BY Next

รีวิว Metal Gear Solid Δ Snake Eater

บทความรีวิว
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

สุดยอดเกมลอบเร้นจากยุค PlayStation 2 กลับมาอีกครั้งในรูปโฉมใหม่ มันจะน่าเล่นขนาดไหน มาติดตามกันในรีวิวตัวนี้ 

YouTube video

Story

ปี 1964 ช่วงเวลาของสงครามเย็น ‘Snake’ สายลับของหน่วย FOX ได้รับภารกิจจาก CIA ให้บุกเข้าไปในพื้นที่ของสหภาพโซเวียต เพื่อชิงตัว ‘Nikolai Sokolov’ กลับมาที่สหรัฐ เขาคือนักวิทยาศาสตร์ด้านกระสวยอวกาศ ที่ 2 ปีก่อน เคยแปรพักต์มาอยู่ฝั่งสหรัฐ

เพราะเขาไม่อยากให้ผลงานอาวุธที่เขาสร้างไว้ในฝ่ายโซเวียตเสร็จสมบูรณ์ แต่สหภาพโซเวียต ถึงกับยอมถอนมิซไซล์จาก คิวบา แลกกับการให้ อเมริกา ส่งตัว Sokolov กลับไปที่โซเวียต เพื่อไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ อเมริกา เลยยอมแลก Sokolov แต่ในวันนี้ Snake จะมาพาเขากลับไป 

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ‘The Boss’ ผู้ก่อตั้งสุดยอดหน่วยรบ Cobra unit แถมเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนและชุบเลี้ยง Snake ราวกับลูกแท้ ๆ ได้แปรพักต์มาอยู่ฝ่ายโซเวียต เธอทำร้าย Snake และชิงตัว Sokolov กลับไป เธอร่วมมือกับ ‘Volgin’ หัวหน้ากองกำลัง GRU ที่หวังจะยึดอำนาจจากผู้นำของสหภาพโซเวียต Volgin ได้ทำการยิงหัวรบนิวเคลียร์ ที่ The Boss ขโมยมาจากสหรัฐ ใส่ศูนย์วิจัยของ Sokolov เพื่อป้ายสีให้กับสหรัฐอเมริกา

เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของสหรัฐและยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ ‘Nikita Kruschev’ ผู้นำของสหภาพโซเวียต ยื่นคำขาดมาว่า สหรัฐจะต้องเป็นฝ่ายฆ่า The Boss ด้วยตัวเอง ภายในเวลาหนึ่งอาทิตย์ Snake จึงถูกส่งตัวกลับมาอีกครั้งเพื่อหยุดยั้งแผนร้ายของ Volgin และโค่นอาจารย์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อภารกิจ ‘Snake Eater’ 

Metal Gear Solid Delta Snake Eater 4

ความเข้มข้นของชีวิต การเฉือนคมทางการเมือง ถือเป็นสไตล์การเล่าเรื่องของ Metal Gear Solid ที่ไม่น่าเชื่อว่า เกมในยุค 20 กว่าปีก่อน จะเขียนเรื่องได้เข้มข้นขนาดนี้ ทุกภาคของ Metal Gear เลยก็ว่าได้ ที่น่าประทับใจในภาคนี้

คือเขาหยิบเอาประวัติศาสตร์จริง คนที่มีตัวตนจริง ๆ มาแทรกความแฟนตาซีกับเรื่องแต่งในจักรวาลของ Metal Gear Solid และในภาคนี้จะไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น ดังนั้นคุณจะได้ประสบการณ์เดิมไม่ต่างกับตัวต้นฉบับ

ความพิเศษอีกอย่างของ Metal Gear Solid 3 คือมันเป็นภาคต้นกำเนิดของจักรวาล Metal Gear Solid ที่จะบอกเล่าเรื่องราวว่ามันพัฒนาไปเป็นเหตุการณ์ภาคอื่นได้ยังไง ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ นี่คือภาคเริ่มต้นที่ดีมาก 

