BY Kawikon Kangkavakin
14 ต.ค. 25 11:07 am

TypeCaster: เกมอินดี้ RPG จากอินโดนีเซียที่คุณต้อง “พิมพ์” เพื่อโจมตี

20 Views

ในช่วงงาน IGDX 2025 ของประเทศอินโดนีเซียที่ผ่านมา พวกเรา GamingDose ได้มีโอกาสเล่นเกมอินดี้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากมาย ซึ่งหนึ่งในเกมที่ทีมงานของเราประทับใจสุด ๆ ก็คือผลงาน RPG เกมเพลย์สุดแหวกอย่าง TypeCaster นั่นเอง วิธีการเล่นเกมนี้ก็ “ง่ายแสนง่าย” คุณแค่พิมพ์ชื่อสกิลเพื่อออกท่าเวทมนตร์ต่าง ๆ โจมตีศัตรู ตรงตามคอนเซ็ปของชื่อเกมเป๊ะ

นอกจากเราจะได้ลองเล่นเกมนี้ที่บูธแล้ว เรายังได้มีโอกาสพุดคุยกับทีมงาน TBA Studio เกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังการสร้างเกมนี้ด้วย ถ้าอยากรู้ว่า TypeCaster มีรายละเอียดในเชิงเนื้อหา เกมเพลย์ และเบื้องลึกเบื้องหลังน่าสนใจยังไงบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

ว่าด้วยเรื่องราวของเกม TypeCaster

ตัวเกมจะพาเราไปตามติดชีวิตของโจรสายเกรียนนามว่า “MC” ที่ชอบลักขโมยนั่นนี่ของคนอื่นไปทั่ว แต่วันดีคืนดี เขาดันไปขโมยของจากตาแก่ปริศนา จนทำให้ตาแก่โกรธเลือดขึ้นหน้า ถึงแม้ตาแก่จะดูไม่มีพิษมีภัยอะไรในภายนอก แต่เขาดันมีพลังวิเศษบางอย่างและได้สาปให้ MC ตายลงช้า ๆ อย่างทรมาน

ซึ่งตาเฒ่าคนนี้ก็ดันแปลก แทนที่จะปล่อยให้ MC ทนทุกข์อยู่กับคำสาปแบบอับจนหนทาง เขาดันเอ่ยปากบอก MC ว่ามนุษย์คนเดียวที่จะถอนคำสาปนี้ได้ ก็คือพ่อมด Great Wizard นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ พระเอกสายเกรียนของเราจึงต้องออกเดินทางผจญภัยที่ยากเย็นแสนเข็ญ เพื่อตามหาพ่อมดที่เป็นเหมือนกับความหวังสุดท้ายของเขา

เกมเพลย์ “พิมพ์เพื่อร่ายเวทย์” สุดครีเอทีฟ

ความโดดเด่นของเมคานิคในเกมนี้ก็คือ ทุกการใช้สกิลพิเศษจะต้องอาศัยการ “พิมพ์ชื่อคาถา” เพื่อร่ายเวทย์ทุกครั้ง ซึ่งความปวดหัวมันอยู่ตรงที่เราจะไม่สามารถกดลบแก้คำผิดระหว่างพิมพ์ได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดคุณพิมพ์ชื่อคาถาผิดไปแค่ตัวอักษรเดียว คุณจะแก้ไขอะไรไม่ได้และร่ายเวทย์ไม่สำเร็จ แถมทุกการร่ายเวทย์ไม่สำเร็จจะมีบทลงโทษที่ทำให้ตัวละครของเราติดสตั๊นท์ประมาณ 1-2 วินาทีด้วย

ทางผู้พัฒนาอย่าง TBA Studio ได้ให้สัมภาษณ์กับเราไว้ว่า พวกเขาเป็นคนที่ชื่นชอบเกม Action RPG มาก โดยเฉพาะเกมยากสายแข็งอย่าง Dark Souls แต่พวกเขาอยากทำเกมยากที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจาก “เกมยาก” ที่เราเห็นในตลาดส่วนใหญ่ และสิ่งหนึ่งที่พวกเขาสังเกตเห็นก็คือ เกม Action RPG ที่โคตรยากส่วนใหญ่มันก็มีวิธีกดโจมตีเหมือนกัน ซึ่งก็คือการคลิกเมาส์กับกดปุ่มคีย์บอร์ด

