เผลอแปปเดียว Genshin Impact อยู่กับเรามานาน 5 ปีเต็มเข้าไปแล้ว และเป็นธรรมเนียมของเกมแนว Live Services ในระยะยาวที่จะต้องมีอัปเดตใหญ่ทุกปี Genshin Impact เองก็พาเรามาจนถึงดินแดนที่ 6 ของเนื้อเรื่องกันแล้วกับ Nod-Krai และผ่านมา 5 ปี ถึงแม้จะมีเป๋หรือกะท่อนกะแท่นไปบ้าง แต่ Genshin Impact ยังคงเป็นเกมที่มีคุณภาพเสมอ
ความน่าสนใจของ Genshin Impact ในเวอร์ชัน Luna (หรือแฟน ๆ บางคนอาจจะเรียกว่า 6.0) คือการที่เกมยังไม่เข้าไปยังประเทศหลักอย่าง Snezhnaya แต่เลือกที่จะเข้าสู่ดินแดน Nod-Krai ที่เป็นส่วนหนึ่งของมันก่อน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ แต่ Nod-Krai เองกลับมีพื้นที่และการนำเสนออันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นสถานที่ที่เราน่าจะต้องอยู่กับมันไปอีกราว ๆ 7-8 เดือนต่อจากนี้ จนกว่าจะเข้าสู่เวอร์ชันใหม่กันอีกครั้ง

ฉากคัทซีนที่รวมไปถึงเกมเพลย์ ถูกนำเสนอได้ดีขึ้นนับตั้งแต่ Luna Version
สิ่งที่แฟน ๆ Genshin Impact เห็นพ้องต้องกัน หลังจากเข้าสู่ดินแดน Nod-Krai และแพทช์ Luna คือวิธีการนำเสนอที่อาจไม่ถึงขั้นใช้คำว่ายกระดับ แต่อย่างน้อยก็ดูดีกว่าแพทช์เก่า ๆ หากเอามาเทียบกันตรง ๆ แบบหมัดต่อหมัด ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าท่าทางของตัวละครระหว่างอยู่ใน Cutscene โดยเฉพาะ Jahoda ที่กลายเป็นแหล่งกำเนิดมีมหน้าใหม่ของเกม นับตั้งแต่เริ่มเดินเรื่องกันมา และตัว Cutscene ที่เป็น Cinematic หลาย ๆ ฉากเองก็ถูกปรับขยายระยะเวลาให้ยาวและเพียงพอที่จะทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับมันได้
การเล่าเรื่องผ่านบทสนทนาที่แม้จะยืดยาวไม่แพ้แพทช์เก่า ๆ แต่เพราะคราวนี้เนื้อเรื่องเริ่มเดินไปข้างหน้า และเราได้เห็นตัวละครที่หลายคนรอคอยจากฝ่าย Fatui เข้ามามีบทบาทกันมากขึ้น อย่างเช่น Columbina Damselette และ Sandrone & Marionette รวมไปถึงฉากจบของเวอร์ชันจันทราที่ 3 Dottore ที่ทำเอาหลายคนกำหมัดอย่างหนัก และเรียกร้องให้รีบอัปเดตเนื้อเรื่องต่อให้ไว เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องดี สนุกแล้ว การทำให้อารมณ์ค้างจนรีบอยากเล่นต่อก็ถือเป็นสิ่งที่ HoYoverse ถนัดไม่ใช่น้อย

เท่านั้นยังไม่พอ สิ่งที่พวกเขาถนัดก็คือการ Lore Bomb ด้วยการโยนอะไรบางอย่างใส่ผู้เล่นแบบไม่ให้ตั้งตัว อย่างเช่นตัวอย่างคั่นฉาก “ขีดจำกัดของเทพเจ้า” ที่ปล่อยออกมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ที่ทำเอาแฟนเกมลุกเป็นไฟด้วยการ Discussion กันถึงประเด็นเนื้อเรื่องต่าง ๆ ทั้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และกำลังจะตามมาในอนาคต รวมไปถึงกระตุ้นให้แฟนเกมบางคนอยากกลับมาเล่น หรือไปกันต่อเพื่อรอดูสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในด้านเนื้อเรื่องและการนำเสนอโลกและความเป็นไปของ Genshin Impact นั้น ถือว่าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับส่วนที่น่าเบื่อหรือแผ่วลงก็ต้องมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคงไม่มีสื่อใดที่สามารถคงเส้นคงวาการนำเสนอให้น่าติดตามได้ในระยะยาว เพราะอย่างที่บอกไปว่าเกมนี้ก็ 5 ปีเข้าไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าเราจะได้เห็นบทสรุปหรือฉากจบของเกมนี้กันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันยังคงทำเงินอย่างมหาศาลให้กับ HoYoverse
แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และยังคงมีช่องว่างให้ Genshin Impact ได้เติบโตขึ้นอีก คือเรื่องของ Quality of Life และเกมเพลย์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานยังคงพัฒนาและปรับปรุงกันอยู่เสมอแบบช้า ๆ และคาดหวังว่ามันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นการปลดล็อคดันเจี้ยนฟาร์มวัตถุดิบอัปเกรดตัวละครแบบไม่ล็อควัน หรือการเดินทางในโลก Open World ที่ผู้เขียนเองก็อยากให้มีอะไรมากไปกว่าการใช้ลูกเล่นตามฉาก หรือต้องมีตัวละครนั้น ๆ ถึงจะเคลื่อนไหวและสำรวจได้เร็วขึ้น

เรื่องราวของ Genshin Impact ที่น่าจะต้องไปต่ออีกยาวไกล ห่างไกลจากคำว่าใกล้จบ
แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผู้เขียนยังคงมั่นใจว่า Genshin Impact เป็นเกมที่ดี และอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อีกช่วงของวงการเกม และมันยังมีช่องว่างให้เติบโตและพัฒนาไปได้อีกไกล โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเกมขวัญใจมหาชนที่มีฐานแฟนเล่นกันอยู่ทั่วโลกขนาดนี้











