จัดเป็นเกมที่มีเนื้อหาที่กินใจตลอดการเล่นตั้งแต่ต้นจนจบสำหรับ Clair Obscur: Expedition 33 แต่กว่าจะมีถึงจุดนี้ได้ ทางทีมงานเองก็ต้องพิจารณาอะไรหลายอย่าง รวมถึงการตัดฉากจบบางตัวออกไปด้วย

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของคุณ Guillaume Broche ผู้กำกับเกมฝ่ายสร้างสรรค์ในช่อง YouTube Behind The Voice เกี่ยวกับเรื่องของการเขียนบทในช่วงท้ายของเกม ซึ่งเขาเผยว่าบทของฉากจบทั้งสองแบบนั้นถูกเขียนขึ้นในเวลาเดียวกัน และด้วยการที่ตัวของเขานั้นก็ชอบเรื่องเศร้า ๆ มาก การเขียนบทของฉากจบทั้งสองแบบจึงออกมาในแบบที่มีทั้งสิ่งที่ดีและมีดีผสมกันด้วย
“ผมชอบเรื่องราวเศร้า ๆ มากครับ เพราะอย่างนั้นผมก็เลยไม่อยากให้ตอนจบทั้งสองแบบนั้นดีในแง่ใดแง่หนึ่ง แต่จะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ผสมกันด้วยครับ” Broche กล่าว
อีกสิ่งหนึ่งที่ทางคุณ Broche ชื่นชอบมากก็คือ ในฉากจบทั้งสองแบบนั้นไม่มีบทพูดเลยแม้แต่คำเดียว ซึ่งถือเป็นการเปิดกว้างให้ผู้เล่นได้ตีความฉากจบนั้นด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ และช่วยส่งเสริมความซับซ้อนทางด้านอารมณ์ของตัวละครในเกมให้เห็นเด่นชัดขึ้นอีกมากด้วย

นอกจากนั้น Broche ยังเผยว่ามีฉากจบอยู่สองแบบที่ถูกตัดออกไปในช่วงท้ายของการพัฒนา อันหนึ่งนั้นเป็น Maelle กับ Verso ยืนโต้เถียงกันและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เลือกตัวเลือกในระหว่างที่ทั้งสองคนนั้นกำลังถกเถียงกันอยู่ด้วย เหมือนกับการพูดแทรกในระหว่างที่เราพูดคุยกันจริง ๆ แต่ในเกมนั้นมันออกมาดูแย่มาก ก็เลยตัดทิ้งไป
เรื่องหนึ่งที่คุณ Broche ชื่นชมมากก็คือทีม Motion Capture ของเกมที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงนาทีสุดท้าย โดยเฉพาะฉากจบของ Maellle ที่นักแสดง Motion Capture ทั้งสองที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวคุณ Broche นั้นส่งบทให้เขาทั้งสองดูอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่งก่อนถ่ายทำ แม้จะไม่ยาวนัก แต่พวกเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
Clair Obscur: Expedition 33 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ บนระบบ PS5, Xbox Series X|S และ PC











