สารบัญ / Contents
ในวันที่ AI สามารถสร้างภาพ เขียนโค้ด ทำเสียงพากย์ และช่วยสร้าง Assets เพื่อนำไปใช้ในผลงานเกมได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที อาชีพสายศิลปินในวงการเกมก็ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุด
แน่นอนเราปฎิเสธไม่ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและมีคนที่ได้รับผลกระทบจากการมาถึงของเทคโนโลยีนี้จริง
แต่ท่ามกลางพายุของการเปลี่ยนแปลง ดูเหมือนว่าก็ยังมีสตูดิโอผู้พัฒนาเกมจำนวนไม่น้อยที่ยังคงจ้างศิลปินและแอนิเมเตอร์ที่เป็น “มนุษย์” ต่อไป
และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ การจ้างงานที่ว่าจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามายังศิลปินคนทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย
โดยประเด็นนี้ถูกนำเสนอในบทความของเว็บ South China Morning Post โดยคุณ Aidan Jones และมีการลงพื้นที่พูดคุยกับศิลปิน นักพัฒนาเกม และคนในอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อดูว่า ในวันที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการสร้างเกม เหตุใด “ฝีมือมนุษย์” จึงยังมีความสำคัญ
เนื้อหาในบทความและการสัมภาษณ์นั้นน่าสนใจมากจนเราขอหยิบยกมาขยายมุมมองและนำเสนอให้ได้อ่านกัน

AI กระทบวงการเกม “จริง”
เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว เมื่อการมาถึงของเทคโนโลยี AI ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการทำงานของวงการเกมไปจากเก่า
Generative AI สามารถเข้ามาช่วยงานที่เคยต้องใช้คนและใช้เวลาจำนวนมาก เรียกได้ว่าทุกภาคส่วนของการ “พัฒนาเกม” ไล่กันไปตั้งแต่ การเขียนโค้ด การสร้างภาพและ Assets ไปจนถึงการสร้างเสียงพากย์ตัวละครและส่วนอื่น ๆ
ผลที่ตามมาก็คือต้นทุนในการพัฒนาผลงานเกมนั้นลดลง และแน่นอนว่าก็กระทบต่อตำแหน่งงานในวงการแบบชัดเจน
Morgan Stanley บริษัทให้บริการทางการเงินระดับโลก เคยประเมินไว้ว่า AI อาจช่วยลดต้นทุนต่อปีของอุตสาหกรรมเกมได้สูงถึงประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การสำรวจบุคลากรในอุตสาหกรรมเกมญี่ปุ่นโดย CESA เมื่อเดือนกันยายน พบว่ามากกว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 1,300 คนระบุว่าองค์กรของพวกเขาใช้ Generative AI เพื่อช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มการเติบโต
AI บุกวงการเกมจริง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายจริง และบริษัทเกมจำนวนมากก็เริ่มสำรวจหาทางนำ AI เข้ามาใช้งานกันเรียบร้อย
แต่สุดท้าย “มนุษย์” ก็ยังย้อนกลับมามีความสำคัญในการพัฒนาผลงานอย่าง “วิดีโอเกม”
AI ทำงานช่วยได้ แต่มนุษย์ยังต้องเป็นคนปิดงาน
คุณ Aidan Jones ได้ไปสัมภาษณ์คุณ James Chaingam นักศึกษาด้าน Animation และ VFX วัย 19 ปีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งรับงานฟรีแลนซ์ด้านศิลปะและแอนิเมชันภายใต้ชื่อ Avomavomy
“เทรนด์” ที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม คือการผสมการทำงานของมนุษย์เข้ากับ AI ไม่ใช่การต่อสู้แข่งขันกันโดยตรง หรือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป
“ผู้บริโภคยังต้องการสิ่งที่ที่มีหัวใจของมนุษย์อยู่ครับ”
“ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ต้องการผลงานจากศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือคนที่ต้องการร่วมงานกับมนุษย์ที่เข้าใจว่าพวกเขากำลังมองหาอะไรอยู่ พวกเขาต้องการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และยังคงผูกพันกับความเป็นมนุษย์ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน”
AI สามารถช่วยสร้างภาพต้นแบบหรือทดลองแนวทางได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นสตูดิโอหรือทีมพัฒนาจึงว่าจ้างศิลปินมนุษย์เข้ามาปรับแก้ สร้างรายละเอียด และทำให้งานสุดท้ายมีเอกลักษณ์ตรงกับสิ่งที่ต้องการ
นี่เป็นจุดที่ศิลปินที่เป็นมนุษย์ตัวจริงยังได้เปรียบ AI เพราะคนยังต้องการงานภาพหรือเนื้อหาที่ทุกอย่างสอดคล้องเข้าด้วยกันและมีเอกลักษณ์มีความเป็นผลงานศิลปะที่แท้จริง
ดังนั้นผลงานต่าง ๆ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ก่อนจะประกอบกันขึ้นมาเป็นเกม ยังต้องการมีคนมาควบคุมว่า ภาพนี้เข้ากับโลกของเกมหรือไม่ ตัวละครมีเอกลักษณ์หรือเปล่า สไตล์ของงานไปในทิศทางเดียวกับเกมหรือไม่
คุณ James Chaingam มองว่า ผู้เล่นยังต้องการงานศิลปะที่สร้างโดยมนุษย์ โดยเฉพาะงานที่มีสไตล์เฉพาะตัวและความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างจากภาพที่สร้างขึ้นมาแบบทั่วไป

แล้วทำไมต้องเป็นศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไทย?