METAL GEAR SOLID Delta SNAKE EATER 3 1

แต่ถ้าใครไม่เคยเล่น Metal Gear Solid มาก่อน คุณอาจจะรู้สึกว่าการแสดง การเขียนบท ในแต่ละฉาก มันมีความประดักประเดิดเกินจริง ที่อาจจะยิ่งกว่าสไตล์เกมของญี่ปุ่นด้วยกัน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Metal Gear Solid มักจะทำอยู่เสมอ

อาจจะไม่ได้มีเยอะมากในภาคยุคหลัง ๆ ที่เน้นความซีเรียสมากขึ้น แต่นี่คือการออกแบบและการนำเสนอตัวละครที่อาจจะไม่ใช่แนวทางที่ถูกใจทุกคน 

แต่ด้วยความที่มันก็ยังเป็นเรื่องเดิม ที่เริ่มต้นอย่างเข้มข้น และจบได้กินใจ แถมเต็มไปด้วยรายละเอียด นี่ก็คือการเอาความประทับใจจาก 20 กว่าปีที่แล้ว มาให้สัมผัสกันอีกครั้ง ทั้งในส่วนดีและส่วนไม่ดี คนเคยเล่นมาแล้ว จะรู้สึกงั้น ๆ เพราะมันเหมือนเดิมทุกอย่าง

แต่ใครไม่เคยเล่น มันก็เป็นเรื่องราวที่ผมแนะนำให้ลองติดตาม มันอาจจะซับซ้อน ยาวเหยียด เชื่อมกันไป 4-5 ภาค แต่ได้ลองตามซักทีคุณก็อาจจะติดใจ 

Metal Gear Solid Delta

Presentation 

เกมเดิมที่สวยกว่าเดิม นี่คือความรู้สึกแรกที่ด้จับจอยเล่น ถึงจะเป็นฉากเดิมที่ผู้เขียนเล่นผ่านหลายรอบแล้ว แต่ในเวอร์ชั่น Δ เขาทำให้ฉากมันสวย สมจริงมาก

การให้แสงเงาในบางฉาก มันแอบเป็นการตีความใหม่ จากในเวอร์ชั่นต้นฉบับที่เป็นเกม PS2 แสงสีที่เขาทำในตอนนั้น มันอาจจะยังสื่อสารได้ไม่ค่อยถูก ว่าในฉากนั้น ๆ มันควรจะเป็นสีอะไร แดดจะส่องประมาณไหน แต่ในเวอร์ชั่น Δ เขาทำให้มันสมจริงสุด ๆแถมในบางฉาก มีเอฟเฟคแสง ที่ยิ่งเพิ่มอารมณ์กว่าในภาคต้นฉบับ

และนอกจากรายละเอียดฉาก รายละเอียดตัวละคร รายละเอียดของสัตว์แต่ละชนิด ก็ดูดีมาก ๆ ในบางจังหวะคุณจะเห็นถึงความละเอียดยันรูขุมขน แม้ว่าอนิเมชั่น Lip sing อาจจะยังดูไม่ดีเหมือนเกมสมัยนี้จริง ๆ แต่มันก็คือการเอาโมเดลจากเกม PS2 มาทำให้เป็นยุคปัจจุบันได้ดีมาก และพวกสัตว์อย่างงู จระเข้ ก็สมจริงซะจนน่ากลัว

Metal Gear Solid Δ ไม่ใช่การรีเมค แบบ Resident Evil ที่ตีความใหม่ทั้งเกม มันคือการรีเมคที่คล้ายกับ Demon’s Souls เขาคงทุกอย่างไว้เกือบหมด คัทซีนไม่เปลี่ยน ดีไซน์ฉากไม่เปลี่ยน เสียงเอฟเฟค, เสียงพากย์มีเปลี่ยนบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะยังเหมือนเดิม ถ้าใครคาดหวังจะได้เห็นการรีเมคแบบ Resident Evil คุณผิดหวังแน่นอน 

