10 สุดยอดสินค้าจาก Xiaomi ที่ใครก็ว่าใช้ดีจนต้องบอกต่อ

Xiaomi คือหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และปัจจุบันก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะที่ไม่ได้ผลิตแค่มือถือ หากแต่เป็นทุกสินค้าไลฟ์สไตล์ตามแต่จะผุดไอเดียนำมาขายได้ ซึ่งก็มีตั้งแต่กรรไกรตัดเล็บ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว (ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้าง) 

วันนี้ เราจึงหยิบยกเอา 10 สินค้าจากแบรนด์ Xiaomi ทั้งในตระกูลหลัก รวมถึงแบรนด์ย่อยอย่าง Mijia, Redmi ซึ่งถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ไม่ก็เป็นม้ามืดที่ถูกมองข้ามไป มาแนะนำกัน เผื่อว่าจะได้ทำความรู้จักกับสินค้าดี ๆ ในราคาที่ไม่แพง และก็ไม่แน่ว่าหนึ่งในนี้อาจจะถูกตาต้องใจ จนอยากจะหามาใช้ด้วยก็เป็นได้

1. Mi Air Purifier

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Xiaomi กลายเป็นชื่อต้น ๆ ไปแล้วที่คนจะนึกถึงเมื่อต้องการซื้อเครื่องฟอกอากาศ ด้วยดีไซน์อันเรียบง่าย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเอาไว้ใช้งานเท่านั้น เพราะแค่วางตกแต่งบ้านก็ยังดูสวยเก๋อยู่ไม่น้อยเช่นกัน

Mi Air Purifier คือเครื่องฟอกอากาศที่มีหลักการเข้าใจง่าย อาศัยพัดลมในการหมุนพัด ดูดอากาศจากบริเวณด้านข้าง ๆ มาผ่านชั้นกรองภายในเครื่อง และเป่าอากาศสะอาดออกไปทางด้านบน ซึ่งปัจจุบันมีรุ่นที่ได้รับความนิยมอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 2S, 2H, 3H ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานโดยหลักเหมือนกัน แตกต่างที่ตัวหน้าจอแสดงผล และพื้นที่ของช่องพัดลม ขณะที่รุ่น Pro ก็จะเป็นไซส์ที่ใหญ่กว่า ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า

ความน่าใช้ของ Mi Air Purifier อยู่ตรงที่ผู้ใช้สามารถปรับตั้งเวลาการเปิด-ปิดการทำงานตามช่วงเวลาที่ต้องการได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Mi Home เช่นเดียวกันกับที่สามารถเลือกปรับพัดลมได้ ซึ่งหากพัดลมแรง ก็แปลว่าจะกินพื้นที่ในการดูดอากาศมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยเสียงที่ดังขึ้นเช่นกัน จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจะตั้งค่าอย่างไรให้เหมาะสม

ราคาโดยประมาณ : 2,500 – 3,700 บาทสำหรับรุ่นเล็ก และประมาณ 5,000 บาทสำหรับรุ่น Pro

ไส้กรองจะมีหลัก ๆ ที่ใช้งานได้ 3 แบบ คือสีเขียว (Formaldehyde), สีเทา (HEPA – แนะนำ) และสีม่วง (Antibacterial) ซึ่งมีราคาใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณ 700-800 บาท อายุการใช้งานยาวนานร่วม 6 เดือน และก่อนที่ไส้กรองจะหมดอายุ จะมีการแจ้งเตือนบอกที่เครื่องให้ทุกรอบ (รวมถึงแจ้งผ่านแอปฯ Mi Home หากเชื่อมต่อไว้)

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : Mi Home, สามารถปรับแต่งความแรงของพัดลม ไปพร้อม ๆ กับโชว์ให้ดูว่าที่ความแรงต่าง ๆ จะกินพื้นที่การฟอกอากาศครอบคลุมอยู่กี่ตารางเมตร ส่วนการตั้งเวลาเปิด-ปิด หรือเปลี่ยนโหมด สามารถทำได้ในหน้าตั้งค่า หมวด Automation

