สารบัญ / Contents
หลังจาก Doom: The Dark Ages วางจำหน่ายและพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นภาคที่กล้าเปลี่ยนสูตรจาก Doom Eternal ที่เป็นสูตรสำเร็จเก่า ด้วยการให้ Doom Slayer ของเรากลายเป็นนักรบหุ้มเกราะที่หนัก เดินช้า แต่ดุดัน
โดยตอนนี้ id Software ก็กำลังเตรียมเสิร์ฟ DLC ตัวแรกของเกมที่หลายคนรอคอยในชื่อ Revelations โดยล่าสุดทีมงาน GamingDose ของเราก็ได้ไปเข้าร่วมงานพรีวิวแบบ Exclusive พูดคุยกับทีมงานและได้เห็นโฉมแรกของ DLC นี้มาแล้วแบบเต็ม ๆ โดยรวมแล้วเนื้อหาชุดนี้เหมือนเป็นการนำจุดเด่นของ Doom Eternal กลับมาผสานเข้ากับโครงสร้างของ The Dark Ages ให้ออกมาเป็นสูตรใหม่ที่โดนใจทุกคน
โดยผู้กำกับของเกมให้นิยามตัวละคร Doom Slayer ในเนื้อหาภาค Revelations ไว้อย่างน่าสนใจว่าเป็น “รถถังติดเจ็ท” คงความหนักหน่วง ทรงพลัง แบบที่ The Dark Ages ทำไว้ แต่เพิ่มความสามารถในการเหาะเหินเดินอากาศที่คล่องแคล่วขึ้น

คอมแบทใหม่: หอก Chain Spear กับโล่ Shield Saw
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือหอกอาวุธใหม่ Chain Spear เปิดโอกาสให้ผู้เล่นพุ่งตัวหลบ คล้ายกับระบบการเคลื่อนที่ใน Doom Eternal แต่ที่น่าสนใจคือการตวัดหอกไม่ได้มีไว้แค่เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ถูกใช้เป็นทั้งการโจมตีทำลายเกราะเหล็กของศัตรู ใช้เพื่อ Parry ปัดป้องการโจมตีระยะประชิด และ Deflect ลูกพลังงานสีเขียวที่ยิงเข้ามา
ที่สำคัญคือ การหลบหรือปัดป้องให้ตรงจังหวะจะช่วยชาร์จพลังให้กับท่าไม้ตายของหอก ซึ่งระบบนี้คล้ายกับการชาร์จพลังท่าโจมตีของหุ่นยนต์ Atlan ในเกมหลัก นั่นหมายความว่าผู้เล่นที่เล่นเก่ง อ่านจังหวะศัตรูได้ดี จะได้รับรางวัลเป็นพลังทำลายที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ส่วนโล่คู่ใจจากภาคหลัก Shield Saw เมื่อเรื่องราวถึงจุดหนึ่งมันก็จะกลับมาให้ใช้งานอีกครั้ง โดยทีมพัฒนาออกแบบให้สลับสับเปลี่ยนกับหอกได้อย่างลื่นไหล แต่มีข้อจำกัดที่น่าสนใจคือ เมื่อเลือกใช้อาวุธไหนอยู่ ผู้เล่นจะถูกล็อกให้อยู่กับความสามารถของอาวุธชิ้นนั้น เช่น จะพุ่งตัวหลบขณะถือโล่ไม่ได้ หรือจะใช้พลัง Shield Rune หลังจากปัดลูกพลังสีเขียวด้วยหอกก็ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งดีไซน์นี้บีบให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจเลือกอาวุธให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่กดสลับไปมาแบบไม่คิดอะไร

เหาะเหินง่ายขึ้นด้วย Meat Hook ปุ่มเดียว
อีกหนึ่งจุดที่ทีมพัฒนาให้ความสำคัญคือการทำให้ผู้เล่นที่ใช้จอยคอนโทรลเลอร์เหาะเหินคล่องตัวได้ไม่ต่างจากคนเล่นด้วยคีย์บอร์ดเมาส์ ด้วยการปรับให้ Meat Hook เหวี่ยงตัวพุ่งทะยานได้ด้วยการกดปุ่มเดียว ต่างจากใน Doom Eternal ที่การเล่นด้วยจอยมักจะเสียเปรียบเรื่องความแม่นยำในการล็อกเป้าเหวี่ยงตัว การปรับจูนครั้งนี้น่าจะช่วยให้ประสบการณ์การเล่นบนคอนโซลสนุกและไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์ด่านสไตล์เกมแนว Metroidvania และฮับ Purgatory
ด้านความยาว ตัว DLC ชุดนี้จะใช้เวลาในเล่นประมาณ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งยาวกว่า Ancient Gods (DLC ของ Doom Eternal) ถึง 2 เท่า แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากกว่าความยาวคือโครงสร้างของฉาก
เพราะ Revelations มีฉากหลักอยู่เพียง 6 ฉาก เท่านั้น แต่ทุกฉากจะถูกออกแบบมาให้มีความเป็น Metroidvania คือผู้เล่นสามารถย้อนกลับไปเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ในฉากเดิมได้หลังจากได้รับคีย์ไอเทมบางชนิด ทำให้แต่ละด่านมีมิติมากกว่าการเดินหน้าทางเดียวแบบที่คุ้นเคย
หนึ่งในฉากที่น่าจับตาคือฉาก Hub หรือฐานหลักของตัวเกม ที่มีชื่อว่า Purgatory ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับยานของพระเอกในภาค Eternal โดยฮับนี้จะค่อย ๆ ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนฉากและเส้นทางที่ผู้เล่นปลดล็อกได้ ทำให้รู้สึกถึงความก้าวหน้าของตัวละคร
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่หวังจะได้ขับหุ่นยนต์ Atlan ใน DLC นี้ คงต้องผิดหวัง เพราะทีมพัฒนายืนยันว่า ไม่มีหุ่นยนต์ Atlan ใน Revelations โดยให้เหตุผลว่าเคยลองนำมาใส่ในช่วงพัฒนาแล้ว แต่พบว่าไม่เข้ากับโทนและจังหวะของคอนเทนต์ใน DLC นี้