แต่ถึงหลายอย่างจะยังเหมือนเดิม เขาก็มีการใส่รายละเอียดเล็กน้อย ที่ทำให้มันดูสดใหม่ อย่างในจังหวะที่เราลุยไปบนพื้นผิวแบบไหน คุณก็จะได้เห็นเอฟเฟคติดตัว Snake แบบ Real time

อย่างพื้นที่มีใบไม้ร่วง ถ้าคุณคลานผ่าน คุณจะเห็นใบไม้ติดตัว Snake ตรงจุดที่สัมผัสจริง ๆ ถ้าคุณคลานผ่านดินโคลน มันก็จะเลอะมาจนถึงคัทซีน แถมมีผลกับเกมการเล่น เพราะมันจะบูสการอำพรางถึง 95% ในช่วงเวลาสั้น ๆ และการบาดเจ็บสาหัส จะฝากรอยแผลไว้ที่ตัว Snake ถึงจะหายแล้ว มันก็จะเกิดแผลเป็นตามชนิดของการบาดเจ็บ ที่ไม่ได้เห็นแค่ตอนถอดเสื้อ ชุดของเราก็จะมีความเสียหายที่เราจะได้เห็นตลอดทั้งเกม

Metal Gear Solid Delta 

และถึงอนิเมชั่นการควบคุมส่วนใหญ่ก็เป็นการเอามาจาก แต่อนิเมชั่นแบบใหม่ก็มีและดูดีไม่แพ้ภาค 5 เลย ในจังหวะสู้ประชิด หรือ CQC เขาทำใหม่หมด การจับทุ่ม การล็อคคอ หรือ Counter มันดูทรงพลัง ถึงน้ำถึงเนื้อ จังหวะ Counter ระหว่างสู้บอส จะมีท่าใหม่เอี่ยม ที่อาจจะต้องทำ 2 จังหวะ เล่นแล้วรู้สึกได้เลยว่า Snake เก่งสมกับเป็น Big Boss จริง ๆ 

การที่เกมมันคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรพัฒนาตามยุคสมัย แต่มันก็เป็นการโชว์ให้เห็นถึงความมาก่อนกาลของ MGS3 ภาคต้นฉบับ เกมปี 2004 ทำลง PS2 แท้ ๆ แต่มันเป็นเกมที่มีความลับ มีวิธีเล่น มีรายละเอียดรอให้เราค้นหา ที่แม้ว่าผู้เขียนจะเล่นมาหลายรอบ ยังมีบางอย่างที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าทำได้ จนได้มาเล่นภาคนี้

การผ่านในฉากนึง คุณเข้าได้หลายเส้นทาง ลอบเร้นได้หลายวิธี จะเล่นแบบฆ่า-ไม่ฆ่า เล่นแบบลอบเร้น หรือบู๊แหลก ความเป็นไปได้มันมากมายรอให้เราทดลองเล่น ทำให้คุณค่าในการเล่นซ้ำมันสูงมาก อยากเล่นบ้า ๆ อยากเล่นซีเรียส อยากเล่นทำ Challenge ก็ลองให้เต็มที่

METAL GEAR SOLID Delta SNAKE EATER 1

และต้องขอบคุณภาค Δ ที่มีระบบ Autosave ทุกครั้งที่ผ่านฉาก เวลาจะโหลดซ้ำไม่ต้องโทรคุยกับ Para-medic แบบภาคต้นฉบับ นี่คือหนึ่งในเอกลักษณ์ของ MGS คือมันเล่นซ้ำได้หลายรอบมาก ถ้าคุณอยากจะลองอะไรใหม่ ๆ และบางอย่างคุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า นี่คือไอเดียจากปี 2004 การเข้าถึงพื้นที่บางจุด ต้องใช้ความถี่วิทยุ ที่คุณต้องหาเองด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ หรือ จะให้คนที่มีสิทธิ์เปิดมาล้มอยู่หน้าประตู ในฉากขับรถไล่ล่า ที่ดูเหมือนจะเป็นคัทซีน แต่ไม่ใช่ มันคือคัทซีนที่คุณเล่นได้ ที่ก็ยังดูตื่นตาตื่นใจ 

