สารบัญ / Contents
“นึกถึงจอย นึกถึง GameSir” คงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงแล้วใน พ.ศ. นี้ เพราะนี่คือแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำจอยให้มีฟังก์ชันและฟีเจอร์แบบแน่น ๆ ในราคาที่เอื้อมถึงได้ และคนไทยก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
และพวกเขาก็ไม่ได้มีแค่จอยสำหรับเล่นเกมบน PC หรือคอนโซล และยังมีจอยสำหรับเกมมือถือด้วย ซึ่งวันนี้เราอยู่ด้วยกันถึง 2 รุ่นอย่าง “GameSir G8+” และ “GameSir X5 Lite for XBOX” ที่ไม่ใช่แค่รุ่นธรรมดา แต่เป็นรุ่นคอลแลบฯ พิเศษกับเกมที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการคอลแลบฯ อย่าง Fortnite
2 รุ่นนี้ต่างกันอย่างไร มันจะเปลี่ยนประสบการณ์ในการเล่นเกมบนมือถือไปได้ขนาดไหน มาลองดูไปพร้อมกันได้เลย
2 รุ่น 6 ลวดลายสุด Exclusive

สำหรับจอยคอลแลบฯ ในครั้งนี้ จะมีให้เลือกถึงรุ่นละ 3 ลาย รวมเป็น 6 สไตล์ ซึ่งเป็นการอ้างอิงมาจากตัวละครดัง ๆ ในเกม Fortnite ประกอบไปด้วย
จอยรุ่นใหญ่ GameSir G8+ Fortnite Edition
– Peely Edition
– Cuddle Team Leader Edition
– Victory Royale Edition
จอยรุ่นเล็ก GameSir X5 Lite for XBOX Fortnite Edition
– Black Knight Edition
– Jonesy Edition
– Durrr Burger Edition

ในฝั่งของ GameSir G8+
ก็ต้องบอกว่ารุ่น “Peely Edition” ดูจะเป็นลายที่ถูกใจทีมงานเราตั้งแต่แรกเห็น เพราะทาง GameSir เลือกคู่สีมาได้เป๊ะมาก ขับเน้นความเป็นเจ้ากล้วย Peely ออกมาด้วยสีเหลือง-ฟ้า และยังมีการสกรีนปุ่ม ABXY ใหม่ให้เป็นรูปกล้วยเก๋ ๆ ด้วย ถือเป็นลายเดียวเลยที่มีกิมมิคอะไรแบบนี้
ส่วนอีกลายที่เราได้ลองใช้ คือ “Cuddle Team Leader Edition” ที่มาในโทนสีชมพู 2 เฉด แซมด้วยสีเงินเล็กน้อย
แม้ว่าลายนี้จะไม่ได้เตะตาเท่า Peely แต่ก็มีความสวยน่ามอง และเป็นการจับคู่สีชมพูที่ลงตัว แบบที่น่าจะถูกใจคนชอบสีแนวนี้
ทั้งนี้ จอยทั้ง 2 ลายไม่ได้ต่างกันแค่เรื่องสีสันอย่างเดียว แต่ยังต่างเรื่องผิว “สัมผัส” ด้วย
เพราะในฝั่งของ Peely Edition, แทบทุกปุ่มที่ไม่ใช่ ABXY กับอนาล็อก จะเป็นผิวด้านทั้งหมด ทำให้กดแล้วรู้สึกกระชับมือ ไม่ลื่นง่าย
ในขณะที่ลาย Cuddle Team Leader จะต่างออกไป เพราะปุ่ม D-pad ด้านซ้ายกับปุ่ม LB และ RB จะมาเป็นผิวมันเงา เวลาวางนิ้วแล้วใช้งานไปนาน ๆ ก็อาจจะมีอาการ Niu Lai กันได้ ต้องอาศัยการปรับตัวและความเคยชิน
ส่วนอีกลายหนึ่งอย่าง “Victory Royale Edition” อันนี้เราไม่ได้ลองสัมผัสจริง แต่การเลือกใช้สีดำ-เขียว ก็ถือได้ว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน
ในฝั่งของ GameSir X5 Lite for XBOX