เหมาะกับใคร ? : ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 ทะลุหลัก 100 การมีเครื่องนี้จะช่วยบรรเทาและทำให้อากาศภายในห้องดีขึ้นแบบเห็นผลได้จริง

2. Mi Band

สายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่โดยเฉลี่ยแล้วจะออกมาปีละรุ่น ปัจจุบันเดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 แล้ว และยังคงมีพัฒนาการที่ดีขึ้น น่าใช้ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ

Mi Band รวบรวมเซนเซอร์ไว้หลายรูปแบบภายในตัว เพื่อให้สามารถตรวจจับกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้สวมใส่ได้ ที่เด่นชัดที่สุดก็คือเซนเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ร่วมกับโหมดออกกำลังกาย และแจ้งเตือนเมื่อหัวใจเต้นเร็วผิดปกติได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับตัวนี้ เราแนะนำตั้งแต่ Mi Band 5 ขึ้นไป เนื่องจากจะเป็นรุ่นที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้การชาร์จแบบแม่เหล็กดูดเข้ากับขั้วชาร์จของอุปกรณ์ ไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากสายรัดข้อมือให้เสียเวลา รวมถึงยังการันตีประสิทธิภาพการใช้งาน ที่ทั้งทนน้ำ ทนแรงกระแทก ใส่ทิ้งไว้แบบไม่ต้องกลับมาใส่ใจอีกเลยไปได้ยาว ๆ ราว 2 สัปดาห์

ราคาโดยประมาณ : Mi Band จะมีราคาลดลงมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงเปิดตัว ปัจจุบัน Mi Band 5 อยู่ที่แถว ๆ 800 บาท ขณะที่ Mi Band 6 อยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : Mi Fit ที่ตัวสายรัดข้อมือจะบังคับให้ต้องเชื่อมต่อก่อนอยู่แล้ว ทั้งนี้สำหรับบางรุ่นอย่าง Mi Band 4C หรือ Mi Band 6 จะต่อกับแอป Mi Watch ได้ด้วย แต่เรายังไม่แนะนำ เพราะตัวฟังก์ชันการใช้งานและความเสถียรยังถือว่าเป็นรองจาก Mi Fit อยู่เล็กน้อย

เหมาะกับใคร ? : คนที่อยากรู้ข้อมูลด้านสุขภาพของตัวเอง ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาคอย Monitor ตลอด แต่นาน ๆ ครั้งสักสัปดาห์หนึ่ง หรือเดือนหนึ่ง ค่อยเข้ามาดูสถิติอัตราการเต้นหัวใจ, เวลาในการนอน หรือก้าวเดินก็ทำได้ เพื่อที่จะได้ประเมินว่าควรปรับปรุงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไรให้เหมาะสม

นอกจากในเรื่องสุขภาพ Mi Band ก็ยังมีประโยชน์ในการช่วยรับแจ้งเตือนจากมือถือได้ด้วย ทำให้ไม่ต้องคอยหยิบมือถือมาเช็คดูตลอดเวลา

อีกเรื่องหนึ่ง คือการตั้งนาฬิกาปลุกเองก็มีประสิทธิภาพมาก เพราะนอกจากจะไม่ต้องอาศัยเสียงปลุกรบกวนคนอื่นแล้ว ยังได้ผลแบบค่อนข้างที่จะ 100% จากการที่มันต้องสั่นตรงข้อมือเราอย่างหลีกเลี่ยงไปไม่ได้เลย

3. Mi Box / Mi TV Stick

กล่องแอนดรอยด์ราคาประหยัด ที่จะเปลี่ยนให้ทีวีธรรมดา ๆ หรือจอมอนิเตอร์ทั่วไปของคุณ กลายมาเป็นสมาร์ททีวีได้แบบไม่ยากเย็น อีกทั้งมาพร้อมกับ ChromeCast แบบ Build-in ติดมาภายในตัวด้วย

สำหรับสินค้านี้ ปัจจุบันมี 2 รูปแบบคือ Mi Box และ Mi TV Stick ซึ่งมีความแตกต่างกันตรงที่ Mi Box สามารถให้ภาพได้ถึง 4K ขณะที่ Mi TV Stick นั้นจะได้ความละเอียดที่ Full HD แต่แลกมากับขนาดที่เล็กกะทัดรัดอย่างมาก ชวนให้น่าตกใจกับฟังก์ชันที่อัดแน่นมาไว้ในตัว

