สารบัญ / Contents
หลังจาก Valve ประกาศราคาจริงของ Steam Machine เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โลกอินเทอร์เน็ตก็ลุกเป็นไฟทันที เอาแค่กระทู้ Reddit กระทู้เดียวที่คุยกันเรื่องนี้ก็มีคอมเมนต์ทะลุ 2,700 ภายในวันเดียว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็สรุปเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นเครื่องเกมที่ “แพงเกินไป”
แต่จริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแฟน ๆ ถึงสาป Steam Machine กัน แล้วนอกจากเรื่องราคาของเครื่อง มันมีแง่มุมไหนของดราม่านี้ที่น่าพูดถึงอีก วันนี้เราจะพาไปติดตามดูกันในบทความนี้เลย
ย้อนอดีตความเป็นมา Steam Machine

ปูพื้นฐานกันก่อนสักเล็กน้อย สำหรับบางคนที่อาจจะไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น หรืออาจจะยังไม่รู้จักเครื่อง Steam Machine กัน
เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 เมื่อ Valve เปิดตัว Steam Machine “รุ่นที่ 2” แบบเซอร์ไพรส์ คู่กับ Steam Controller ใหม่ และ Steam Frame ซึ่งเป็นเฮดเซ็ต VR ตัวแรกของบริษัท
ต้องเล่ากันก่อนว่าในอดีต Valve เคยมี Steam Machine มาแล้ว แต่ในอดีตตอนนั้น Valve อาศัยการ “จับมือ” กับบริษัทฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เพื่อสร้าง Steam Machine ออกมาหลาย ๆ รุ่น ซึ่งกระแสตอบรับก็ไม่ค่อยดีและเรียกได้ว่าไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าไหร่
หลังจาก Valve กลับมาทำการบ้านใหม่ แล้วปั้นเครื่องเกมของตัวเองอย่าง Steam Deck จนประสบความสำเร็จและได้รับคำชื่นชมอย่างมาก หลายคนก็เลยเฝ้าคอยและตื่นเต้นว่าเมื่อไหร่ Valve จะหวนคืนกลับไปทำ Steam Machine ในแบบของตัวเองเต็ม ๆ กันอีกครั้ง
แม้ Steam Machine จะกลับมาตามที่หลายคนรอคอย แต่กระแสดราม่าก็เริ่มมีเค้าก่อตัวตั้งแต่การเปิดตัว เพราะสเปกของ CPU และ GPU ที่ประกาศออกมา ซึ่งเป็น ชิป Zen 4 หกคอร์ คู่กับ GPU RDNA 3 จำนวน 28 compute unit ถูกมองว่าเทียบเท่ากับการ์ดจอระดับ RX 7600 ตั้งแต่ปี 2023
ทำให้หลายคนมองว่า Steam Machine “ตกรุ่น” ไปแล้วสำหรับเครื่องเกมที่จะวางขายในปี 2026

แม้หลายคนจะตั้งข้อสังเกตกันตั้งแต่ตอนนั้น แต่เสียงบางส่วนก็บอกว่าให้เราดู “ผลงาน” จริงตอนขายแบบเต็ม ๆ
