ประเด็นการใช้เทคโนโลยี generative AI ยังคงเป็นที่สนใจในวงการเกม ในมุมมองของแพลตฟอร์มร้านค้า Tim Sweeney ผู้บริหาร Epic Games เคยออกมาโจมตีนโยบายบังคับเปิดเผยการใช้ AI ช่วยสร้างเกมว่า “ขาดความรับผิดชอบ” และไม่ยุติธรรมต่อนักสร้างเกมรายเล็ก ๆ ที่อาจใช้เครื่องมือนี้เพื่อเพิ่มมูลค่าของงานสร้างได้ แต่สำหรับนักพัฒนาเกมอินดี้ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Gamesradar มุมมองที่พวกเขามี ดูท่าจะต่างกับ Sweeney อย่างเห็นได้ชัด
“นักเล่นเกมมีสิทธิที่จะรู้นะครับ ว่าเกมที่พวกเขาสนใจมันสร้างขึ้นมายังไง และเลือกได้ว่าจะสนับสนุนเกมแบบไหน” Burgee ผู้สร้างเกม MMO ฟอร์มเล็กยอดนิยมอย่าง Erenshor แสดงความเห็น “นโยบายเปิดเผยการใช้ AI ของ Steam ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเลย ในแง่ความโปร่งใส”
“ถ้าเกมที่ใช้ AI ช่วยสร้างมันหาที่ยืนในตลาดได้จริง ในฐานะตัวช่วยลดค่าใช้จ่ายการผลิตของพวกสตูดิโอใหญ่ มันก็มีแนวโน้มว่าจะได้ไปต่ออีกยาว ๆ แต่ผมขอทำนายว่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้น พวกคนทำเกมอินดี้ไฟแรงก็จะยิ่งได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาด้วย” Brandon Sheffield อดีตนักพัฒนาเกมฟอร์มใหญ่ที่ผันตัวมาทำเกมอินดี้อย่าง Demonschool กล่าว
Helen Carmichael ผู้สร้าง Forbidden Solitaire เสริมว่า “เป็นเรื่องดีนะคะ ที่แพลตฟอร์มบังคับให้เปิดเผยเพื่อความโปร่งใส ส่วนลูกค้าจะคิดยังไงน่ะเหรอ เท่าที่สังเกต คน Gen Alpha มีท่าทีชัดเจนว่าไม่เอาเกมประเภท AI slop แต่กับลูกค้ากลุ่มที่อายุมากกว่านั้นมักจะไม่ค่อยติดอกติดใจอะไรเวลาที่เกม casual ใช้เครื่องมือนี้”
ซึ่งทาง John Buckley หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดจำหน่ายของ Palworld ก็เห็นตรงกันว่า “แม้แต่ Steam ยังต่อต้านมันเลยน่ะ มีทั้งคำเตือนและอะไรต่อมิอะไรตั้งเยอะ เพราะว่าคนเล่นเกมไม่ต้องการมัน และถ้าลูกค้าพูดแบบนี้ เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วมั้ย”
ส่วนเหตุผลที่ว่าการใช้ AI จะช่วยยกระดับผลงานของนักพัฒนาที่ทำเกมฟอร์มเล็ก หรือสร้างเกมด้วยตัวคนเดียวนั้นก็สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่า solo dev ไม่น้อยทีเดียว “พวกที่อ้างว่า ‘ผมเป็นแค่คนทำเกมเล็ก ๆ ตัวคนเดียวครับ’ นี่ฟังไม่ขึ้นเลย ในสายตาคนที่ทำเกมเองคนเดียวและไม่ใช้ ‘เครื่องขโมยงานศิลปะของคนอื่น’ อย่างพวกเราน่ะนะ” David Lindsey Pittman ผู้สร้างเกม Eldritch กล่าว