แต่ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน การที่มันเป็นดีไซน์จาก 20 ปีที่แล้ว หลาย ๆ อย่าง มันก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความตกยุค อย่างการดีไซน์ฉากที่เล็กสุด ๆ ถึงรายละเอียดจะเยอะ แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความจำกัดของฮาร์ดแวร์ในช่วงเวลานั้น

การแบ่งฉากเป็นส่วน ๆ วิ่งผ่าน โหลดใหม่ ศัตรู Spawn เข้าฉากเรื่อย ๆ หรือหนีข้ามฉาก ตัดสคริปท์ ไม่เจอจังหวะ Caution ซะอย่างนั้น และถ้าคุณเล่นแบบรู้ทางแล้ว ไม่เก็บรายละเอียด เกมมันก็สั้น สมกับเป็นเกมยุคนั้น แค่ไปตามทาง เจอศัตรูเท่าที่ต้องเจอ ซัก 4-5 ชั่วโมง ก็จบแล้ว ยิ่งถ้าข้ามคัทซีน อาจจะเหลือซัก 2-3 ชั่วโมง 

แถมอะไรใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่น Δ  มันก็ไม่ได้ดูมีค่าอะไรขนาดนั้น อย่างการตามหากระปุกเป็ด ปกติ ภาคต้นฉบับจะมีแค่ Kerotan ตุ๊กตากบ ที่ให้เรายิง 64 ตัว คราวนี้ในหนึ่งฉากจะมีเป็ดเพิ่มมาด้วย กบ อาจจะวางที่เดิม แต่เป็ด จะอยู่จุดใหม่ ที่ลับกว่าเยอะ แต่มันก็ไม่ค่อยจูงใจให้เราตามหา

แถมมินิเกมไล่จับลิง กับ Guy Savage ที่เป็นฉากฝันร้ายแบบใหม่ ที่มองข้ามไปได้เลย มันไม่ได้สนุก ไม่ได้น่าสนใจอะไรขนาดนั้น ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบเล่นโหมดเนื้อเรื่องซ้ำ ๆ ลองวิธีใหม่ ๆ คุณจะรู้สึกว่า Content มันน้อยมาก 

Metal Gear Solid Delta

Gameplay

เกมเดิมที่เล่นได้ดีกว่าเดิม ความรู้สึกของการเล่นภาค Δ ด้วยการควบคุม New style จะเหมือนกับการเล่นภาค 5 ในภาค 3 แต่มันก็เป็นภาค 5 ที่ช้ากว่า ไม่มีการวิ่ง Sprint ไม่มีการกลิ้งตัวไปด้านข้าง และก็แน่นอนว่า ไม่มีการ CQC ต่อเนื่อง การควบคุมจะมีความไถลนิด ๆ กดหยุดเดินแล้ว ยังมีไหลต่อ ทำให้จังหวะที่อยู่ตรงขอบผาอาจจะดูน่าหวาดเสียว แต่โดยรวมมันก็ดีกว่าภาคต้นฉบับ 

และด้วยความที่การเล่นแบบ New Style มันทำได้ดีอยู่แล้ว ทำให้การเล่นแบบ Legacy style กลายเป็น Gimmick ที่เล่นจริงไม่ค่อยได้ การใช้มุมกล้องแบบเดิมที่ทำให้เรามองไม่เห็นศัตรูที่อยู่นอกมุมกล้อง แต่ศัตรูที่อยู่นอกกล้องสามารถมองเห็นเราได้ ทำให้มันกลายเป็นความไม่แฟร์เท่าไหร่ ซึ่งในภาคต้นฉบับเวอร์ชั่น Subsitance ก็มีการแก้ไขไปแล้วด้วยการเพิ่มมุมกล้อง Free look ที่ทำให้เกมเล่นได้ดีขึ้น แต่มุม Legacy style นั้นไม่เหมาะกับการเล่นภาคนี้อย่างยิ่ง

