามารถแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์สุดเท่ได้ แต่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยเท่าไรนักนอกจากตอนสู้กับบอส และระบบที่เราสามารถดึงร่างของ PUCK ออกมากินศพศัตรู เพื่อเอาวัตถุดิบไปใช้คราฟท์ Perk ใหม่ ๆ ด้วย
แต่สิ่งที่พูดไว้ในส่วน Presentation มันทำร้ายระบบนี้ทุกอย่าง เพราะความห่างระหว่างจุด Checkpoint และ Progression ของเกมที่ทำให้ทุกอย่างดูอืดอาด น่าเบื่อไปหมด หากเห็นบางส่วนของรูปภาพในบทความนี้จะเห็นได้ว่าผมมีเงินอยู่หลักหมื่น ทำไมไม่ใช้? ไม่ใช่ไม่อยากใช้ แต่เพราะมันใช้ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะยังไม่ถึงจุดที่เกมจะปล่อยให้เราทำ จะอัปเกรดท่าตีธรรมดาก็ต้องใช้วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ระดับสูงที่เล่นไปกว่าสิบชั่วโมงก็ยังไม่เจอ

จะคราฟท์ Perk ใหม่มาใช้ มันก็ติดตั้งได้แค่ 3 ช่อง แต่ Perk ที่มีประโยชน์อาจกินพื้นที่มากกว่า 2 – 3 ช่อง แต่ยังไม่ถึงจุดที่เกมจะให้เราไปถึงส่วนของการขยาย Slot Perk คือเกมมันใช้เวลามากเกินไปในการทำให้ตัวละครเราเก่งขึ้น ในขณะที่เราเจอศัตรูใหม่ทุก 1 ชั่วโมง แต่กว่าตัวละครเราจะเก่งขึ้นก็คือ 4-5 ชั่วโมง เกมที่ให้เราเก่งตามหลังโลกภายในเกม ผมว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบมัน และถึงแม้ผมจะยังสนุกกับมันอยู่บ้าง แต่ยิ่งเล่นนานมันยิ่งเหนื่อยล้าจริง ๆ
เอาเป็นว่าถ้าคุณชอบเกม Metroidvania เกมนี้มันไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น แต่มันมีเกมอื่นที่ดีกว่า สนุกกว่า เรียบเรียงลำดับเกมได้ดีกว่า เสียดายไอเดียและระบบในหลาย ๆ ด้านที่ออกแบบมาเวสิร์คมาก แต่ถูกขัดแย้งด้วยความแปลกในด้านการออกแบบของมันเองจนทำให้เกมไม่ชวนให้เล่นต่อแน่นอนสำหรับบางคนที่เบื่อง่าย หรือรู้สึกว่าการเสียเวลากับเกมนี้ไปหลายชั่วโมง แต่เราไม่ได้ก้าวหน้าไปมากเท่าที่ควรจะเป็นเลย
Performance – พื้นฐานขั้นสุด แถมปรับแต่งอะไรไม่ได้

ตามสไตล์เกมที่ไม่ใช่ AAA สเกลใหญ่ เกมนี้มาในรูปแบบเกมที่กินสเปคน้อยมาก ดูจากหน้าสเปคขั้นต่ำแล้ว GTX 750Ti ก็ยังเล่นได้ แต่จะได้กี่เฟรม ลื่นไหลหรือเปล่า อันนี้เราไม่แน่ใจ แต่เอาเป็นว่าใครมีคอมพิวเตอร์เล่นเกมยุคนี้ หรือบวกลบแล้วยังไม่เก่าเกิน 3-5 ปีก็น่าจะเอาเกมนี้อยู่แบบสบาย ๆ แน่นอนว่าเครื่องผมเองที่ผ่านแบบฉลุยก็ไม่เจอปัญหาอะไรจุกจิกอยู่แล้ว ตลอดเกมการเล่น
ส่วนเรื่องของ Setting ตั้งค่าต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่าตามสไตล์เกมจากญี่ปุ่นจริง ๆ เพราะมันปรับแต่งอะไรได้น้อยมาก ๆ อย่างเกมนี้นี่ได้แค่เพิ่ม ลด เสียง ปรับภาษา เปิด V-Sync แค่นั้นเลย ไม่มีตัวเลือกในการปรับกราฟิกใด ๆ ด้วยซ้ำ เกมทำมาแบบไหน เล่นไปเลยแบบนั้น
Shadow Labyrinth เป็ฯเกมที่มีไอเดียที่น่าสนใจมาก มันยืนพื้นมาจากซีรีส์และสานต่อได้ดี แต่น่าเสียดายที่ทีมงานดีไซน์เกมเพลย์ออกมาได้ไม่ค่อยจะดีเท่าไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเทียบกันกับเกมแนวเดียวกันแล้ว มันยังด้อยกว่าในหลาย ๆ ส่วนเลยทีเดียว














