สำหรับเกมเมอร์รุ่นเก่า เวลาที่เล่นเกมไม่ผ่าน หรือติดขัดตรงจุดที่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปในเกมที่นั้นถือเป็นความทรมานอย่างที่สุด เพราะในยุคนั้นเราไม่มีอินเทอร์เนตความเร็วสูงให้ใช้ การค้นหาข้อมูลผ่านทางระบบออนไลน์ก็ทำได้ค่อนข้างลำบากเพราะมีแต่อินเทอร์เนตแบบ 56K เท่านั้น และสิ่งที่จะมาเติมเต็มความต้องการนี้ได้ก็คือหนังสือบทสรุปเกมนั่นเอง
สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับผู้เขียนเมื่อประมาณสิบหรือยี่สิบปีก่อน นอกจากการได้เล่นเกมหรือเดินเที่ยวห้างแล้ว การแวะเข้าร้านหนังสือที่มีหนังสือเกมให้ดูให้อ่านเต็มไปหมดนั้นคือความสุขอย่างที่สุด แม้ทุนทรัพย์ที่มีจะเล่นได้เพียงแค่เกมอาร์เคดหยอดเหรียญในบางโอกาส แต่การได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับเกมที่อยากเล่นหรือชื่นชอบก็ทำให้เราสามารถนำเนื้อหาที่อยู่ในนั้นไปคุยกับเพื่อนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันได้อย่างออกรสในเวลาต่อมาได้เลย
และยิ่งสำคัญขึ้นไปอีกสำหรับคนที่เล่นเกมอย่างจริงจัง ด้วยกำแพงทางภาษาที่เป็นเกมญี่ปุ่นอ่านไม่ออกบ้าง หรือปริศนาที่ต้องอาศัยการตีความอย่างมาก แม้แต่จุดที่แนะนำให้ฟาร์มเพื่อเก็บของดีที่สุดเป็นเปอร์เซ็นก็กลายเป็นข้อมูลที่ทุกคนโหยหา และจะไปหาได้จากไหนอีกนอกจากในหนังสือบทสรุป ที่พึ่งพายามยากของเหล่าเกมเมอร์ที่เล่นเกมไม่ผ่านนั่นเอง