MGS3 คือภาคแรกของ MGS ที่เปลี่ยนการลอบเร้นจากการหลบให้พ้นระยะสายตา กลายเป็นการอำพราง เลข Camo Index จะเป็นตัววัดที่บอกว่า เราเนียนขนาดไหน เราต้องเปลี่ยนลายพรางให้ตรงกับพื้นที่ ยิ่งเปอร์เซ็นสูง เราก็ยิ่งถูกเห็นยาก แถมนอกจากการอำพราง

นี่เป็นภาคที่ใส่ความ Survival ภายในเกมลอบเร้น หลอดที่อยู่ใต้หลอดพลังชีวิต คือหลอด Stamina ระหว่างที่เราผจญภัย ทำอะไรไปเรื่อย แรงข้าวต้มของเราก็ยิ่งลด ถ้า Stamina ต่ำ Snake ก็จะเริ่มหิว ทำให้การเล็งอาวุธไม่นิ่งเหมือนเดิม และจังหวะที่บาดเจ็บ การฟื้นพลังด้วยตัวเองก็จะยิ่งช้า ทำให้เราต้องคอยหาอาหาร หาของป่ามากิน อะไรกินได้ กินไม่ได้ อะไรอร่อย ไม่อร่อย ต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ นี่คือเอกลักษณ์ MGS3 ที่ทำให้มันแตกต่างจากเกม Stealth ทั่วไป ซึ่งมันก็คือประสบการณ์เดิมที่คุณจะได้สัมผัสในภาค Δ

Metal Gear Solid Delta 1

และถึงภาคนี้เขาจะแทบไม่เปลี่ยนอะไรเลย สิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นคือการทำห้เราเล่น MGS3 ได้สะดวกกว่าตัวต้นฉบับ เราสามารถเคลื่นไหวระหว่างนั่งยองได้แล้ว ถ้าเป็นภาคต้นฉบับ คุณขยับตัวระหว่างนั่งยองไม่ได้ ถ้าจะขยับตัวต้องยืนตัวตรงหรือว่าหมอบคลาน พอเรานั่งย่อตัวเดินได้ การเล่นภาคนี้ก็สะดวกขึ้นทันที

ในภาคต้นฉบับ ไม่มีการเล็งข้ามหัวไหล่ การเล็งภาคนี้ ก็ใช้ระบบภาค 5 แต่ตอนแรกผู้เขียนก็นึกว่าพอเล็งข้ามหัวไหล่ได้ ภาคนี้นี่น่าจะง่ายเข้าไปอีก เพราะภาคต้นฉบับ เราต้องเล็งผ่านศูนย์ปืนอย่างเดียว แต่เขาก็ปรับสมดุล ให้เกมไม่ง่ายเกิน ในการเล็งข้ามหัวไหล่

METAL GEAR SOLID Delta SNAKE EATER 3

เขาจำลองแรงถีบปืนได้อย่างเหมาะสม พอ ๆ กับมุม First person และในการใช้ปืนยาสลบ MK22 ก็ทำให้มันใช้ยากขึ้นกว่าเดิมพอตัว จากการยิงตรงเป็นเลเซอร์ แบบในภาคต้นฉบับ คราวนี้กระสุนจะพุ่งช้ามาก แถมมีการย้อยตกตามระยะ ทำให้มันกลายเป็นอาวุธที่ต้องใช้ในระยะกลางถึงใกล้ และต่อให้เรากะระยะดีแล้ว การเล็งข้ามหัวไหล่ก็ไม่แม่นเสมอไป ถ้าอยากให้ตรงเป้า คุณต้องเล็งผ่านศูนย์ปืน ที่เราก็ต้องกะระยะตกโดยไม่มีเครื่องหมายไกด์ นับเป็นความท้าทายใหม่ที่ดีมาก 