คำตอบแรกคือเรื่องต้นทุน
อย่างที่เล่ากันไปตอนแรก ค่าจ้างศิลปินฝีมือดีในประเทศไทยหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงถือว่าถูกมากยิ่งเมื่อเทียบกับคนในวงการเดียวกันจากฝั่งซีกโลกตะวันตก
ศิลปินฟรีแลนซ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถรับงานในราคาที่ต่ำกว่าศิลปินในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น หรือประเทศฝั่งตะวันตกแบบขัดเจน ในบทความของ SCMP ระบุว่าศิลปินในภูมิภาคบ้านเราสามารถคิดค่าทำตัวละครหรือชุด Assets สำหรับเกมอยู่ ในราคาเพียงแค่ 50-300 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของงาน
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทำงานตัวจริงในวงการแล้วเรื่องของ “ราคา” ก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ศิลปินในไทยได้รับการยอมรับจากทีมพัฒนาเกมจากทั่วโลก
คุณ Andy Chaisriri นักออกแบบเกม อาจารย์ และผู้ร่วมก่อตั้งทีมงาน Bit Egg ในเชียงใหม่ มองว่าจุดแข็งของไทยอยู่ที่คุณภาพและความหลากหลายของบุคลากร
“คนไม่ได้มา (มองหาแรงงาน) ที่นี่เพราะมันถูกอย่างเดียวครับ พวกเขาได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจด้วย ฐานบุคลากรด้านงานศิลป์ของไทยมีความแข็งแกร่งจริง ๆ”
ประเทศไทยจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสถานที่สำหรับลดต้นทุน แต่เป็นอีกหนึ่งแหล่งบุคลากรด้านศิลปะที่สามารถส่งงานให้กับโปรเจกต์ต่างประเทศได้จริง ปิดงานได้จริง และมีคุณภาพในระดับ “สากล”
คนทำงานในไทยค่าแรงถูกกว่าแต่ฝีมือระดับสากล
เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการทำงานในเมืองใหญ่อย่าง Los Angeles กับกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ความแตกต่างชัดเจนแบบเห็นได้ชัด
สำหรับสตูดิโอขนาดเล็กหรือกลางที่ต้องการสร้างเกมโดยมีทีมศิลปินจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสามารถกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ได้
ดังนั้นประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของงาน Outsourcing (หรือการส่งงานบางส่วนออกไปให้ทีมงานนอกบริษัททำ) โดยเฉพาะงานด้าน Game Art และ Animation
ข้อมูลจากรายงาน SEA Game Talent Economics ของ Malaysia Digital Economy Corporation ระบุว่า Game Artist เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในสตูดิโอเกมของภูมิภาคบ้านเรา โดยเฉพาะสตูดิโอที่รับงาน Outsourcing ซึ่งงานสร้าง 3D Assets เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม ในตลาดตะวันตก มาเลเซียยังมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าประเทศไทยบ้านเราในบางกรณี ที่โดดเด่นที่สุดก็คือเรื่องของความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษนั่นเอง
แต่ในด้านฝีมือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ศิลปินไทยเองก็มีพื้นฐานและอิทธิพลจากทั้งงานญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ รวมถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยจากที่อื่น ๆ ซึ่งทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์งานที่หลากหลายได้ ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของแรงงานบ้านเรา
ปัญหาจาก AI ก็มีอยู่จริง มันอาจไม่แย่งงานคนเก่ง แต่แย่งงานคนเริ่มต้นในวงการ
เราปูกันมาขนาดนี้ก็ใช่ว่า AI จะไม่สร้างปัญหาให้กับวงการนักพัฒนาเกม โดยเฉพาะเหล่าศิลปินแต่อย่างใด
อย่างที่เราเล่าเราคุยกันในหลาย ๆ ครั้ง AI เข้ามาแย่งชิงพื้นที่แรงงานในหลายภาคส่วน และถึงแม้มันจะเป็นโอกาสสำคัญให้กับหลายทีมพัฒนา รวมถึงมันอาจจะไม่ได้แย่งงานจากคนเก่งหรือ “คนดัง” ของวงการเกม แต่มันส่งผลกระทบอย่างแน่นอนต่อนักศึกษาจบใหม่หรือคนที่ยังไม่มีรากฐานที่มั่นคงในหลาย ๆ ด้าน
เพราะสำหรับศิลปินที่มีประสบการณ์สูง มีชื่อเสียง มีสไตล์เฉพาะตัว และสามารถควบคุม Art Direction ได้ชัดเจน การเข้ามาของ AI อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