รุ่นนี้เราได้ลองครบทั้ง 3 ลาย ซึ่งในส่วนของ Black Knight Edition กับ Jonesy Edition จะมาเป็นโทนมืดคล้าย ๆ กัน ในขณะที่ Durrr Burger Edition จะเป็นสีส้มฟ้าที่ดูสะดุดตา และสวยน่าใช้มาก ๆ แบบที่เรารู้สึกว่าไม่ต้องอิน Fortnite ก็ได้ ขอแค่เป็นคนที่ชอบสีส้ม ก็น่าจะอยากได้รุ่นนี้มาเป็นเจ้าของกัน
สเปกและความแตกต่าง

แม้ทั้ง 2 รุ่นนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมมือถือ แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดและสไตล์การใช้งาน
GameSir G8+ Fortnite Edition
สำหรับจอยรุ่นพี่ใหญ่อย่าง GameSir G8+ Fortnite Edition จะมาพร้อมสเปกดังนี้
- แพลตฟอร์มที่รองรับ : มือถือระบบ iOS / Android / HarmonyOS และ Nintendo Switch 1 / Switch 2
- การเชื่อมต่อ : Bluetooth
- อนาล็อก : GameSir Hall Effect Sticks พร้อมวงแหวนลดแรงเสียดทาน
- ปุ่ม Trigger : Hall Effect แบบอนาล็อก รองรับโหมด Hair Trigger
- ปุ่มเสริม : ปุ่มมาโครด้านหลัง 2 ปุ่ม
- รองรับ Gyroscope แบบ 6 แกน และมีมอเตอร์สั่นแบบ Dual Asymmetric
- แบตเตอรี่ : 1,000mAh
- รองรับมือถือความยาว : 110-215 มม. รวมถึงแท็บเล็ตเครื่องเล็ก ๆ และเครื่อง Nintendo Switch
- น้ำหนัก : 318 กรัม
GameSir X5 Lite for XBOX Fortnite Edition
สำหรับรุ่นน้องเล็กที่เน้นความเบาและพกพาง่าย จะมีสเปกดังนี้
- แพลตฟอร์มที่รองรับ : มือถือระบบ iOS / Android
- การเชื่อมต่อ : ต่อผ่านพอร์ต USB-C ในตัว
- อนาล็อก : GameSir Hall Effect Sticks
- ปุ่ม Trigger : Hall Effect แบบอนาล็อก
- รองรับ Pass-through Charging
- รองรับมือถือความยาว : 105-213 มม. (ใช้กับ iPad mini ได้)
- น้ำหนัก : 145 กรัม
สรุปความแตกต่าง
- G8+ เป็นรุ่นเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth, ส่วน X5 Lite for XBOX เชื่อมต่อโดยเสียบที่พอร์ต USB-C ของมือถือ
- G8+ มีมอเตอร์สั่น, Gyroscope และปุ่มมาโครด้านหลัง ส่วน X5 Lite for XBOX จะไม่มีทั้ง 3 อย่างที่กล่าวมา
- G8+ มีแบตฯ มาให้ในตัว ส่วนรุ่น X5 Lite for XBOX ไม่มีแบต ใช้การดึงไฟจากมือถือแทน ทำให้มันรองรับการชาร์จแบบ Pass-through Charging ด้วย (มีพอร์ตรับสาย USB-C ที่จอย ทำให้เสียบสายชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วยได้)

- รุ่น G8+ มีขนาดใหญ่เต็มมือในแบบของจอยเกมคอนโซล ส่วนรุ่น X5 Lite for XBOX มาในไซส์กะทัดรัดที่แทบจะเทียบได้กับ Joy-Con ของเครื่อง Switch
ต่อปุ๊บ ติดปั๊บ