การเปลี่ยนชุด ปกติเราต้องเปิดหน้าต่าง Survival Viewer และเปลี่ยนจากตรงนี้เท่านั้น ในภาค Δ เราสามารถเรียกหน้าต่างลัด ที่จะเหมือนการเลือกไอเทม หรือ อาวุธ แล้วเลือกชุดกับสีพรางหน้า แล้วเปลี่ยนตรงนี้เลย ทำให้มันสะดวกสุด ๆ อาจจะมีบางครั้งที่เรายังต้องเข้าหน้าต่าง Survival Viewer เพื่อเลือกชุด เลือกสีพรางหน้า ที่เรายังไม่เคยใช้ แต่ถ้าคุณเคยใช้แล้ว เกมจะเซฟไว้ให้โดยอัตโนมัติ ที่คุณสามารถเลือกใส่ได้ทันทีในหน้าต่างลัด ไม่ต้องเปิด Survival Viewer แล้ว 

Metal Gear Solid Delta 2

และถ้าคุณไม่เคยเล่น MGS มาก่อนเลย ภาคนี้จะมีสัญลักษณ์มีการไกด์ ที่เหมือนเกมยุคปัจจุบัน Action แต่ละอย่างต้องทำด้วยการกดอะไรบ้าง จังหวะที่คุณถูกศัตรูเห็นจะมีสัญญาณเตือนทิศทางเหมือนกับภาค 5 และถ้าคุณไม่รู้ว่าบอสหรือการผ่านฉากในบางจุดต้องทำยังไง

ในภาคนี้จะมีการใบ้ ที่ผมไม่เรียกว่าใบ้ มันคือเฉลยเลย บอกเลยว่าบอสตัวนั้น ๆ ต้องปราบยังไง ฉากตรงนี้มีอะไรต้องระวังบ้าง ทั้งที่ภาคต้นฉบับ ก็เป็นเกมที่ง่ายอยู่แล้วนะ ถ้าเทียบกับ MGS ด้วยกัน พอระบบเกมมันดีขึ้น แถมมีการไกด์ขนาดนี้ ยิ่งสบายเลย เว้นแต่ว่า คุณจะพยายามทำ Challenge อย่างการพยายามจี้เอา Secret movie 

ซึ่งมันก็แอบทำลายเสน่ห์ของภาค 3 ต้นฉบับ จังหวะที่คุณเล่นครั้งแรก คุณต้องเรียนรู้อะไรเยอะมาก ระบบเกมเป็นยังไง เตะต่อย จับทุ่ม ล็อคคอ สอบสวน กดยังไง สลบ กับ หลับ ต่างกันยังไง อย่างตอนที่ผู้เขียนเล่นภาคนี้ครั้งแรก โดนปลิงดูดเลือดผมยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

แค่สงสัยว่าทำไม Stamina ลดเร็วจัง พอโทรหา Para-medic ถึงได้รู้ว่า โดนปลิงเกาะและต้องใช้สเปรย์ Bug juice ก่อนลงน้ำ เพื่อป้องกันปลิง ในภาคนี้ พอโดนปลิง มีสัญลักษณ์บอกทันทีว่าเราอาการไม่ปกติ 

เสน่ห์ของเกม MGS คือมันไม่มีการสอนชัดเจน สิ่งที่จะไกด์ผู้เล่น คือการใช้วิทยุ Codec โทรหาตัวละครอื่น ณ สถานการณ์นั้น คุณเจออะไรอยู่ ตัวละครก็จะบอกเราว่าต้องทำยังไง กดปุ่มอะไร ใช้ไอเทมอะไร บอสตัวนี้ แพ้อะไร มันเป็นสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ MGS ภาคแรก เป็นการสร้างความ Immersive ให้ผู้เล่นเรียนรู้ไปพร้อมกับตัวเอก พอในภาคนี้ เขาขึ้น Tutorial เหมือนเกมทั่วไป ความรู้สึกของการค้นพบก็ไม่มีแล้ว 

แต่ทุกอย่างที่ว่ามา เราปิดได้ ปิดสัญลักษณ์ ปิดคำใบ้ ปิดได้หมด คือในมุมของคนที่เล่นมาเยอะอย่างผม มันไม่มีความหมาย เพราะผมรู้อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่เพิ่งเล่นครั้งแรก ก็อยู่ที่ความสมัครใจ ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์ต้นฉบับแท้ ๆ

