Syphon Filter สุดยอดเกมสายลับสามมิติของเครื่อง Playstation

วันนี้เรามาย้อนอดีตกันอีกครั้งนึงกับเกมในสมัยเครื่อง Playstation 1 ที่คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้สัมผัสกัน เพราะมันเป็นเกมแอคชั่นที่สนุกเร้าใจมากในสมัยนั้น แถมยังมาในธีมแบบสายลับที่แหวกแนวในแบบ Mission Impossible และถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ใครเข้าร้านเช่าเกม PS 1 ในสมัยนั้นก็ต้องเจอคนเล่นเกมนี้แซม ๆ มาให้เห็นบ้าง ซึ่งก็คือเกม Syphon Filter นั้นเอง

ในช่วงประมาณปี 1996 หรือ 1997 นอกจากเกมตู้ที่มีความคึกคักอย่างมากแล้ว ที่บูมไม่แพ้กันก็คือธุรกิจร้านเช่าเกมที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดมากมายโดยเฉพาะเครื่อง Playstation สะพานเหล็กคือย่านขายเกมที่คึกคักตลอดเวลามีเกมใหม่จากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลเข้ามา (แน่นอนว่าของก๊อปแทบจะล้วน ๆ ) และหนึ่งในเกมที่เหล่าผู้เล่นชาวไทยได้มีโอกาสเล่นกันก็คือ Syphon Filter นี่แหละ เราลองมาย้อนดูกันว่าเกมนี้มีอะไรให้เราได้เล่นได้สัมผัสกันบ้าง

Syphon Filter พัฒนาโดยสตูดิโอ Eldetic และจัดจำหน่ายโดย 989 Studios โดยทางทีมงานเริ่มต้นโครงการโดยมีความคิดริเริ่มว่าอยากสร้างเกมที่มีเรื่องราวแบบ “สุดยอดสายลับ” ที่ผสมความเป็นเกมลอบเร้นและแก้ปริศนาในตัว และพ่วงด้วยระบบการต่อสู้ที่เร้าใจ ซึ่งในระหว่างการพัฒนานั้นทีมงานเกือบจะยกเลิกโปรเจ็กต์ไปหลายครั้งแล้วเนื่องจากพบกับความยากลำบากหลายอย่างในการพัฒนาและด้วยความด้อยประสบการณ์ของทีมงานเอง แต่จนแล้วจนรอด ทางทีมงานก็พัฒนามันจนเสร็จสิ้นจนได้ และความพยายามนั้นก็คุ้มค่าเพราะตัวเกมได้รับเสียงวิจารณ์ไปในทางบวกจากสื่อเกมหลายเจ้า และเป็นที่นิยมขึ้นมาในทันที

ในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็น Gabe Logan เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษที่ตามสืบคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายที่ใช้อาวุธชีวภาพชื่อว่า Syphon Filter ไปทั่วโลก ซึ่งจากความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานและคู่หู Lian Xing กับเพื่อนร่วมทีมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละภาค ซึ่งการตามล่าตามล้างเหล่าผู้ก่อการร้ายนั้นก็เกิดขึ้นเกือบจะทุกที่ทั่วโลกและทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ไปสู่บทสรุปในภาคที่สามที่จัดว่าเร้าใจพอตัว ซึ่งสำหรับผู้เขียนเอง สามภาคแรกที่วางจำหน่ายบน Playstation นี่แหละเยี่ยมที่สุดแล้ว

นอกจากเนื้อเรื่องในสไตล์สายลับแล้ว ระบบการเล่นของเกมเองก็โดดเด่นและทำออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ที่ผู้เล่นจะเห็นได้ชัด ๆ เลยก็คือระบบการเล็งยิงของเกมที่แบ่งออกเป็นสองแบบคือเล็งแบบล็อคเป้าที่จะโดนเฉพาะส่วนลำตัวเท่านั้น กับอีกแบบคือเล็งยิงแบบอิสระ ซึ่งถ้าลองมองย้อนกลับไปอาจจะเห็นว่ามีความติดขัดอยู่เนื่องจากตัวเกมยังไม่รองรับการใช้งานจอย Dualshock ที่มีแกนอนาล็อก แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่ลำบากและสะดวกดีในระดับหนึ่ง แถมเวลาเล็งยิงที่หัวจะขึ้นให้เลยว่านัดนี้ Head Shot นะ ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้เราสามารถจดจำเกมนี้ได้เป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งสิ่งที่ทางทีมงาน Eldetic ทำได้ดีคือการออกแบบภารกิจที่ไม่เหมือนใคร ฉากที่ผู้เล่นต้องลอบเร้นนั้นถูกออกแบบมาได้ดี โดยเฉพาะในภาคสองที่ภารกิจส่วนใหญ่จะเป็นการแทรกซึมเข้าไปในฐานทัพของศัตรูที่ต้องใช้ไหวพริบในการเล่นมากที่สุดเกมหนึ่ง แม้โดยรวมอาจจะด้อยกว่าเกมระดับตำนานอย่าง Metal Gear Solid แต่ก็ถือว่ามีเอกลักษณ์น่าจดจำไม่แพ้กัน

รวมไปถึงวิธีปราบบอสที่ไม่ใช่แค่ยิง ๆ แล้วจบไป ถ้าหากจำกันได้ บอสในภาคแรกและภาคสองนั้นมีวิธีการปราบที่ล้ำมากกกก โดยบอสทั้งสองตัวจะใส่เกราะเต็มตัว ยิงอะไรไปมันก็ไม่ตายไม่สะเทือน ผู้เล่นต้องคิดหาวิธีในการปราบมันแบบที่พิสดารสักหน่อย โดยในภาคแรกมันจะแพ้ระเบิดแก๊สพิษ ที่ต้องปาให้โดนในเวลาจำกัด (เพราะจะโดนยิงจนพรุน) และภาคสองก็เหนือขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง คือเอาปืนลูกซองอัตโนมัติยิงให้กระเด็นไปโดนใบพัดเฮลิคอปเตอร์! ตอนที่ผู้เขียนเห็นวิธีผ่านครั้งแรกนี่ก็ได้แต่อุทานว่า “คิดได้ไงวะ” กันเลยทีเดียว

ส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือพวกอาวุธทั้งหลาย โดยเฉพาะอาวุธที่เป็น Signature ของเกมอย่างปืนไฟฟ้า Taser Gun ที่เป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คน เพราะกระสุนที่ไม่จำกัดและฆ่าศัตรูที่ใส่เกราะให้ตายโหงได้ด้วยการช็อตไฟฟ้าแช่จนตัวไหม้เกรียม สร้างความสะใจให้แก่ผู้เล่นอย่างยิ่งยวด (และก็ไม่มีเกมไหนทำอาวุธบ้า ๆ พรรค์นี้ออกมาด้วย) และอาวุธอื่น ๆ แหวกแนวก็มีให้ใช้มากมาย ถือเป็นเกมที่มีตัวเลือกอาวุธให้ใช้งานมากมายหลากหลายที่สุดเกมหนึ่งเลย

ปัจจุบันนี้ซีรีส์ Syphon Filter ก็ได้จางหายไปตามกาลเวลา แม้จะมีภาคต่ออย่าง The Omega Strain บน PS2 และอีกสามภาคบนเครื่อง PSP แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมและมีระบบการเล่นที่ล้าสมัยไปแล้ว แต่กระนั้นผู้ที่ได้สัมผัสเกมนี้แบบไตรภาคบนเครื่อง Playstation นั้นถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close