แต่พอเข้าช่วงปี 2026 สถานการณ์ก็ยิ่งซับซ้อนและมีแนวโน้มจะสาหัสเลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อเกิดวิกฤตขาดแคลน RAM หรือหน่วยความจำต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก อันเป็นผลพวงจากการเติบโตแบบมหาศาลของอุตสาหกรรม AI
ราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แทบจะทุกชิ้นส่วนพุ่งขึ้น นำไปสู่การประกาศเลื่อนกำหนดราคาและวันขายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026… โดย Valve ออกมาระบุว่าปัญหาขาดแคลน RAM เป็นเหตุผลหลักของการตัดสินใจครั้งนี้
และแล้วสิ่งที่หลายคนคิดไว้และกลัวกันมาตลอดก็เป็นจริง เมื่อ Valve ประกาศราคาจริงในวันที่ผ่านมา โดยตัวราคานั้นสูงกว่าที่ทุกคนคาดเดาเอาไว้ “มาก” ทีเดียว
และจุดที่ทำให้ดราม่ามันขยายขึ้นไปอีกก็คือเรื่องของ “ประสิทธิภาพ” เพราะแม้ตัวเครื่องจะมีราคาสูงถึง 34,800 บาท ในรุ่น 512 GB (หรือรุ่นที่ถูกที่สุด) แต่ประสิทธิภาพของเครื่องนั้นเรียกได้ว่าไม่ค่อยจะแรงเสียเท่าไหร่
ราคาจริงของเครื่อง

ราคาที่ Valve ประกาศออกมาแบ่งเป็นสี่ระดับตามขนาดความจุและราคาแยกของตัวจอย
รุ่นเริ่มต้นความจุ 512GB แบบไม่รวมจอยตั้งราคาไว้ที่ 1,049 ดอลลาร์ หรือประมาณ 34,800 บาท
ถ้าอยากได้ Steam Controller รวมมาในกล่องด้วย ราคาจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1,128 ดอลลาร์ หรือราว 37,500 บาท
ส่วนรุ่นความจุ 2TB แบบไม่รวมจอยอยู่ที่ 1,349 ดอลลาร์ หรือประมาณ 44,800 บาท
และถ้าเลือกรุ่น 2TB พร้อมจอยในกล่องเดียว ซึ่งเป็นตัวเลือกที่แพงที่สุด ราคาอยู่ที่ 1,428 ดอลลาร์ หรือราว 47,400 บาท
เทียบกับที่ชาวเน็ตคาดการณ์กันไว้ตอนแรกที่ราว 600-750 ดอลลาร์ (ประมาณ 19,900-24,900 บาท) เรียกได้ว่าราคาจริงสูงกว่าที่คาดไว้เกือบหนึ่งเท่าตัว
จุดที่หลายคนโจมตีหนัก

ปัจจุยสำคัญที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็คือราคาของตัวเครื่องที่แพงเมื่อเทียบกับสเปกเครื่องที่ให้ม โดยหลายคนเห็นตรงกันหมดว่า ตัวเครื่องนั้นมีราคาแพง แถมได้ชิบระดับกลาง ๆ จากช่วงยุคก่อน
เมื่อเทียบกับเครื่องเกมที่เข้าสู่ปลายยุคแล้วอย่าง PlayStation 5 ก็ยิ่งเห็นภาพชัดว่า Steam Machine นั้นแรงสู้ไม่ได้แบบชัดเจน แม้แต่เทียบกับ PC ด้วยกันเอง บางคนก็ออกมาชี้ว่า SteamOS เวอร์ชัน 3.8 เปิดโหลดมาใช้งานได้แบบทั่วไป คนเลยลองคำนวณกำเงิน 34,800 บาท ไปประกอบ PC ก็ยังได้เครื่องที่แรงกว่าแบบชัดเจนอยู่ดี
