สารบัญ / Contents
มหกรรมงานเกมอินดี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างงาน IGDX 2025 ก็ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สำคัญคือพวกเรา GamingDose เป็นสื่อไทยที่ได้มีโอกาสบินไปร่วมงานนี้ถึงบาหลี และยังได้เป็น Media Partner ของงานด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเราประทับใจหลายอย่างเกี่ยวกับตัวงานมาก เพราะงั้น เราจึงขอมาสาธยายความรู้สึกหลังได้มางาน IGDX 2025 ให้ทุกคนได้อ่านกัน
บรรยากาศครึกครื้นและสเกลงานที่ใหญ่กำลังพอดี
ตัวงาน IGDX 2025 ได้จัดขึ้นที่โรงแรม The Stones Hotel ที่บาหลี โดยงานนี้จะใช้พื้นที่ของอาคาร Exhibition ในโรงแรมแบบสองชั้นเต็ม ๆ เลย ตลอดวันงานทั้งสามวัน ปริมาณคนที่ไหลเวียนเข้ามาก็อยู่ในเกณฑ์ที่โอเคมาก ไม่เงียบเหงาแล้วก็ไม่หนาแน่นเบียดเสียดจนเกินไป

ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะงานนี้มันจะออกแนวงานเน้นคอนเนคชั่นระดับหนึ่ง หมายความว่ามันจะได้พูดคุยกับคนเยอะมาก ถ้าคนมันหนาแน่น การพูดคุยกับผู้พัฒนาที่บูธมันก็จะทำได้ค่อนข้างลำบากเพราะมันจะคุยกันไม่รู้เรื่อง พอสเกลงานมันออกแบบมาให้จำนวนคนเข้างานอยู่ในระดับที่กำลังพอดี มันก็ทำให้เราดื่มด่ำกับตัวงานได้เต็มที่มาก
พื้นที่สำคัญที่ช่วยส่องแสงสปอร์ตไลท์ให้เกมอินดี้ของ SEA
สิ่งแรกที่พวกเราประทับใจตั้งแต่ได้เดินทางมาถึงงานก็คือปริมาณของจำนวนบูธเกมอินดี้ที่ขนกันมาเยอะมาก ตัวงานมีพื้นที่สำหรับ Indie Booth Showcase จัดเต็มสองฮอล์ รวมจำนวนบูธทั้งสิ้น 30 บูธกันเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เยอะมาก นอกจากการเอาเกมอินดี้มาออกบูธเยอะ มันจะเป็นการช่วยให้เกมเหล่านี้ได้รับการมองเห็นมากขึ้น มันยังทำให้ผู้พัฒนาเกมอินดี้ได้พูดคุยกับกลุ่มคนต่าง ๆ ที่แวะเวียนมาที่บูธด้วย

พวกเราในฐานะสื่อก็ตระเวนไปพูดคุยกับผู้พัฒนาหลายบูธมาก ซึ่งผู้พัฒนา “ทุกบูธ” ก็พกพลังงานมาเหลือล้นขั้นสุด ทุกครั้งที่แวะไปพูดคุยกับบูธไหน เราจะสัมผัสได้ถึงแพชชั่นกับความมุ่งมุ่นที่เขามีต่อเกมที่พวกเขาสร้างเลย สีหน้ากับแววตาระหว่างที่พวกเขาอธิบายตัวเกม รวมไปถึงเบื้องหลังไอเดีย มันทำให้เราใจฟูมาก
ถ้างานทำนองนี้มันจัดในรูปแบบออนไลน์ ความใกล้ชิดระหว่างผู้พัฒนากับคนเข้าร่วมงานมันจะหายไปเยอะเลย แต่พอมันเป็นงานออนไซต์แบบนี้ เอเนอร์จี้ระหว่างเรากับพวกเขามันจึงส่งถึงกันได้ง่ายมาก
คุยกับผู้พัฒนาอินดี้ได้ง่ายขึ้นเพราะโซน B2B Matchmaking

จุดที่น่าประทับใจที่สุดในงานสำหรับพวกเราก็คือการจัดโซน “B2B Matchmaking” ที่ให้กลุ่มคนจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้มานัดมีตติ้งคุยกันอีกฮอลล์ ถึงแม้ว่าการพูดคุยมันก็ทำได้ที่บูธเกมของแต่ละเจ้าอยู่แล้ว แต่การคุยกันที่บูธมันก็จะมีปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้การพูดคุยมันติดขัดได้ เช่น บางทีบูธนั้น ๆ อาจจะกำลังมีคนจ่อคิวเล่นเกมกันเยอะอยู่ หรือบางทีประเด็นที่จะพูดคุยมันอาจจะลึกมากจนไม่เหมาะกับการพูดคุยในพื้นที่เปิดแบบนั้น
อย่างในกรณีของเราที่เป็นสื่อ มันก็จะมีผู้พัฒนาอินดี้มากมายที่ต้องการจะนัดมีตติ้งพูดคุยกับเราเพื่อนำเสนอเกมแบบเจาะลึก เพื่อให้พวกเราพิจารณานำเกมนั้น ๆ ไปเผยแพร่เป็นคอนเทนต์เพื่อให้ผู้คนได้มองเห็นเกมของพวกเขามากขึ้น อีกทั้งทางฝั่งสื่ออย่างพวกเราเองก็อยากจะสัมภาษณ์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการสร้างเกมของพวกเขาด้วย การได้มีพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้จึงทำให้การสัมภาษณ์มันทำได้ง่ายขึ้นมาก เพราะฉะนั้น ใครที่อยากพูดคุยกับคนนั้นคนนี้อย่างใกล้ชิด ก็ให้มานัดมีตติ้งคุยกันที่โซน B2B Matchmaking นี้ไปเลย