นอกเหนือจาก ChromeCast แล้ว ที่ตัวรีโมตจะสามารถใช้งานฟังก์ชัน Google Assistant ทำให้ค้นหาด้วยเสียงผ่านทางรีโมตได้

น่าเสียดายว่าตัวเครื่องให้ RAM มาเพียงแค่ 2 GB และประสิทธิภาพของชิปประมวลผลก็เพียงพอสำหรับการเล่น 1 สื่อแบบปริ่ม ๆ ทำให้ในบางครั้งเมื่อใช้งานไปนาน ๆ (หลายสิบวัน) ก็อาจมีอาการภาพดับ และต้องปิด-เปิดเครื่องใหม่ได้เหมือนกัน

ราคาโดยประมาณ : Mi Box S ตัวล่าสุดอยู่ที่ 2,100 บาท และ Mi TV Stick อยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท ทั้งนี้ยังมีอีกรุ่นที่เหนือกว่าอย่าง Mi Box 4S Pro เปิดตัวออกมาด้วย แต่ไม่มีการนำเข้ามาขายอย่างแพร่หลาย คาดว่าเป็นเพราะยังไม่มีเวอร์ชัน Global ออกมา

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : หากใครคิดว่าแค่ใช้รีโมตยังสะดวกไม่พอ ก็สามารถหยิบสมาร์ทโฟนมาเชื่อมต่อด้วยแอปฯ Android TV เพื่อควบคุมผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เราค่อนข้างแนะนำ เพราะจะทำให้สามารถพิมพ์ค้นหาได้ง่ายขึ้นจากแป้นคีย์บอร์ดบนสมาร์ทโฟนได้เลย รวมถึงจะสั่งด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ก็ทำได้ (ถ้าใช้ Android)

เหมาะกับใคร ? : คนที่ยังไม่มีสมาร์ททีวี หรือมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ตัว ChromeCast ติดมาด้วย / สั่งการด้วย Google Assistant ไม่ได้ ถ้าจะเลือกใช้เจ้ากล่องนี้แทนก็ยังถือว่าคุ้มค่า

4. Mi Router

เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ปัจจุบันมีรุ่นให้เลือกหลากหลายมาก ตามแต่จุดประสงค์ของผู้ใช้งาน มีตั้งแต่ Router สำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่ว ๆ ไป ถึงรุ่นท็อปที่รองรับ Gigabit Internet และ Wi-Fi 6 อันเรียกได้ว่าเร็วแรงรองรับกับอนาคตไปได้อีกยาว ๆ หลายปี

จุดเด่นของ Mi Router อยู่ที่คุณสามารถตั้งค่า Wi-Fi ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Mi Wi-Fi ได้เลยง่าย ๆ ต่างจาก Router ทั่วไปที่จะต้องเข้าผ่าน Gateway เช่น 192.168.1.1 ซึ่งจะมีความสะดวกเมื่อใช้งานผ่านจอในความละเอียดแบบ Desktop มากกว่า

ราคาโดยประมาณ : มีตั้งแต่ 500 ไปจนถึงหลัก 3,000 บาท ซึ่งสำหรับรุ่นประหยัด จะมี 4A และ 4C ที่ดูสวยงาม มินิมอลน่าใช้งาน ขณะที่รุ่นท็อป ถ้ารหัสขึ้นต้นด้วย AX นั่นหมายถึงว่าจะรองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 ส่วนตัวเลข 4 หลักที่ต่อท้ายรุ่น จะเป็นการบ่งบอกถึงความเร็วดาวน์โหลดที่ทำได้เป็นหน่วย Mbps (สเปคจริง ๆ ที่ระบุไว้ จะให้ความเร็วไม่ถึงตามตัวเลขรุ่น)

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : Mi Wi-Fi ที่ออกแบบหน้าตามาให้ใช้งานง่าย ไม่ต้องอาศัยความรู้ทางด้าน Network ในการใช้งานขั้นสูงมากนัก

เหมาะกับใคร ? : บ้านที่มีการติดเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว และกำลังมองหา Router เพื่อใช้เป็นแหล่งศูนย์รวมของอุปกรณ์ IoT หรือเพื่อเชื่อมต่อกับสื่อบันเทิง เช่นทีวีและเครื่องเล่นเกม

5. Mi Smart Standing Fan

Xiaomi ให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่เรียบง่ายมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องไปอยู่ในมุมต่าง ๆ ของบ้าน ก็จะต้องทำออกมาให้มั่นใจ ว่าจะไม่ไปเด่นขัดตาเข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ จนเสียภาพลักษณ์ที่ผู้อาศัยต้องการไป

สำหรับพัดลมของ Mi สามารถปรับระดับแรงลมได้เยอะมาก ๆ และให้เสียงที่เงียบกว่าพัดลมทั่วไป นอกจากนั้นในรุ่น 2C / 3 ยังให้แบตเตอรี่มาในตัว ทำให้สามารถพกพา (?) เอาไปใช้ข้างนอกได้แบบหายห่วง ขณะที่ในเกือบทุกรุ่น ก็ยังมาพร้อมกับการรองรับการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันเช่นกัน

ราคาโดยประมาณ : 1,600 – 3,500 บาท (รุ่น 3)

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : Mi Home ควบคุมแพทเทิร์นการหมุน และตั้งเวลาเปิด-ปิด หรือเปลี่ยนโหมด ได้จากในหน้าตั้งค่า หมวด Automation

เหมาะกับใคร ? : คนที่ร้อน

6. Redmi AirDots

หูฟัง True Wireless ที่มาในราคาประหยัดนรกแตก แต่ให้เสียงที่น่าพึงพอใจ เหมาะกับการใช้เป็นหูฟังสำรองในยามออกไปข้างนอกอยู่ไม่น้อย

Airdots มีจุดเด่นตรงที่ได้รวบรวมฟีเจอร์ที่จำเป็นต้องมีสำหรับหูฟัง True Wireless มาไว้ได้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0, Noise Cancelling และควบคุมได้ผ่านการแตะสัมผัส ซึ่งกับหูฟัง True Wireless บางรุ่น ก็ยังไม่ได้ให้ฟีเจอร์นี้มาเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี  Airdots เป็นหูฟังที่เน้นฟีเจอร์การใช้งานรวม ๆ มากกว่าจะโดดเด่นไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง เหมาะเอาไว้พิจารณาเลือกใช้รุ่นนี้กับโอกาสทั่ว ๆ ไป ซึ่งด้วยราคาที่ถูก ทำให้สามารถจะบรรเทาข้อกังวลของหูฟัง True Wireless ไปได้ ทั้งในยามที่แบตเสื่อมแล้วหาเปลี่ยนยาก / เปลี่ยนไม่ได้เลย หรืออาจหล่นหายได้จากอุบัติเหตุต่าง ๆ

ราคาโดยประมาณ : 400 – 500 บาท

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : ไม่มี

เหมาะกับใคร ? : คนที่อยากได้หูฟัง True Wireless สำรอง, ไว้เปิดฟังวิดีโอทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่เพลง หรือไม่ก็พูดคุยโทรศัพท์ตามปกติ

7. Xiaomi Wireless Charging Power Bank

Power Bank คืออุปกรณ์ที่ขาดไปไม่ได้หากรู้ตัวว่าจะต้องออกไปไหนข้างนอกเป็นระยะเวลานาน และในปัจจุบัน Power Bank ของ Xiaomi มีตัวที่รองรับกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งสามารถจะชาร์จไร้สายได้แล้ว เพียงแค่แปะมือถือลงไปนาบเบา ๆ ก็ขึ้นชาร์จได้ทันทีแบบคนหล่อเท่

Xiaomi Wireless Charging Power Bank สามารถชาร์จแบบไร้สายได้กับทุกอุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐาน Qi โดยมีกำลังไฟสูงสุดอยู่ที่ 10W (Quick Charge 3.0) ซึ่งถึงแม้จะดูน้อยไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เมื่อมองว่ามันคือ Power Bank และเอาเข้าจริงก็ยังถือว่าชาร์จได้ไวอยู่พอสมควร

