เมื่อช่วงงาน Tokyo Game Show 2026 ที่ผ่านมา ทางผู้เขียนได้รับเกียรติให้เข้าร่วมสัมภาษณ์กับชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Sonic ตลอด 35 ปีอย่างคุณ Takashi Iizuka ผู้เป็น Creative Officer ของแฟรนไชส์ Sonic the Hedgehog
และเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ผู้เขียนก็ได้หยิบยกหลากประเด็นมาพูดคุยกับคุณ Takashi ถึงการเติบโตและทิศทางใหม่ ๆ ของแฟรนไชส์นี้ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ก็ติดตามหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย
จุดเปลี่ยนสำคัญและรากฐานสู่ยุค 3D จาก Sonic Adventure

เมื่อมองย้อนกลับไปในเส้นทางตลอด 35 ปี คุณ Izuka ยกให้ซีรีส์ Sonic Adventure เป็นหมุดหมายและจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของแฟรนไชส์นี้ เนื่องจากการมาถึงของซีรี่ส์ดังกล่าวได้เปลี่ยนผ่านเกม Sonic จากกราฟิก 2D พิกเซล ไปสู่โมเดล 3D เต็มรูปแบบ
แน่นอนว่าพอตัวเกมเปลี่ยนไปใช้กราฟิก 3D แล้ว มิติของเกมเพลย์ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณ Izuka ก็ได้เล่าว่า นี่ถือเป็นความท้าทายที่ยากลำบากอย่างยิ่งในกระบวนการพัฒนา แต่ท้ายที่สุด พวกเขาก็สามารถระดมไอเดียและสรรสร้างเกมภาคแรกของซีรี่ส์นี้ออกมาจนได้
นอกจากนี้ ทีมงานยังต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น ระบบกล้องที่หมุนตามการเคลื่อนที่ รวมถึงระบบ Homing Attack เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการกะระยะโจมตีในมุมมองสามมิติ ซึ่งระบบรากฐานเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นในยุค Sonic Adventure ก็ได้ถูกส่งต่อและนำมาพัฒนาใช้ในเกม Sonic ยุคหลัง ๆ อย่าง Sonic Frontiers ด้วยเช่นกัน
ยุคตกต่ำและการกอบกู้แบรนด์ด้วยภาพยนตร์ฮอลลีวูดกับเกมยุคใหม่

ใครที่เป็นแฟนเกม Sonic ก็น่าจะทราบกันดีว่าเส้นทางของเจ้าหนูสายฟ้าไม่ได้โรยด้วยกลับกุหลาบเสมอไป ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ในช่วงที่คุณ Izuka ย้ายไปทำงานที่ลอสแอนเจลิส ความนิยมของ Sonic ตกต่ำลงอย่างมากจนทางบริษัทเคยพิจารณาที่จะลดขนาดโปรเจกต์ของเกมนี้ลง หรือแม้กระทั่งเกือบจะยกเลิกแฟรนไชส์นี้ไป
ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์นี้กลับมาได้ ก็คือการเปิดตัวเกม Sonic Mania และ Sonic Forces ซึ่งดึงความสนใจจากแฟน ๆ กลับมาได้สำเร็จ จากนั้นการเปิดตัว Sonic ฉบับภาพยนตร์ฮอลลีวูดในปี 2020 ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวจุดประกายให้แฟรนไชส์กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด และช่วยให้ Sonic สามารถต่อยอดไปสู่สื่ออื่น ๆ ได้อย่างกว้างขวางดังเช่นในปัจจุบัน
การรักษาดีเอ็นเอความเท่และการวางตำแหน่งแบรนด์

ในด้านอัตลักษณ์ของตัวละคร คุณ Izuka อธิบายว่า Sonic ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรกเริ่มให้มีความเท่และมีสไตล์ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้เล่นวัยรุ่นมากกว่าจะเป็นเพียงตัวละครสำหรับเด็ก ซึ่งดีเอ็นเอนี้ก็ยังคงถูกรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นตลอด 35 ปี ผ่านงานเพลง ภาพยนตร์ และการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่าง Balenciaga ด้วย
สำหรับคุณ Izuka และทีมงานแล้ว การทำให้ Sonic มีภาพลักษณ์ที่ดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นถือเป็นกลยุทธสำคัญที่ช่วยทำให้แบรนด์มีความแข็งแรงอย่างมาก และช่วยให้ฐานแฟนของ Sonic เพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังเปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดไปคอลแลบกับแบรนด์อื่นได้อีกมากมาย
การบริหารสปอตไลต์ของตัวละครในจักรวาล Sonic

แม้แฟนเกมหลายคนมีความคาดหวังที่จะได้เห็น Tails, Knuckles หรือกลุ่มนักสืบ Chaotix ขึ้นมามีบทบทสำคัญหรือมีบทเด่นในเกมภาคหลังบ้าง ซึ่งคุณ Izuka เองก็อยากทำแบบนั้นเช่นกัน แต่เนื่องด้วยทรัพยากรการพัฒนาที่มีจำกัด การสร้างเกมแยกให้ทุกตัวละครจึงทำได้ยากมาก ทำให้ Shadow เป็นเพียงตัวละครเดียวนอกเหนือจาก Sonic ที่เคยมีเกมเดี่ยวบนเกมหลักเป็นของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ทีมงานมุ่งมั่นจะถ่ายทอดบุคลิกและเสน่ห์ของทุกตัวละครออกมาให้ดีที่สุดในทุก ๆ ผลงานเพื่อให้แฟนเกมรู้สึกฟินเวลาได้เสพเรื่องราวและปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเหล่านี้
จากเกมเส้นตรง สู่ Sonic ที่มี Open Zone ให้โลดเล่น