หน้าตาของโซนนี้มันจะเป็นฮอล์กว้างที่มีการจัดพื้นที่ไว้เป็นสิบ ๆ ซุ้มให้คนได้มาจับจองที่นั่งพูดคุยกัน ซึ่งวิธีการนัดมีตติ้งก็จะสามารถทำได้ในเว็บไซต์หรือแอป Meet to Match
เราอยากคุยกับใครก็กดเชิญมีตติ้งผ่านช่องทางนี้ได้เลย ที่สำคัญคือเราสามารถดูได้เลยว่าอีกฝ่ายเขามีเวลาว่างช่วงไหน ส่วนเวลาที่ใครขอเชิญเราเข้ามีตติ้งด้วย มันก็จะเด้งแจ้งเตือนขึ้นมา จะเข้าหรือไม่เข้ามีตติ้งเราก็เป็นฝ่ายตัดสินใจเอง หรือถ้าจะขอเปลี่ยนเวลาไปเข้ามีตติ้งช่วงอื่นแทน เราก็สามารถขอ reschedule ได้ตามเวลาที่เราต้องการ

นอกจากการมีอยู่ของโซน B2B Matchmaking มันจะช่วยให้ผู้พัฒนา สื่อ และกลุ่มคนต่าง ๆ สามารถพูดคุยกันแบบส่วนตัวได้แล้ว ตัวระบบที่เอาไว้ใช้การนัดพูดคุยมันก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายจัดการทุกอย่างได้เองสะดวกมาก โดยไม่ต้องผ่านคนกลางเลย
เวที Developer Conference ที่มีหัวข้อน่าสนใจเยอะ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน IGDX 2025 นี้ก็คือเวทีเสวนาที่เชิญคนจากอุตสาหกรรมเกมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขึ้นมาบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งความดีงามของเวทีนี้มันคือการที่เราได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังและข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมมากขึ้น
อย่างเวทีที่พวกเราชอบมากก็คือเวทีหัวข้อ “From Dev to Release: How Did You Do It?” ที่วิทยากรจาก 11bit Studios กับ DigixArt ขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับคำแนะนำต่าง ๆ ที่ทำให้การพัฒนาเกมอินดี้สามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งเวทีบรรยายที่ดึงคนจากบริษัทเกมชั้นนำมาบรรยายแบบนี้ มันหาฟังได้ค่อนข้างยากในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่งานนี้เขาจัดเวที Developer Conference ขึ้น มันเลยทำให้ผู้เข้าร่วมงานทั่วไป รวมไปถึงสื่ออย่างพวกเรา ได้เรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมมากขึ้นด้วย

มีอาหารเติมพลังให้ผู้เข้าร่วมงานเพรียบพร้อม
ด้วยความที่งานนี้มันเน้นให้ทุกคนได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ถึงแม้เราอาจจะไม่ได้เสียแรงกายเยอะ แต่เราก็หมดแรงไปกับการพูดคุยกับคนเยอะอยู่พอสมควร ยิ่งบางวันเรามีนัดมีตติ้งกับผู้พัฒนาติดต่อกัน 4 เจ้า พลังงานการเข้าสังคมจึงหดหายไปมาก เพราะงั้น อาหารเติมพลังระหว่างจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปลุยงานนี้ที่อินโดนีเซีย เราไม่รู้มาก่อนว่าที่งานเขามีอาหารจัดเตรียมไว้ให้ ก่อนหน้านั้นก็เลยวางแผนกันแล้วว่าอาจจะต้องเล็งร้านแถวโรงแรมไว้กินข้าวเที่ยงกัน พอถึงงานแล้วได้รู้ว่าเขาเตรียมบุฟเฟ่ต์อาหารกับกับข้าวไว้ให้ด้วย เราก็โล่งใจกันเลยเพราะจะได้ไม่เสียเวลาออกไปหาอะไรกินข้างนอก เติมพลังที่โซนบุฟเฟต์เสร็จก็เตรียมลุยงานต่อได้เลย ถ้าเกิดไม่มีสิ่งนี้ เราน่าจะเหนื่อยกันกว่านี้มาก

ทั้งหมดนี้ก็คือความรู้สึกของพวกเราหลังจากได้มาร่วมงาน IGDX 2025 นั่นเอง เป็นประสบการณ์การมางานนี้ครั้งแรกที่น่าประทับใจมาก ถ้ามีโอกาสอีก ยังไงเราก็จะไปต่อแน่นอน สำหรับใครที่หลงรักเกมอินดี้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คืองานที่คุณควรได้ลองไปสักครั้งจริง ๆ