ปีศาจหน้าเก่าที่กลับมาและหน้าใหม่ที่ต้องระวัง
ฝั่งศัตรูก็มีการอัปเดตที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะจะให้พระเอกเราโหดอยู่คนเดียวก็คงจะไม่สนุก โดย Archvile ปีศาจตัวเก่าจะกลับมาในรูปแบบเดียวกับที่เคยปรากฏใน Doom Eternal คือใช้พลังอัญเชิญปีศาจตัวอื่นเข้ามาเสริมกำลัง
ส่วนปีศาจหน้าใหม่ที่เปิดตัวมาคือ Warlocks ซึ่งมีบทบาทคล้าย Buff Totem จาก Doom Eternal คือคอยปล่อยพลังเสริมให้ปีศาจรอบข้างแข็งแกร่งขึ้น ทำให้สนามรบอันตรายขึ้นมาก แต่ที่ต่างไปจากโทเทมเดิมคือ Warlocks เป็นปีศาจที่ตอบโต้ผู้เล่นได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เป้าหมายที่ตั้งอยู่เฉย ๆ ให้รีบวิ่งไปทำลาย
อีกหนึ่งตัวที่น่าจับตาคือ Buzzsaw ปีศาจที่มีท่าตัดจังหวะกลางอากาศโดยเฉพาะ ออกแบบมาเพื่อ “เช็กบิล” ผู้เล่นที่ชอบเหวี่ยงตัวด้วย Chain Spear พรวดเข้าใส่ศัตรูแบบไม่ยั้งคิด การมีปีศาจประเภทนี้น่าจะทำให้ผู้เล่นต้องคิดเรื่องจังหวะการเคลื่อนที่กลางอากาศให้รอบคอบมากขึ้น ไม่ใช่แค่กดเหวี่ยงตัวพุ่งเข้าใส่ทุกสถานการณ์

เนื้อเรื่องและโหมดเสริม: เผยชื่อพระเอก เจาะ Lore เต็มอิ่ม
ด้านเนื้อเรื่อง มีการยืนยันแล้วว่าพระเอกของเกมมีชื่อว่า “Flynn Taggart” ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่แฟน ๆ ซีรีส์ Doom รอคอยมานาน
นอกจากนั้น Revelations จะมาพร้อมกับโหมด Nightmare ที่จะพาผู้เล่นย้อนกลับไปเล่นด่านในธีมภาคคลาสสิคของซีรีส์ โดยไอเดียนี้มีความคล้ายกับฉากฝันร้ายใน Wolfenstein: The New Order ที่ผสมผสานความคลาสสิคเข้ากับเกมเพลย์ยุคใหม่
นอกจากนี้ยังมีโหมด Flashback ที่ให้ผู้เล่นได้สัมผัสอดีตของพระเอกโดยตรง เรียกได้ว่าจะมีการเปิดเผยเนื้อหาของ Doom Slayer แบบเต็มอิ่มให้แฟน ๆ สายเนื้อเรื่อง และสำหรับคนที่ชอบติดตามเนื้อเรื่องแบบลึก ๆ ก็จะมี Codex แบบเต็มอิ่มให้อ่านกันจนหนำใจ

End Game: เนื้อเรื่องจบแต่การเล่นยังไม่จบ
แม้เนื้อเรื่องหลักของ Revelations จะจบลง แต่เกมยังมีคอนเทนต์ระยะยาวรองรับผู้เล่นต่อไป โดย End Game สำหรับเนื้อหาเสริมนี้จะให้ผู้เล่นกลับไปเล่นด่านเดิม แต่มาพร้อมเส้นทางใหม่และฝูงศัตรูชุดใหม่ที่แตกต่างจากตอนเล่นเนื้อเรื่องหลัก
และก็ยังมีฉากพิเศษที่ปลดล็อกเป็นระดับขั้น พร้อมการเจอบอสยักษ์ระดับ Uber ที่โหดกว่าปกติ และที่สำคัญคือมีทรัพยากรสำหรับอัปเกรดตัวละครชุดใหม่ ที่ไม่สามารถหาได้จากเนื้อเรื่องหลักของเกม
สรุป
โดยรวมแล้ว Revelations ดูจะเป็นความพยายามของ id Software ในการนำจุดแข็งของ Doom Eternal อย่างความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ มาผสานเข้ากับโทนความหนักหน่วงดิบเถื่อนของ The Dark Ages ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยระบบการต่อสู้ที่ลึกขึ้น ดีไซน์ฉากแบบ Metroidvania ที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าการสำรวจ ปีศาจหน้าใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายสไตล์การเล่นแบบเฉพาะเจาะจง ไปจนถึงคอนเทนต์เนื้อเรื่องและ End Game ที่จัดมาแบบแน่น ๆ
ต้องรอดูกันว่าเมื่อ DLC วางจำหน่ายจริง ระบบเหล่านี้จะถูกขัดเกลาออกมาได้ลื่นไหลและสนุกสมดังที่ทีมพัฒนาตั้งใจไว้มากแค่ไหน แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยมาทั้งหมดนี้ ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟน ๆ Doom ที่กำลังรอคอย Revelations อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว













