Peter Molyneux ชี้วงการเกมกำลัง “แกล้งทำเป็นไม่ใช้ AI” ทั้งที่ความจริงแทบเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะเขียนโค้ดโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยีนี้
Peter Molyneux นักพัฒนาเกมระดับตำนานผู้ให้กำเนิดเกมแนวพระเจ้า (God Game) ชื่อดังอย่าง Black & White, Populous, Theme Park, Dungeon Keeper และ Fable ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง PC Gamer ถึงมุมมองที่มีต่อ AI ในอุตสาหกรรมวิดีโอเกม
สรุปใจความได้ว่า Peter Molyneux มองว่า AI กลายเป็นประเด็นที่เปรียบเสมือน “เผือกร้อน” ของวงการเกม
เนื่องจากผู้เล่นราว 12% ต่อต้านการใช้ AI ในเกมอย่างหัวชนฝา ซึ่งเขายืนยันว่า ต้นเหตุทั้งหมดต้องย้อนกลับไปตำหนิโมเดลอย่าง ChatGPT และ Gemin ว่าเป็นต้นเหตุที่สร้างภาพลักษณ์ติดลบให้กับ AI จากการ Gen ภาพที่ผิดเพี้ยน เช่นนิ้วเกิน แขนขาผิดปกติ จนทำให้เกมเมอร์เหมารวมว่า AI เท่ากับขยะคุณภาพต่ำ หรือที่เราคุ้นเคยหรือเรียกกันติดปากว่า AI Slop
คุณ Peter Molyneux เปิดเผยความจริงในวงการว่า ในเมื่อแพลตฟอร์มหลักอย่าง Steam มีกฎให้ผู้พัฒนาต้องติ๊กช่องว่า “เกมนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ AI หรือไม่” ซึ่งหากติ๊กยอมรับ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ก็จะเมินหน้าหนีทันที ทำให้ปัจจุบัน ทุกค่ายเกมและทุกเกมที่ปล่อยออกมาในช่วงปีที่ผ่านมาต่างก็ใช้ AI เบื้องหลังกันทั้งสิ้น แต่เลือกที่จะ “แกล้งทำเป็นไม่ได้ใช้” และไม่ติ๊กช่องดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสดราม่า

เขาย้ำว่าในความเป็นจริงแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุคนี้ที่จะเขียนโค้ดโดยปราศจากฟีเจอร์ช่วยเติมเต็มบรรทัดโค้ด (Line Completion) หรือเครื่องมือ AI ต่างๆ
(อย่างไรก็ตามตรงนี้เราต้องขยายความเข้าใจเพิ่มเติมว่าปัจจุบัน Steam ยกเว้น การระบุว่าเป็นผลงานเกม AI หากใช้ในการเขียนโค้ดเท่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือเกมจะต้องติ๊กระบุว่าเป็นเกม AI ก็ต่อเมื่อมีการใช้งานในรูปแบบ Generative AI นั่นเอง)
เมื่อถูกถามถึงตัวอย่างการใช้งานจริง Peter Molyneux ยกตัวอย่างขั้นตอนการทำคอนเซปต์อาร์ตหรือการสร้างต้นแบบตัวละคร (Prototype) จากเดิมที่ต้องใช้เวลาพูดคุยกับศิลปินและปรับแก้กันเป็นสัปดาห์ หรือใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในการเขียนโค้ดเพื่อให้ตัวละครซอมบี้ขุดดินขึ้นมาจากหลุมและขยับตัวได้อย่างราบรื่น แต่ปัจจุบันด้วย AI เราสามารถสั่งการและสร้างโค้ดต้นแบบเหล่านั้นได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว
“ผมคิดว่า AI ยังทรงพลังไม่พอที่จะไว้วางใจให้สร้างชิ้นงาน (Asset) คุณภาพสูงระดับวางขายในเกมเต็มในตอนนี้… แต่รอดูเถอะ อีกไม่นานเกินรอ มันจะฉลาดขึ้นกว่าเดิมแน่นอน”
Peter Molyneux ทำนายว่าภายในเวลาไม่ถึงปี AI จะถูกผสานเข้ากับมิดเดิลแวร์หลักอย่าง Unreal Engine และ Unity ชนิดที่ว่าแยกออกจากกันแทบไม่ได้อย่างแน่นอน
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การโฆษณา ต่างอ้าแขนรับ AI เป็นผู้ช่วยชีวิต แต่วงการเกมกลับพยายามผลักไสไล่ส่งมัน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการยกระดับความคิดสร้างสรรค์สำหรับสตูดิโอทุกขนาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง












