ถ้าหากไม่มีคำพูดของผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนนั้น Hideo Kojima อาจไม่ได้กำกับเกมที่เปลี่ยนวงการอย่าง Metal Gear Solid และ Death Stranding ในปัจจุบันนี้แน่นอน
จากบทสัมภาษณ์ล่าสุดในเว็บไซต์ ananweb ของญี่ปุ่น ที่เขาได้เล่าเรื่องราวของตัวเองในสมัยก่อนที่จะมาทำงานในวงการเกม ซึ่งเขาเผยว่า เรื่องราวเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเขาไปตลอดกาล ซึ่งเป็นคำพูดที่มาจากผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลในบริษัทแห่งหนึ่ง

Kojima เล่าว่า ในตอนนั้นเขาเป็นนักศึกษาจบใหม่จากคณะมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระดับรอง ไม่มีประสบการณ์ในการเข้าชมรมหรือศึกษาต่อต่างประเทศ และการหางานในตอนนั้นของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในประเทศญี่ปุ่น บางคนใช้เวลาหลายปีหลังเรียนจบกว่าจะหางานได้ และ Kojima เองก็เช่นกัน
Kojima ในตอนนั้นได้ทิ้งฝันที่จะเรียนต่อทางด้านศิลปะ เพื่อค้นหาโอกาสในการเข้าทำงานในบริษัทชั้นนำ ซึ่งฝันที่อยากทำงานที่เกี่ยวกับความสร้างสรรค์ยังคงอยู่ แต่จากเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา รวมถึงการที่พ่อของเขาเสียชีวิตในตอนนั้น ทำให้เขาต้องทิ้งฝันนั้นไปอย่างน่าเสียดาย
บริษัทหลายแห่งปฏิเสธใบสมัครของ Kojima เพียงเพราะว่าเขาไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ดีมากพอ Kojima เล่าว่าผู้สัมภาษณ์บางคนยังเคยหัวเราเยาะใส่ตอนที่เขาบอกว่าเขาเคยเขียนนิยายด้วย และการเดินเตร่ไปมาเพื่อหางานทำนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนกับเป็นนักสืบเอกชนในยุคโชวะที่พยายามจะไขคดีฆาตกรรมอย่างไรอย่างนั้น

พ่อแม่ของ Kojima นั้นทำงานในสายงานเภสัชกรรม ดังนั้นเขาจึงได้รับอิทธิพลในเรื่องนี้อย่างมาก และพยายามยื่นใบสมัครงานในสายนี้ จนวันหนึ่งเขาได้ไปเจอกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์แห่งหนึ่ง ซึ่งในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น เขาได้หลุดปากเล่าถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่แสดงออกถึงกดดันและความเครียดจากการหางานทำมาอย่างยาวนาน พร้อมกับบอกว่า เขานั้นอยากทำงานในสายงานที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์
และน่าทึ่งที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งนั้นได้ให้การสนับสนุนเขาในเรื่องนี้พร้อมกับให้เขาออกไปตามล่าความฝันที่แท้จริง จนสร้างความประหลาดใจให้กับเขา และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ซึ่งถ้าหากไม่มีวันนั้น เขาก็คงเป็นเภสัชกรที่ทำงานอย่างเงียบ ๆ อยู่ที่ใดที่หนึ่งในญี่ปุ่นไปแล้ว

หลังจากวันนั้น Kojima ก็ลุยส่งใบสมัครในสายงานที่เกี่ยวข้องกับของเล่นและเกม เขาสามารถพูดอย่างตรงไปตรงมาต่อสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและเคยทำ พูดถึงนิยายที่เคยเขียนและผลงานที่เขาเคยทำ และในที่สุดเขาก็ได้ทำงานกับทาง Konami จนสร้างตำนานในวงการเกมขึ้นมานั่นเอง
“สองปีหลังจากที่ผมกลายเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน ผมกลายเป็นคนที่ต้องมานั่งฟังคำลวงของนักศึกษาที่มาสมัครเข้าทำงาน และคนที่มานั่งสัมภาษณ์ก็เป็นคนโกหกด้วยเหมือนกัน พวกเขาคือตัวแทนของบริษัท ไม่ใช่ตัวของตัวเอง การสัมภาษณ์งานคือการที่คำโกหกเหล่านั้นของทั้งสองฝั่งมาบรรจบกัน นั่นแหละครับคือการสัมภาษณ์งาน”

“แต่ผมไม่ใช่คนโกหก และไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทด้วย ผมเผชิญหน้ากับนักศึกษาทุกคนที่เข้ามาหาผมด้วยความจริงใจ และยังให้คำแนะนำกับคนที่ไม่เหมาะกับงานด้วย เหมือนกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนนั้น ที่ผมเองก็จำชื่อเขาไม่ได้แล้ว” Kojima กล่าว