แต่สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ หรือคนที่กำลังจะเข้าสู่วงการ นี่จะเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะถ้าสตูดิโอเกมสามารถใช้ AI สร้าง Concept Art หรืองานต้นแบบจำนวนมากได้ด้วยต้นทุนต่ำ งานระดับ Junior ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับศิลปินหน้าใหม่ก็อาจลดจำนวนลง
พูดง่าย ๆ ว่าคนรุ่นใหม่กำลังเจอกับปัญหา “ไม่มีงานให้เริ่มต้นเก็บประสบการณ์” ก่อนที่จะมีโอกาสพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นศิลปินระดับ Senior
ถ้าเป็นเกมก็คงต้องบอกว่า ต้องลงสนามโดยไม่มี Slime เลเวล 1 ให้ได้ตี แถมต้องมีโหมด PvP กับรุ่นพี่ในวงการกันอีกด้วย
คุณ James Chaingam ก็กังวลในปัญหานี้เช่นกัน
ในฐานะนักศึกษาซึ่งหารายได้ส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยด้วยการรับงานฟรีแลนซ์ด้านศิลปะและแอนิเมชัน เจ้าตัวก็กังวลอยู่เหมือนกันว่า ตำแหน่งงานที่มีค่าตอบแทนอาจหายไปก่อนที่เขาจะเรียนจบและกระโดดลงสู่สนามเป็นคนทำงานแบบเต็มตัว
AI กำลังเข้ามามีบทบาทในกระบวนการพัฒนาเกมมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างคอนเซปต์ไปจนถึงการออกแบบ อีกทั้งยังมีความสามารถในการผลิตคอนเทนต์จำนวนมหาศาล เพื่อตอบสนองตลาดที่อาจเริ่มให้ความสำคัญกับปริมาณผลงานมากกว่าคุณค่าทางศิลปะ
“ตอนนี้ผู้คนยังมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจต่อ AI สร้างสรรค์ (Generative AI) เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกสบายใจกับการใช้งานมัน”
“แต่ AI กำลังสร้างแรงกดดันต่อเนื่องไปตลอดทั้งสายงาน พวกเราทุกคนต่างต้องแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งงาน และรับงานฟรีแลนซ์กันมากขึ้น อุตสาหกรรมนี้มีคนทำงานอยู่เต็มตลาดแล้ว เมื่อการแข่งขันสูงขึ้น ราคาค่าจ้างก็ลดต่ำลง”
อย่างที่เราคุยกันไป AI ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดกับผู้คนที่กำลังจะเดินเข้าสู่ตลาดแรงงานในก้าวแรก เพื่อน ๆ นักศึกษาของ James หลายคนก็คิดถึง
โดยคุณ James เล่าว่าเพื่อนร่วมชั้นชาวไทยของเขาหลายคนมีฝีมือสูง เก่งกันมาก ๆ แต่ก็ยังกังวลกับอนาคต “บางคนเก่งมากจนสามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับงานระดับสตูดิโอได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังกังวลเรื่องการพัฒนาทักษะ การสร้างคอนเนกชัน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก”
โอกาสที่มาพร้อมกับความเสี่ยงและการปรับตัว
ย้อนกลับไปยังตอนแรกที่เราอยากหยิบยกบทความนี้มาขอขยายและเอามาคุยกันเพิ่มเติม
บทความต้นฉบับของคุณ Aidan Jones ชี้ให้เราเห็นว่า ณ ตอนนี้ การมาถึงของ AI ก็เข้ามาเปิดโอกาสใหม่พร้อมกับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าทุกคนต้องปรับตัวในการมาถึงของ “เทคโนโลยี” ใหม่อย่าง AI และศิลปินรวมไปถึงนักพัฒนาในไทยบางส่วนก็ได้ประโยชน์จากประตูที่เปิดกว้างขึ้นและโอกาสในการร่วมงานกับทีมพัฒนาจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม โอกาสและการจ้างงานที่เกิดขึ้นนั้น จะมีอยู่ต่อไปอีกนานแค่ไหน ?
เรามีบุคลากรด้านศิลปะที่สามารถทำงานกับสตูดิโอต่างประเทศได้จริง และต้นทุนยังแข่งขันกับทีมพัฒนาระดับโลกได้ แต่ขณะเดียวกัน หากอุตสาหกรรมเกมยังต้องต่อสู้แข่งขันกันหนักขนาดนี้ไปเรื่อย ๆ การพึ่งพางาน Outsourcing เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะมีอนาคตที่ “ยั่งยืน”
โอกาสมีอยู่จริง การจ้างงานอาจจะเข้ามาจริง
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่มีมูลค่าสูงจริงมีประโยชน์จริงต่อคนทำงานในบ้านเรา อาจไม่ใช่การเป็นคนที่สร้าง Assets ให้เกมของคนอื่นได้ในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น
แต่คือการเป็นคนที่สามารถสร้าง เกม ตัวละคร และ IP ที่คนทั่วโลกอยากเล่นและจดจำได้ด้วยตัวเอง นั่นเอง

