คุณต้องปิด Hide all tips อยากรู้อะไร โทรหาคนอื่นอย่างเดียว และก็สัญญาณเตือนเวลาบาดเจ็บ กับทิศทางที่ศัตรูมองเห็น โดนเห็นจากทางไหน มีอะไรผิดปกติ ต้องสังเกตเอง แต่ถ้าไม่อยากลำบากขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็น

metal gear solid

แต่ด้วยความที่มันยังใช้ดีไซน์เกมแบบเดิม ที่ก็ใช้มาตั้งแต่ยุค PS 2 การมาเป็นเกมยุค PS5 ก็ดูจะตกยุคไปซะทุกอย่าง การแบ่งฉาก ขนาดของฉากก็เรื่องหนึ่งแล้ว ที่มันส่งผลมาถึงระบบ AI ศัตรู ด้วยความที่ฮาร์ดแวร์ในยุคก่อนไม่สามารถทำฉากให้กว้างได้เหมือนเกมในยุคหลัง

เขาเลยต้องทำให้ AI ของศัตรูมีอาการสายตาสั้นระดับหนึ่ง แม้จะเล่นบนความยากระดับ Extreme ที่ทำให้ความระทึก ความท้าทายมันเทียบไม่ได้กับความภาคใหม่ ๆ ของ Metal Gear Solid แม้ว่าเราจะอยู่ในระยะที่น่าจะมองเห็น แถมมีระดับการอำพรางที่ไม่สูงมาก หากไม่อยู่ในระยะศัตรูก็ยังมองไม่เห็นอยู่ดี

ระบบการควบคุมแต่ละอย่างที่แม้ของใหม่ ๆ จะทำออกมาดี แต่ระบบเดิม ๆ ที่น่าเบื่อหน่าย อย่างการว่ายน้ำในมุม First person ที่คุณต้องกดปุ่ม Action รัว ๆ มันก็เก่าสมกับความเป็นเกม PS2 ทั้งที่เราเล่นมาอยู่บน PS5 ระบบการอัปเกรดพลังชีวิตที่ยังคงไม่สร้างสรรค์

ด้วยการให้ผู้เล่นเจ็บสาหัสเพื่อเพิ่มหลอดพลังชีวิต และการดีไซน์บอสบางตัวที่ยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม นั่นก็รวมถึงปัญหาและความน่าเบื่อหน่าย ทั้งที่ฮาร์ดแวร์ในปัจจุบันสามารถทำให้มันเล่นได้สนุกกว่าเดิม แต่นี่ก็เป็นการเอาประสบการณ์เดิมกลับมา ทั้งข้อดีและข้อเสีย 

แต่ในแง่ของการเป็นเกมเดิม ก็ต้องยอมรับว่า มันยังสนุกในแบบของเกมจากอดีต และในเวอร์ชั่น Δ ก็มีการอัปเดตบางจุด ที่ทำให้มันเล่นดีกว่าภาคต้นฉบับ ดังนั้นนี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าคุณอยากจะเล่น Metal Gear Solid 3

METAL GEAR PRODUCTION HOTLINE mgs 3 main menu

Performance

แต่เรื่องนึงที่ภาคต้นฉบับยังแอบดีกว่าหน่อยก็คือเฟรมเรท ภาคต้นฉบับที่ได้รับการ Remastered ถึงภาพกับเกมการเล่นจะยังเป็นยุค PS2 แต่เราก็สามารถเล่นภาพระดับ 4K แบบ 60 เฟรมนิ่ง ๆ แต่ประสบการณ์ของเวอร์ชั่น Delta ไม่ใช่แบบนี้เลย 

เวอร์ชั่น PS5 Pro ไม่มีตัวเลือกกราฟิก แต่ในเวอร์ชั่น PS5 ธรรมดา คุณเลือกได้ระหว่างโหมด Quality ที่จะเล่นภาพ 2K แบบ 30 เฟรม กับโหมด Performance ที่จะเล่นแบบ 1080p 60 เฟรม ที่ก็ไม่ได้ถึง 60 เฟรมตลอด จังหวะร่วงมีแทบทุกฉาก