ตัว Power Bank ให้พอร์ต USB Type A และ C มาสำหรับกรณีที่ไม่อยากจะชาร์จไร้สาย ทำให้สามารถที่จะชาร์จได้พร้อมกันหลายอุปกรณ์ แต่ทั้งนี้เราก็แนะนำว่าถ้าไม่ต้องการใช้งานฟังก์ชันการชาร์จไร้สายจริง ๆ ทาง Xiaomi ก็มี Power Bank รุ่นปกติวางขายอยู่ด้วย ซึ่งมีราคาถูกกว่าอยู่พอสมควร ที่ความจุ 10000 mAh เท่ากัน

ราคาโดยประมาณ : 700 – 800 บาท

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : ไม่ควรจะเชื่อมได้

เหมาะกับใคร ? : คนที่มีอุปกรณ์รองรับการชาร์จไร้สาย เช่นสมาร์ทโฟน, หูฟัง True Wireless (ตัวเคส) และอื่น ๆ

8. Xiaomi Mijia Electric Induction Cooker

เพราะในครัวก็ยังขาดความมินิมอลไปไม่ได้ เตาแม่เหล็กไฟฟ้าของ Mijia ตัวนี้ จึงตอบโจทย์กับบรรดาพ่อครัวแม่ครัวที่หลงใหลในความสะดวก ไม่ว่าจะอยากปรุงอาหารแบบอัตโนมัติผ่านแอปฯ หรืออัตโนมือในยามรีบเร่ง ก็พร้อมที่จะตอบโจทย์ให้ได้ทั้งสิ้น

เตาแม่เหล็กไฟฟ้าของ Mi มีจุดโดดเด่นตรงที่สามารถกระจายความร้อนได้ทั่วถึงทั้งเตา ร้อนเร็วแบบเป็นที่น่าพึงพอใจ และเซฟกับการใช้งานมาก ๆ ด้วยขอบยางกันภาชนะลื่นออกจากบริเวณเตา ซึ่งถึงแม้ว่าส่วนใหญ่มักจะขายมาคู่กันกับหม้อที่มีขนาดพอดีกัน แต่เอาเข้าจริงแล้วก็สามารถใช้ได้กับทุกเครื่องครัวที่รองรับ ตามวิสัยปกติของเตาแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่แล้ว

ข้อสังเกตหนึ่งอย่างขณะที่ใช้งาน คือเสียงที่ค่อนข้างดัง แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรนัก เพราะกับการทำอาหารจะมีเสียงดังบ้างสักหน่อยก็เกิดขึ้นแค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น ยกเว้นว่าจะทำหม้อไฟที่ต้องต้มเดือดเป็นเวลานานจริง ๆ

ราคาโดยประมาณ : สังเกตให้ดี เพราะมีอยู่ 2 รุ่น คือ DCL01CM ที่ราคา 1,500 บาท จะเชื่อมต่อผ่านแอปฯ ได้ และมีปุ่มกลม ๆ อยู่ตรงกึ่งกลาง (แบบในรูป) ขณะที่ DCL02CM จะมีราคาราว 1,000 บาท รุ่นนี้จะลดทอนฟังก์ชันลงมาให้ต้องควบคุมด้วยมือเท่านั้น ไม่สามารถเชื่อมต่อกับแอปฯ ได้ ซึ่งตรงกึ่งกลางเตาจะกลายเป็นโลโก้ของ Mijia ขึ้นมาแทนที่

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : DCL01CM สามารถเชื่อมต่อผ่าน Mi Home เพื่อตั้งโปรแกรมการทำอาหารให้สอดคล้องกับเมนู และเลือกใช้ไฟตามเวลาที่เหมาะสมได้

เหมาะกับใคร ? : ทุกคนที่ต้องเข้าครัว ทำได้หมดไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอด ครอบคลุมทั้งวงจร ตราบเท่าที่เครื่องครัวจะอำนวย

9. Xiaomi Mijia Automatic Umbrella

ร่มที่ใครใช้ก็ดูดี ด้วยประสิทธิภาพที่กางได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ เพียง 1 วินาทีเท่านั้น ไวจนสามารถจะควักมากันไม่ให้โดนน้ำสาดจากรถระหว่างที่เดินบนฟุตบาทก็ยังได้ ถ้าไหวตัวทัน