เทียบสเปกกับ PS5 Pro แบบหมัดต่อหมัด
| รายการ | Steam Machine | PS5 Pro |
| CPU | Custom Zen 4, 6 คอร์/12 เธรด, สูงสุด 4.8GHz, TDP 30W | Custom Zen 2, 8 คอร์/16 เธรด |
| GPU | Custom RDNA 3, 28 CU, TDP 110W | Custom RDNA, ~60 CU, 16.7 TFLOPS |
| RAM/VRAM | DDR5 16GB + GPU 8GB GDDR6 แยกส่วน | GDDR6 16GB + DDR5 2GB (รวม) |
| สตอเรจ | 512GB / 2TB | 2TB มาตรฐาน |
| เทคโนโลยีอัปสเกล | AMD FSR 3 | PSSR (เฉพาะของ Sony) |
| จอย | แยกขาย (+2,600-3,300 บาท) | DualSense แถมในกล่อง |
| ราคา | 34,800-47,400 บาท | ~29,900 บาท |
พูดง่าย ๆ จะเห็นว่า PS5 Pro แรงกว่าในแทบทุกมิติ ทั้งจำนวนคอร์ซีพียู, compute unit ของ GPU ที่มากกว่าเกือบ 2 เท่า
ผลทดสอบจริงที่ทำให้ดราม่ายิ่งหนักขึ้น

นอกจากการเปิดเผยราคาจริง… Valve ก็เรียกได้ว่า “ใจถึง” เพราะส่งเครื่อง Steam Machine ให้สื่อไอทีเจ้าดังต่าง ๆ ได้ทำการทดสอบรีวิวตัวเครื่องกันแบบเต็ม ๆ
อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบของแทบทุกที่ ล้วนตั้งข้อสังเกตุตรงกันว่า Steam Machine “แพ้” แบบเต็ม ๆ ในเรื่องการแสดงผลและความลื่นไหลในการเล่นเกมดังต่าง ๆ
เกมอย่าง Crimson Desert เล่นบนเครื่อง PS5 ตัวธรรมดาทำเฟรมเรตได้สูงกว่า Steam Machine ถึง 17%
เกม Forza Horizon 5 ต้องลดความละเอียดของ Steam Machine ลงไปที่ 1620p เพื่อให้เฟรมเรตใกล้เคียงกับ 60fps ของเครื่อง PS5
ฝั่ง IGN ได้ลองทดสอบเกม Cyberpunk 2077 ลองเปิด Ray Tracing Ultra ที่ 4K พร้อม FSR Performance และ Steam Machine รันได้เพียงแค่ 14fps (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อเราดูเสปกเครื่องจริง)
หรือในเกม Black Myth Wukong เครื่อง PS5 รุ่นธรรมดาก็ทำเฟรมเรตได้เร็วกว่า Steam Machine ราว ๆ 3%
อย่างไรก็ตามก็มีบางจุดที่ Steam Machine พอจะสู้ได้คือในฉากที่มีการใช้ CPU หนัก ๆ เช่น บางช่วงใน Crimson Desert หรือพื้นที่ในเมืองของ Baldur’s Gate 3 ซึ่งซีพียู Zen 4 ที่ใหม่กว่าทำงานได้ดีกว่า
แต่โดยรวมแล้วก็ต้องยอมรับว่าแพ้ทั้งราคาและประสิทธิภาพให้กับ PS5 ตัว Pro และในบางเกมก็แพ้ PS5 รุ่นธรรมดาที่ราคาถูกกว่าครึ่งนึง
นำไปสู่มีมล้อเลียนของชาวเน็ตว่ากำเงิน 34,800 บาทไปซื้อ PlayStaion 5 แล้วยังเหลือเงินประกอบ PC ได้อีกเครื่องนึงหรือจะเอาไปซื้อ Nintendo Switch 2 ก็ยังได้
ถ้าประกอบ PC แรงเท่ากัน ใช้งบเท่าไหร่?