พวกเขาก็เลยปิ๊งไอเดียขึ้นได้มาได้ว่า “ถ้าเกิดเราทำให้เรื่องง่าย ๆ อย่างการโจมตี มีความซับซ้อนบางอย่างขึ้นมาล่ะจะเป็นยังไง?” ท้ายที่สุดก็เลยออกแบบเมคานิคเกมให้ทุกการโจมตีด้วยสกิลจะต้องพิมพ์ชื่อคาถาเพื่อร่ายเวทย์

ถึงแม้ตัวเกมจะ “ใจดี” ให้เราสามารถโจมตีธรรมดาด้วยการกดปุ่ม Spacebar ได้ แต่การโจมตีด้วยวิธีนี้มันจะมีดาเมจเบามาก เพราะงั้น ถ้าคุณอยากทำดาเมจได้แรง คุณก็ต้องร่ายคาถาให้คล่อง ซึ่งคาถาในเกมนี้ก็มีมากมายก่ายกองให้ผู้เล่นได้ออกตามหา อัพเกรด และเลือกมาใช้งานให้ตรงกับสไตล์การเล่นที่ตัวเองถนัด

ยิ่งพิมพ์ชื่อยาก ดาเมจยิ่งแรง ท้าทายจิตใจเกมเมอร์อีโก้หน้า

ลำพังแค่การใช้สกิลพิมพ์ดีดเพื่อโจมตีก็เหนื่อยพอแล้ว แต่ทางผู้พัฒนาก็บ้าพลังคิดชื่อท่าแปลก ๆ ที่ทำให้เรานิ้วพันเวลาพิมพ์ด้วย อย่างไรก็ตาม ชื่อไหนที่ยิ่งพิมพ์ยาก มันก็จะยิ่งทำดาเมจรุนแรง ถ้าคุณอยากกำจัดศัตรูได้รวดเร็ว คุณก็ต้องหัดพิมพ์ชื่อคาถายาก ๆ ให้คล่องนิ้วเข้าไว้ ซึ่งความยากของชื่อคาถามันก็จะเป็นได้ทั้งความยาวของมันเอง และความซับซ้อนของตัวคำ ตัวอย่างของคาถาที่แปลกพิสดารมากก็คือ “ABRA KABRA DABRA” ที่กว่าจะกดใช้แต่ละทีคือต้องมีสติขั้นสุด

ความท้าทายของเกมนี้คือ คุณจะต้องคอยหลบหลีกมูฟเซ็ตการโจมตีของศัตรูและอุปสรรคด้านสภาพแวดล้อมรอบตัว ไปพร้อมกับการ “พิมพ์” อย่างมีสติอยู่ตลอดเวลาด้วย หมายความว่าในขณะที่เราต้องมีสติจดจ่อกับการพิมพ์ เราก็ไม่สามารถใช้เวลาเนิ่นนานได้เพราะศัตรูมันก็จ้องจะโจมตีเราอยู่ตลอดเหมือนกัน ซึ่งนี่แหละคือความตึงของเกม เราต้องใจเย็นและรีบไปพร้อมกัน

ชื่อคาถาที่ทั้งเท่ ทั้งเกรียน ทั้งติดหู

หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ก็คือชื่อของคาถาต่าง ๆ ที่เราจะได้ร่ายตลอดทั้งเกม ซึ่งแต่ละชื่อมันก็เก๋มากเพราะทางผู้พัฒนาได้เอาคำจากภาษากรีก นอร์ดิก หรือศัพท์โบร่ำโบราณ มาผสมรวมกันจนกลายเป็นชื่อคาถาในเกม ถึงหลายคาถาจะเป็นการตั้งแบบเอาฮา แต่มันก็จะมีหลายคาถาเหมือนกันที่มีความหมายสอดคล้องไปกับคุณสมบัติของคาถานั้น ๆ ด้วย อย่างคาถาปล่อยไฟก็จะมีชื่อว่า Pyros ที่มาจากคำว่า Pyro ซึ่งแปลว่าเพลิง หรือคาถา Voltraak ที่มาจากคำว่า Volt ซึ่งแปลว่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ มันก็ยังมีชื่อเท่ ๆ ที่ผู้พัฒนาได้แรงบันดาลใจมาจากอนิเมะด้วย อย่าง Voltraak ที่เอ่ยถึงไปเมื่อกี้ก็มาจากคาถา Zoltraak จากอนิเมะเรื่อง Frieren

เนื้อเรื่องก็ปั่น เกมเพลยก็ป่วน

แน่นอนว่าเกมเพลย์ของ TypeCaster คือสิ่งที่ชวนท้าทายและปวดหัว(ในทางที่ดี)ตั้งแต่ได้อ่านคอนเซ็ป แต่สิ่งที่ปวดหัวจนฮาไม่แพ้กันก็คือเรื่องราวในเกมนี้ ที่มันจะมีความ random สูง มีจังหวะฮา ๆ ที่เราจะได้พบเจออยู่เรื่อย

สิ่งที่น่าสนใจก็คือทางผู้พัฒนาได้บอกกับพวกเราว่า ทีแรกเนื้อหาของเกมมันจะไม่ได้เกี่ยวกับโจรสายเกรียนที่ต้องหาทางแก้คำสาปเลย แต่มันจะเป็นเรื่องราวการผจญภัยตามขนบของฮีโร่ทั่วไป ซึ่งหลังจากที่ลองเขียนเนื้อเรื่องดราฟต์แรกออกมา เพื่อนของพวกเขาก็บอกว่าอะไรแบบนี้มันดูน่าเบื่อและธรรมดาเกินไป ถ้าอยากให้คนเล่นเอนจอยกับเนื้อหาจริง ๆ มันต้องมีอะไรที่แปลกพิสดารกว่านี้

สุดท้ายก็เลยออกมาเป็นการผจญภัยสุด random ของโจรที่ต้องเจออะไรต่อมิอะไรมากมายตลอดการเดินทาง

 

เบื้องหลังทีมงานที่อย่างกับหลุดมาจากอนิเมะโชเน็น

สิ่งที่พวกเราเซอร์ไพรส์มากก็คือกลุ่มผู้พัฒนาเกมนี้ เป็นวัยรุ่นอายุ 20 ต้น ๆ ที่ได้มีโอกาสพบเจอกันที่บริษัทแห่งหนึ่งในช่วงฝึกงาน ซึ่งในขณะนั้นทางบริษัทก็ได้โยนโจทย์ให้เด็กฝึกงานจับกลุ่มกันทำ Digital Product อะไรก็ได้ ท้ายที่สุดสมาชิกแต่ละคนก็เลยตัดสินใจเลือกทำวิดีโอเกมกันเพราะพวกเขาก็เป็นเกมเมอร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ด้วยไฟแพชชั่นที่ลุกโชน พวกเขาก็ได้ตั้งทีม TBA Studio ขึ้นเพื่อประกาศศักดาการเริ่มทำวิดีโอเกมของตัวเองอย่างจริงจัง สเต็ปแรกที่พวกเขาต้องมาหารือกันก่อนเลยก็คือในส่วนของประเภทเกมที่ต้องการสร้าง และเนื่องจากพวกเขาล้วนเป็นแฟนเกม RPG ตัวยงเหมือนกัน เขาก็ได้ตั้งข้อสรุปว่าเกมที่พวกเขาจะลงมือสร้าง ยังไงก็ต้องเป็นเกม RPG และนี่คือการถือกำเนิดของ TypeCaster นั่นเอง

ตอนนี้ TypeCaster มี Demo ให้ลองเล่นกันด้วย!

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงน้ีแล้วอยากสวมวิญญาณเป็นเกมเมอร์สายพิมพ์ดีดด้วยตัวเอง ตอนนี้ตัวเกม TypeCaster ก็ได้ปล่อย Demo ออกมาเป็นที่เรียบร้อยผ่านทาง Steam แล้ว ถ้าใครสนใจก็ไปลองโหลดมาเล่นกันได้เลย รับประกันว่าเล่นจบเมื่อไหร่ คุณจะอยากเล่นเกมเต็มไว ๆ แน่นอน ซึ่งทาง TBA Studio ได้บอกกับพวกเราว่าเกมเต็มจะปล่อยออกมาในช่วง Q1 ของปี 2026 เพราะงั้นเตรียมตัวรอได้เลย!

READ  IGDX 2025 | งานที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมจากอินโดนีเซียสู่เวทีโลก

Kawikon Kangkavakin

กวีกร กังกเวคิน (กีวี่) - คนรักวรรณกรรมที่หลงใหลในโลกวิดีโอเกม ผู้จัดรายการ “วรรณเกม” และรับบทบาทเป็น Content Manager ประจำบ้าน GamingDose

Back to top