จุดเด่นของจอยทั้ง 2 รุ่น และถือเป็นจุดขายของทาง GameSir ด้วย ก็คือความง่ายในการใช้งาน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่น G8+ หรือ X5 Lite for XBOX ก็สามารถเชื่อมต่อแล้วพร้อมเล่นเกมได้ทันทีแบบ Plug and Play ไม่จำเป็นต้องโหลดแอปเสริมมาเลยก็ได้
สำหรับการเชื่อมต่อของรุ่น G8+ จะทำได้ด้วยการยืดตัวจอยออก และจะทำให้จอยเข้าสู่โหมด Pairing จากนั้นก็เพียงแค่เปิดเมนู Bluetooth ในมือถือ ก็จะเจออุปกรณ์ชื่อ “Pro Controller” โผล่มาให้เชื่อมต่อได้ทันที
ซึ่งข้อดีของการที่รุ่นนี้เป็นแบบไร้สาย ก็เลยทำให้เราสามารถเล่นเกมโดยกลับมือถือเป็นข้างไหนก็ได้ แล้วแต่คนจะถนัด เพราะมือถือบางรุ่นก็อาจจะมีตำแหน่งลำโพงที่ต่างกันไป หรือถ้าเป็นมือถือเกมมิ่ง ก็มักจะมีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จอยู่ด้านข้าง เราก็สามารถจัดแจงได้ว่าจะให้มันเสียบชาร์จไว้ด้านบน หรือด้านล่างในขณะถือเล่นเกม
ส่วนรุ่น X5 Lite for XBOX ก็สามารถต่อได้ผ่านพอร์ต USB-C แบบเสียบปุ๊บ กระพริบตาสักสองสามที ก็พร้อมเล่นเกมได้เลย แต่ก็แน่นอนว่ามันจะบังคับให้เราต้องหันมือถือด้านที่เป็นพอร์ตชาร์ต USB-C เข้ามาเสียบที่ทางซ้าย ไม่สามารถกลับข้างได้ตามใจแบบรุ่นไร้สาย
ในส่วนของ USB-C นี่ก็ถือเป็นอีกจุดที่ GameSir คิดมาดีและคิดมานานแล้ว เพราะเขาจะทำให้ตัวหัว USB-C บนจอยนั้นสามารถเอียงขึ้นมาได้ เราเลยสามารถเสียบมือถือแบบเฉียง ๆ เข้ามาทางซ้ายได้ก่อน แล้วค่อยวางฝั่งขวาลงมา เพื่อปล่อยให้ Grip หนีบมือถือเข้ามาไว้อย่างปลอดภัย
X5 Lite for XBOX พกง่าย แถมเคสด้วย

ความพิเศษของรุ่นเล็กอย่าง X5 Lite for XBOX ยังมีในเรื่องของการที่ทาง GameSir แถมเคสทรงตัว U มาให้ด้วย ทำให้มันสะดวกสุด ๆ ในการพกพา และทำให้การ “มีจอยแยกเอาไว้ไปเล่นเกมมือถือนอกบ้าน” ดูไม่ใช่เรื่องฝืน เพราะน้ำหนักและไซส์ของมันก็ไม่ได้ใหญ่เทอะทะ สามารถหย่อนลงกระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ จริง ๆ
ตั้งค่าง่าย ๆ ผ่านแอป GameSir

แม้ว่า GameSir ทั้ง 2 รุ่น จะสามารถเชื่อมต่อแล้วเล่นเกมได้เลยทันทีแบบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
แต่สำหรับใครที่เป็นสายจริงจัง อยากดึงศักยภาพของจอยออกมาให้สุด ก็แน่นอนว่าคุณยังสามารถตั้งค่าได้ผ่านในแอปของ GameSir เอง (โหลดได้จากในสโตร์ ทั้ง iOS และ Android)
โดยสำหรับรุ่น G8+ จะเมนูให้ตั้งค่าดังนี้
– ตั้งค่ามาโคร และฟังก์ชัน Turbo
– ตั้งค่า Dead Zone ของอนาล็อก
– ตั้งความลึกในการกดปุ่ม Trigger (LT/RT) ที่ละเอียดมาก ๆ ตั้งแต่ระดับ 0-100
– ตั้งความแรงของมอเตอร์สั่น แบบแยกซ้ายขวาให้สั่นแรงไม่เท่ากันได้ด้วย
– ตั้งค่า Gyroscope
ส่วนรุ่น X5 Lite for XBOX จะตั้งค่าได้น้อยลงมา ตามสเปกของตัวจอย
– ตั้งค่า Dead Zone ของอนาล็อก
– ตั้งความลึกในการกดปุ่ม Trigger (LT/RT) ที่ละเอียดมาก ๆ ตั้งแต่ระดับ 0-100
– ตั้งความสว่างของไฟปุ่ม XBOX
ประสบการณ์ Fortnite ที่ดีที่สุดบนมือถือ