เชื่อได้ว่าหลายคนก็คงจะมีคำถาม ว่าในราคาที่เท่ากัน กำเงินไปซื้อเครื่อง PC เราจะได้ PC ระดับประมาณไหน
สื่อดังอย่าง PCWorld ก็เลยลองทดสอบ ไปประกอบ PC จริง ๆ โดยเลือกชิ้นส่วนที่สเปกใกล้เคียง Steam Machine ที่สุด
แต่ต้องย้ำกันก่อนว่านี้ใช้เคสทรงมาตรฐาน ไม่ใช่ไซส์เล็กแบบ Mini-ITX (ซึ่งเรื่องของขนาดก็เป็นจุดเด่นสำคัญของ Steam Machine)
| ชิ้นส่วน | รุ่น | ราคา (USD) | ราคา (บาท) |
| CPU | Ryzen 5 7600X | $147 | ~4,900 บาท |
| GPU | XFX RX 7600 8GB | $280 | ~9,300 บาท |
| RAM | DDR5-6000 16GB | $180 | ~6,000 บาท |
| SSD | 512GB PCIe Gen3 | $70 | ~2,300 บาท |
| เมนบอร์ด | ASRock B650M mATX | $100 | ~3,300 บาท |
| คูลเลอร์ | Thermalright Assassin X | $17 | ~560 บาท |
| เคส | Zalman Cubix mATX | $30 | ~1,000 บาท |
| PSU | Rosewill 750W | $44 | ~1,460 บาท |
| รวม | $887.52 | ~29,500 บาท |
จะเห็นได้ว่า ตัว PC ประกอบเองชุดนี้จะถูกกว่า Steam Machine รุ่นเริ่มต้น ที่ราคา 34,800 บาท อยู่ประมาณ 5,300 บาท
แต่ข้อแม้อย่างที่บอกไปก็คือเคสเป็นทรงสี่เหลี่ยมยาวมาตรฐาน ไม่ใช่ไซส์ลูกบาศก์เล็กจิ๋ว แบบ Steam Machine
ถ้าอยากได้ “ไซส์เท่า Steam Machine ด้วย” ต้องเพิ่มงบเท่าไหร่ ?

ไซส์จริงของ Steam Machine มีขนาดอยู่ที่ 15.2 x 16.2 x 15.6 ซม.
เอาเข้าจริงก็เรียกได้ว่าเล็กกว่าเคส Mini-ITX ทั่วไปอยู่ค่อนข้างมาก การจะเข้าใกล้ขนาดนี้ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งชุดเป็นมาตรฐาน Mini-ITX ซึ่งแพงขึ้นทุกจุด:
| รายการที่ต้องเปลี่ยน | ส่วนต่างราคา (USD) | ส่วนต่างราคา (บาท) |
| เมนบอร์ด ITX (แทน mATX) | +$100-130 | +3,300-4,300 บาท |
| PSU แบบ SFX (แทน ATX) | +$60-90 | +2,000-3,000 บาท |
| เคส ITX ทรงคิวบ์ | +$100-170 | +3,300-5,600 บาท |
| คูลเลอร์แบบโลว์โปรไฟล์ | +$20-40 | +660-1,300 บาท |
รวมแล้วงบประมาณทั้งชุดจะแพงขึ้นไปอยู่ที่ราวประมาณ 39,800 ถึง 44,800 บาท
จะเห็นได้ว่ามีราคาพอกับ Steam Machine รุ่น 2TB ก็ทำให้สรุปได้ว่าที่ Steam Machine มันแพง ก็เพราะมันต้องทำให้มีขนาดเล็ก ตามการดีไซน์ที่ Valve วางไว้
ที่สำคัญกว่านั้น การจะได้ขนาดเท่ากันเป๊ะ ๆ ด้วยชิ้นส่วน PC ทั่วไปนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ โดยมีคนเคยลองทำใกล้เคียงที่สุดด้วยกล่อง Mini PC แบบแบร์โบน (ใช้ ASRock DeskMeet X300) ก็ยังได้ขนาดที่ 21.8 x 21.9 x 16.8 ซม. ซึ่งใหญ่กว่า Steam Machine อยู่ดี
แต่ตอนนั้นยังเป็นช่วงก่อนวิกฤตราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ใช้งบเพียงไปประมาณ 21,600 บาท เท่านั้น