คุณ Izuka เล่าว่า การก้าวกระโดดครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในเกม Sonic Frontiers ที่เป็นผลงานภาคแรกที่นำเสนอแนวคิดพื้นที่เปิดหรือ Open Zone มาใช้ในเกม ซึ่งย้อนไปในช่วงกำลังพัฒนาเกมนี้อยู่นั้น ทางทีมพัฒนารู้สึกกังวลอยู่เหมือนกันว่าการทำสิ่งนี้จะทำให้ขัดใจแฟนเกมหรือเปล่า
แต่หลังจากที่เกมนี้ถูกปล่อยออกไป ยอดขายที่สูงถึง 5 ล้านชุดทั่วโลกพร้อมกระแสตอบรับเชิงบวกจากผู้เล่น ทำให้ทีมงานตระหนักว่าแฟนเกมของพวกเขา พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ตราบใดที่มันผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี
ด้วยสาเหตุนี้เอง ระบบ Open Zone เป็นรากฐานในการพัฒนาเกมภาคต่อไปไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2021 แฟรนไชส์ได้แบ่งโครงสร้างออกเป็นสองเสาหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ Modern Sonic ที่เน้นความทันสมัย โฉบเฉี่ยว ไดนามิกในรูปแบบ 3D และ Classic Sonic ที่เน้นเกมเพลย์ 2D มุมมองด้านข้างอันทรงเสน่ห์และคุ้นเคย เช่น Sonic Mania และ Sonic Superstars เป็นต้น
การคอลแลบข้ามค่ายและความท้าทายในเกม Fortnite

การขยายฐานแฟนคลับคือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่คุณ Izuka และทีมงานต้องการที่จะผลักดันในช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ท้ายที่สุดเราจึงได้เห็นการคอลแลบระหว่าง Sonic กับหลาย IP ทั้งในและนอกวงการเกม เช่น Minecraft, TMNT, Pac-Man, Godzilla และ Evangelion
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในงานที่มีความท้าทายมากที่สุดก็คือการคอลแลบกับเกม Fortnite นั่นเอง ด้วยความที่ Sonic ไม่ใช้ปืนและมีสัดส่วนร่างกายที่นำไปสร้างโมเดลในเกมนี้ได้ยาก ทีมงานจึงใช้พื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์ มาแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้าง “Sonic Android” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ Tails สร้างขึ้น เพื่อส่งเข้าไปในโลกของ Fortnite แทน พอทำแบบนี้แล้ว Sonic ก็สามารถไปโผล่ใน Fortnite ได้
“Having Fun Together” | แนวคิดการฉลองครบรอบ 35 ปีของ Sonic
สำหรับการฉลองครบรอบ 35 ปีนั้น แฟรนไชส์ได้ชูธีมหลักอย่าง “Having Fun Together” เพื่อเชื่อมโยงผู้เล่นทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแฟนรุ่นเก๋าที่ติดตามมาตั้งแต่ปี 1991 หรือแฟนรุ่นใหม่ ให้มาสนุกร่วมกันโดยไม่มีอุปสรรคทางภาษามาขวางกั้น
ทีมงานได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเกมสไตล์เล่นคนเดียว มาสู่ประสบการณ์ที่เล่นร่วมกันได้มากขึ้น เช่น Sonic Racing Crossworlds ที่รองรับระบบออนไลน์และกำลังจะจัดงานแข่ง World Championship รวมไปถึงเกม Sonic Pico Park ที่รองรับผู้เล่นพร้อมกันถึง 8 คน
แล้วในส่วนของอีเวนต์นอกเกมแล้ว ทางค่ายก็ยังมีการจัดกิจกรรมในโลกจริงอย่าง Chaos Hunt ที่ให้แฟน ๆ ตามหา Chaos Emeralds ในเมืองใหญ่ของอเมริกา อย่างลอสแอนเจลิส ซานดิเอโก และนิวยอร์กด้วย
ทิศทางอนาคต งานสร้างสรรค์เชิงเนื้อเรื่อง และการพัฒนาสำหรับแฟน ๆ ชาวไทย
คุณ Izuka ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ตอนนี้อนิเมชันสั้นฉลองครบรอบ 35 ปีกำลังถูกสร้างเพื่อเตรียมอัพลง YouTube ให้ชมแบบฟรี ๆ อยู่ และตั้งแต่ปีที่ 36 เป็นต้นไป ทางทีมพัฒนาก็จะมุ่งเน้นการสร้างเกมที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่องมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงแฟน ๆ จากฉบับภาพยนตร์ฮอลลีวูด ใครที่เป็นสายเสพเนื้อเรื่องแล้ว ได้ยินแบบนี้ก็น่าจะรู้สึกตื่นเต้นกันอยู่ไม่น้อย
สุดท้ายนี้ คุณ Izuka และทีมก็ได้วางแผนที่จะขยายอิทธิพลของ Sonic ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ผ่านการจัดกิจกรรม Fan Meeting อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความผูกพันและเติบโตไปพร้อมกับแฟน ๆ ด้วย ดังนั้นแล้ว แฟนเกม Sonic ชาวไทยก็เตรียมยิ้มกันได้เลย