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ ตอนนี้ Fortnite เวอร์ชันมือถือ มีให้โหลดแล้วในสโตร์ไทย ทั้ง iOS และ Android
ซึ่งแน่นอนว่าเกมนี้ก็รองรับการเล่นด้วยจอยแบบเต็มที่ และถ้ายิ่งได้เล่นด้วยจอยของ GameSir มันก็จะยิ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ และได้เปรียบศัตรูในแมตช์พอสมควร
ตัวอย่างง่าย ๆ คือฟังก์ชันการมาโคร, โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนมักจะตั้งมาโครกับจอยในทุก ๆ รุ่น ให้ปุ่มด้านหลังนั้นทำงานแทนปุ่ม L3 และ R3 (ซึ่งในรุ่น G8+ จะเป็นปุ่ม L4 / R4)
ซึ่งพอตั้งไว้แบบนี้ ก็จะทำให้เราสามารถกด L4 เพื่อวิ่งสปรินต์ และกด R4 เพื่อย่อตัวลงได้ง่ายและไวมาก ๆ โดยไม่ต้องพยายามลงน้ำหนักจิ้มที่ตัวอนาล็อกให้เมื่อยนิ้วโป้งเหมือนแต่ก่อน
หรือถึงแม้ว่าจะเป็นจอยรุ่นเล็กที่ไม่ได้มีมาโครแบบ X5 Lite for XBOX มันก็ยังให้สัมผัสการกดปุ่มทริกเกอร์ และปุ่ม ABXY ที่ยอดเยี่ยมมากอยู่ดี สัมผัสเวลากด ABXY มันจะให้เสียงดังจ๊อบแจ๊บ ๆ และมีความเด้งสู้มือ คล้ายกันกับจอย XBOX ตัวใหญ่ ทำให้ถึงแม้ว่า Layout ปุ่มของรุ่นนี้จะมีความชิดใกล้กัน แต่ถ้าใครเป็นชาว XBOX อยู่แล้ว ก็น่าจะปรับตัวกันได้ไม่นาน
โดยรวมแล้ว มันจึงเป็นประสบการณ์การเล่น Fortnite บนมือถือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในความเห็นเรา ความรู้สึกในการควบคุม มันทั้งแม่นยำ รวดเร็ว จนแทบไม่รู้สึกต่างจากการเล่น Fortnite บน PC หรือคอนโซลเลย (แม้กราฟิกกับ Framerate จะยังไม่เท่าก็ตาม)
และทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ไม่ได้เก่งแค่กับ Fortnite, เพราะไม่ว่าจะเป็นเกมไหน ถ้ามันรองรับการเล่นด้วยจอย ก็สามารถลุยได้หมดอย่างเร้าใจเร้าอารมณ์ ยิ่งกว่าการใช้ทัชสกรีนแบบปกติแน่ ๆ
วางขายแล้ววันนี้

จอยทั้ง 2 รุ่น มีวางขายแล้ววันนี้
GameSir G8+ Fortnite Edition ราคา 3,190 บาท
GameSir X5 Lite for XBOX Fortnite Edition ราคา 2,190 บาท
ทุกรุ่นทุกสี จะมาพร้อมโค้ด Emote / ไอเท็ม Glider ที่ต่างกันไป ให้ได้ Redeem ไปใช้กันในเกม
และพิเศษ ! เพียงกรอกโค้ด GMDOSE99 ได้รับส่วนลดเพิ่มเติมไปอีก (ใช้ได้ทั้ง 2 รุ่น)
🛒 สามารถสั่งซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือกดสั่งซื้อได้เลยที่