ส่วนในการเล่นบน PS5 Pro มันคือ 4K แบบ 60 เฟรม ที่ก็เช่นกัน ไม่ได้ถึง 60 เฟรมตลอด จังหวะบู๊ จังหวะที่อยู่ในฉากสวย ๆ เฟรมเรตฝืดตลอด แต่ถึงอย่างนั้น การเล่น PS5 Pro ก็นับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หากคุณจะเล่นบนแพลตฟอร์ม PlayStation เพราะคุณจะได้เห็นฉากคัทซีนแบบ 60 เฟรม ความละเอียดภาพก็ดูดีกว่า แถมในบางฉากอย่างการสู้บอส The Pain เราก็จะได้เห็นเฟรมเรทที่ดีกว่าอย่างชัดเจน 

และแม้ว่าเทคโนโลยีกราฟิกของ Unreal Engine 5 มันน่าประทับใจอยู่แล้ว นี่คือเอนจิ้นที่มี Ray tracing ในตัว แต่ในเกมนี้เขาก็ยังใช้มันไม่คุ้ม อย่างเอฟเฟคการจำลองแสงเงา ที่ในเกมอื่นคุณจะได้เห็นแสงไหลจริง ๆ ในจังหวะประตูเปิด-ปิด ทำให้ฉากเปลี่ยนทันที

แต่ในเกมนี้เราแทบไม่เห็น เขาปรับให้มันใช้น้อยมาก ดูแล้วไม่สมกับค่าเฟรมเรทที่เราเสียไป แถมบางฉากมันก็มีปัญหาเหมือนเกม UE5 ด้วยกัน ที่บางฉากอย่างห้องเก็บของเล็ก ๆ ก็เอาเฟรมเรทไปได้ราว 20 เฟรม และอาการ Ghosting ที่เราจะเห็นเงาลางของตัวละครหรือ วัตถุ เวลาขยับผ่านพื้นผิว ในเกมนี้จะหนักกว่าทุกเกมที่ใช้ UE5 เลยทีเดียว 

แต่ถึงประสิทธิภาพเฟรมเรตมันจะแย่ขนาดนี้ ก็ต้องยอมรับว่า มันเป็นเกมที่ภาพสวยมาก และนี่เป็นเกมที่แทบไม่มีบั๊ค ตลอดเวลาการเล่น ผู้เขียนเจอศัตรูเดินติดขอบแค่ 2 ครั้ง แต่ที่น่าเศร้าคือครั้งที่ 2 ตัวที่ติดบั๊คดันเป็นบอส The End ที่วิ่งติดบั๊คซะจนเหนื่อยหอบ แต่นอกเหนือจากนั้นมันก็เล่นได้ดีพอระดับหนึ่ง

METAL GEAR SOLID Delta SNAKE EATER 

Verdict

แม้ว่ามันจะเหมือนการ Super remaster มากกว่าการ Remake แต่มันก็สามารถแทนประสบการณ์เกมต้นฉบับ เพราะมันก็เป็นเกมเดิมที่เล่นได้ดีกว่าเดิม ใครที่ชอบภาคต้นฉบับอยู่แล้วคุณก็น่าจะยังชอบภาคนี้ แต่ถ้าใครไม่เคยเล่นภาคต้นฉบับมาก่อน นี่คือภาคที่ดีมากในการเข้าสู่จักรวาล Metal Gear Solid 

ใครสนใจสั่งซื้อตัวเกมตามไปตำกันได้เลย: https://game.page/metalgearsolidsnakeeater/GamingDose

Metal Gear Solid Δ Snake Eater

7.5 / 10 คะแนน

เกณฑ์การให้คะแนน
Metal Gear Solid Δ Snake Eater
Nantahwut Indarachalerm

Nantahwut Indarachalerm

นันทวุฒิ อินทรเฉลิม (เน็กซ์) – เกมเมอร์ผู้คลั่งไคล้ Resident Evil, DOOM และสารพัดเกมยิงสุดเดือด ที่อยากถ่ายทอดเรื่องราวของวิดีโอเกมผ่านมุมมองแบบคนเล่นจริง