เมื่อมองจากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Steam Machine มีราคาสูงจริง แต่การจะทำให้ตัวเครื่องมีขนาด “เล็ก” ได้ขนาดนี้ ราคา Steam Machine ที่ Valve ตั้งเอาไว้ก็เรียกได้ว่ามันสมเหตุสมผลแล้ว
แต่แน่นอนว่าสำหรับคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดหรือดีไซน์ หรือมองในแง่ความคุ้มค่าและความแรงของเครื่องเป็นหลัก มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า Steam Machine ถือเป็น “มวยรอง” เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น ๆ ทั้งการซื้อเครื่อง Console หรือการประกอบคอม
ข้อดีของ Steam Machine

อ่านมาขนาดนี้ก็ดูจะมีแต่ข้อเสียเต็มไปหมด อย่างไรก็ตาม หากมองในอีกมุม ที่ Steam Machine มีราคาสูงขนาดนี้ มันก็เป็นผลจากวิกฤตขาดแคลนแรมและชิปทั่วโลกที่กระทบทุก ๆ คนเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะ Valve ตั้งใจโก่งราคา
หลายคนก็บอกว่าบริษัทอื่น ๆ ก็ต้องขึ้นราคาสินค้าตัวเองเช่นกัน แม้แต่ฝั่ง Console เองก็ยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของราคาสำหรับเครื่องเกมรุ่นถัดไปที่น่าจะเปิดตัวในช่วงปีหน้า
นอกจากนี้บางคนก็ยังมองว่า Valve ตั้งใจเลือกสเปกระดับกลาง ๆ เพื่อวางมาตรฐานขั้นต่ำของตลาดใหม่ ไม่ได้ตั้งใจสร้างมาแข่งในแง่ความแรงตั้งแต่แรก
และเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าจุดขายที่แท้จริงของ Steam Machine ไม่ได้อยู่ที่ความแรง แต่อยู่ที่การได้ใช้เกมในบัญชี Steam ที่สะสมไว้แล้วต่อเล่นบนทีวีโดยใช้พื้นที่ “นิดเดียว” เพราะราคาเกมบน Steam ที่ถูกกว่าและลดบ่อยกว่า ก็อาจจะพอทำให้มีความคุ้มค่าในระยะยาวแทน (เหมือนการเลือกใช้รถไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน)
อีกทั้งทุกคนที่ได้สัมผัสตัวเครื่องหรือรีวิวกันแล้ว ก็ชื่นชมเรื่องขนาดตัวเครื่องที่เล็ก เสียงเงียบ และกินไฟน้อย ด้วยซีพียูที่ใช้พลังงานเพียง 30W และจีพียู 110W ทำให้เหมาะกับการตั้งวางในห้องนั่งเล่น และที่สำคัญคือมันยังเป็นพีซีจริงที่อัปเกรดและซ่อมแซมเองได้
กระแส Steam Machine ไม่ค่อยจะสู้ดีอย่างเห็นได้ชัด
โดยรวมแล้ว ภาพรวมตอนนี้เสียงด่าก็ดูจะดังกว่าเสียงชมแบบชัดเจน ถ้ามองในแง่ความคุ้มค่าแล้วเทียบกันแบบ “บาทต่อความแรง” พอหยิบไปเทียบกับ PS5 Pro ก็ต้องบอกว่าสู้ไม่ได้เลยในทุกส่วน
แต่อย่างที่เล่ากันไปข้างบนตัว Steam Machine ไม่ได้ถูกออกแบบมาแข่งกับคอนโซลในด้านความแรงอยู่แล้ว แต่เป็น “ตัวเลือก” ให้คุณเล่นเกมในบัญชีบน Steam ที่มีอยู่แล้วบนจอทีวี
เอาจริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่า Valve ถือว่า “ซวย” แบบเต็ม ๆ เพราะในช่วงที่ราคาอุปกรณ์พีซีทั่วโลกพุ่งสูงจนฉุดไม่อยู่ สินค้าคอมพิวเตอร์ที่สมัยก่อนมีแต่ราคาจะลดดันราคาแพงขึ้น
ก็เลยทำให้ตัวเครื่อง “ดู” ไม่คุ้มค่าพอสำหรับคนส่วนใหญ่นั่นเอง