เบื้องหลังของความ Automatic นี้ ที่จริงแล้วก็คือระบบสปริงที่ได้รับการออกแบบกลไกฟิสิกส์มาอย่างดี และสามารถจะใช้งานได้แบบหายห่วงตลอดอายุขัย จนกว่าตัวโครงร่มจะหักกันไปข้าง

ในขากลับที่กดหุบร่มลงมา แม้ว่าจะยังคงหุบได้รวดเร็ว แต่ก็ยังคงต้องใช้มือดันเข้ามาเก็บที่ตัวด้ามอยู่เช่นเคย ซึ่งนอกเหนือไปจากข้อนี้แล้วก็ไม่มีที่ติอะไรอีกเลย ทั้งตัววัสดุและผิวของร่มที่กันน้ำได้ แค่สะบัด ๆ ก็แห้งเกือบหมด ล้วนถือว่าน่าประทับใจ ดูสวยงามเรียบหรูเอามาก ๆ

ราคาโดยประมาณ : เรียบหรูได้ใน 200 – 400 บาท แล้วแต่ร้านที่ขาย

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : ถ้าเชื่อมได้ก็คงจะดูน่าสนุกดี

เหมาะกับใคร ? : ทุกคนที่ต้องฝ่าฝน

10. Mi Pen

ปากกาที่ดูดีก็ทำให้คุณมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่ง Mi Pen สามารถที่จะตอบโจทย์ได้หมดทั้งการดีไซน์, ความใช้งานง่าย, ความทนทาน รวมถึงราคาที่ไม่แพง สามารถซื้อมาตุนไว้ใช้ตามที่บ้าน ที่ทำงาน หรือจะซื้อไว้แจกมิตรสหายขำ ๆ ก็ยังได้

Mi Pen มีพื้นผิวที่มันเล็กน้อย จับแล้วลื่นไม่มาก และให้ผลในเชิงบวกมากกว่า กับข้อที่ว่าเมื่อหมึกเจลเกิดเลอะกับด้ามปากกาที่เป็นสีขาวขึ้นมา ก็สามารถหาผ้าหรือทิชชู่มาเช็ดออกไปได้ในเวลาไม่นานจนเกินไป

ตัวปากกามีไส้สำหรับเปลี่ยนขายแยกอยู่ด้วย ทำให้หายห่วงเรื่องอายุการใช้งาน ตราบใดที่มันยังไม่หล่นหาย หรือโดนคนอื่นดอยไปใช้ ก็รับรองว่า Mi Pen จะเป็นปากกาคู่บุญที่อยู่ติดตัวคุณไปได้นานข้ามปีข้ามภพกันเลยทีเดียว

ราคาโดยประมาณ : 100-200 บาท และประมาณ 50-70 บาทสำหรับไส้ปากกา

การเชื่อมต่อด้วยแอปฯ : ถ้าเชื่อมได้ก็คงจะดูน่าสนุกดี

เหมาะกับใคร ? : ทุกคนที่ชอบขีดเขียน

 

ทั้ง 10 รายการที่เรายกมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสินค้า Xiaomi ที่มีอีกมากมาย ซึ่งกระทั่งบรรดาสินค้าฝากขายกับทางหน้าร้านค้า Mi Youpin ในหลาย ๆ ชิ้น ก็ถือว่าใช้งานได้ดีและน่าจับตามองอยู่ไม่น้อยเลย

ในอนาคต เชื่อว่าเราจะยังได้เห็น Gadget ที่มีความชาญฉลาด ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ถูกเปิดตัวออกมาอีกเรื่อย ๆ แน่นอน เฉกเช่นที่ผลิตภัณฑ์หลักอย่างสมาร์ทโฟน ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองให้เท่าทันหรือนำหน้าคู่แข่ง โดยทั้งหมดก็เพื่อให้ Xiaomi ยังเป็นแบรนด์ที่สมกับสโลแกน “Innovation for Everyone” ต่อไปอย่างมั่นคงและยืนยาว

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close