หนังสือบทสรุปนั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้เล่นเกมชาวไทยมานานมาก
โดยส่วนใหญ่แล้วก็อาศัยการแปลมาจากคู่มือภาษาญี่ปุ่นอีกที แปลถูกแปลผิดบ้าง แต่ก็ช่วยให้ผู้เล่นไถเกมไปจนจบได้ โดยเฉพาะบทสรุปเกมของนิตยสาร Tonbo ที่เรียกว่าทั้งอ่านเพลินและมีรายละเอียดเยอะมาก หรือค่ายอื่น ๆ เช่น Mega ที่มีลิขสิทธิ์ของ Famitsu จากญี่ปุ่นอยู่ในมือ กับ Game Mag ในสมัยแรกที่ทำออกมาได้ละเอียดไม่แพ้กัน เรียกว่าเราเริ่มเล่นเกมก็มีหนังสือเฉลยเกมวางอยู่ข้างตัวกันแล้วตั้งแต่ตอนนั้น
แน่นอนว่าเกมไหนที่คนเล่นเยอะ บทสรุปเกมนั้นก็ยิ่งขายดี ค่ายไหนทำออกมาก็การันตีได้เลยว่าขายได้แน่นอน เช่นตระกูล Final Fantasy, Dragon Quest, Metal Gear Solid, Super Robot หรือแม้แต่รวมท่าไม้ตายเกมต่อสู้ก็ขายดี เพราะในยุคนั้นไม่มีวิธีกดท่าไม้ตายใส่เข้ามาให้แบบเกมในสมัยนี้ และการอ่านชื่อแปลท่าไม้ตายของบางเจ้าก็ค่อนข้างเพลิดเพลินดีเหมือนกัน หรือแม้แต่สูตรโกงก็สามารถเอามารวมเล่มขายได้อีก เรียกว่าอะไรที่ช่วยให้เล่นเกมได้สนุกและจบไวขึ้นนี่ขายดีหมดทุกอย่างจริง ๆ
หรือถ้าไม่เน้นขายเร็วแต่เน้นความหรูหราและรายละเอียดแน่น ๆ เราก็มีบทสรุปเกมของทาง Future Gamer ที่ได้รับลิขสิทธิ์แปลมาจาก Prima และ Brady Games สำหรับชาว PC อัดแน่นไปด้วยข้อมูลของทีมงาน ที่ได้รับสิทธิ์ในการเล่นเกมก่อนเพื่อเขียนบทสรุปแบบละเอียดสุด ๆ หรือที่คุณ Gamemaniac เคยเขียนเอาไว้อย่าง GTA: Vice City, The Elder Scrolls IV: Oblivion และอีกหลายเกมที่ละเอียดแบบสุด ๆ ถือเป็นมือหนึ่งในด้านการเขียนบทสรุปเกมที่เก่งที่สุดในประเทศไทยมาจนถึงตอนนี้
นอกจากจะเอามาใช้ในการอ้างอิงตอนเล่นเกมแล้ว การหยิบมันมาอ่านในเวลาว่างก็ให้ความเพลิดเพลินแก่เราไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงที่ไม่ได้เล่นอยู่หน้าจอ มันทำให้เราสามารถรู้สึกถึงบรรยากาศและการบอกเล่าเรื่องราวของเกมผ่านทางตัวอักษร โดยเฉพาะคนที่เขียนเก่ง ๆ อ่านสนุกก็เป็นการฆ่าเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก แถมยังจำข้อมูลไปใช้ได้ในการเล่นรอบต่อไปได้อีกด้วย
ในเวลาต่อมา แม้ดูเผิน ๆ ตลาดหนังสือบทสรุปเกมจะดูโค่นได้ยากเพราะวงการเกมก็โตขึ้นทุกวัน
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าความต้องการในการซื้อหนังสือบทสรุปนั้นลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย
ด้วยความต้องการของผู้บริโภคเองที่ลดลง และสื่อออนไลน์ก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ทำให้พวกเราสามารถหาข้อมูลในการผ่านด่านที่ต้องการได้แทบจะในทันที จนความสำคัญของหนังสือบทสรุปลดลงไป แม้จะมีบางค่ายที่เน้นความละเอียดและความสวยงามน่าสะสมเข้าสู้ แต่ยอดขายก็ไม่ได้ดีเท่าเดิมจนต้องเลิกการผลิตไปในที่สุด
แน่นอนว่านี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่ในบ้านเรา เพราะค่ายใหญ่อย่าง Prima Games เองก็ต้องปิดตัวลงไปเมื่อกลางปีที่แล้วเพราะประสบปัญหาขาดทุนจนไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ผันตัวเป็นสื่อออนไลน์ไปจนเกือบหมด แม้เราจะหาข้อมูลเกี่ยวกับเกมที่ได้เร็วขึ้น แต่ความขลังในการได้พลิกหน้ากระดาษแบบเป็นรูปเล่มก็ยังเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากกว่าอยู่ดี

แม้ความรวดเร็วจะเป็นข้อดีหลักของระบบออนไลน์ยุคนี้ แต่บทสรุปแบบรูปเล่มนั้นก็มีเสน่ห์ของมันในแบบที่สื่อออนไลน์ให้ไม่ได้
เช่นการจัดรูปเล่มสวยงามน่าสะสม การอ้างอิงข้อมูลที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เนต และความรู้สึกดีที่ได้พลิกหน้าหรือมองมันบนชั้นหนังสือก็เป็นอะไรที่บทสรุปออนไลน์ไม่สามารถให้ได้ และหลายครั้งก็เหมือนเป็นการเชิญชวนให้เราหยิบมันออกมาจากชั้นวาง และบรรจงเปิดอ่านอย่างคิดถึง เป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากการอ่านผ่านระบบออนไลน์แบบแทนกันไม่ได้เลย
แม้หนังสือบทสรุปจะหายจากวงการเกมไปแบบเงียบ ๆ แต่หนังสือรวมภาพหรืองานศิลป์ที่เกี่ยวกับเกมนั้นยังคงขายได้อยู่เสมอ อาจเป็นเพราะการที่มันมีเนื้อหาที่หาไม่ได้ในการเล่นเกมหรือค้นเจอในอินเทอร์เนตได้ง่าย ๆ ทำให้มันมีคุณค่ามากกว่าหนังสือแบบอื่น ๆ อย่างไรเสีย เราก็ไม่อาจลืมได้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของเรานั้นมีความสุขแค่ไหนที่มีหนังสือเกมรายล้อมรอบตัว ได้ใช้จินตนาการในการอ่านและซึมซับสิ่งที่ผู้เขียนต้องการนำเสนออย่างตั้งใจได้อย่างเพลิดเพลิน

และถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่อดีต แต่การได้จับต้องสิ่งที่นอกเหนือจากสื่อดิจิทัลนั้นเป็นความประทับใจที่ไม่เคยลืมได้ลงจริง ๆ ครับ














