สารบัญ / Contents
เกมแนวปลูกผัก ทำฟาร์ม ในสมัยนี้ มีมากมายหลายเกมจนเลือกไม่ถูก แต่ถ้าให้เลือกเพียงเกมเดียวแล้วล่ะก็ เหล่าแฟนเกมคงหยิบเอาชื่อของ Stardew Valley มาแนะนำกันเป็นอันดับ 1 เพราะแม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ Stardew Valley ที่มีจุดกำเนิดจากการพัฒนาเพียงคนคนเดียวเท่านั้น ยังคงเป็นเกมที่ได้รับความนิยม แถมได้รับการอัปเดตดูแลตัวเกมอยู่เสมอมา วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนไปดูว่า กว่าจะมาเป็น Stardew Valley อย่างทุกวันนี้ มันผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง
ผลงานจากการพัฒนาเพียงคนเดียว

Stardew Valley เป็นผลงานของ ConcernedApe หรือชื่อจริงของเขาก็คือ Eric Barone ชื่อนี้แทบจะกลายเป็นที่รู้จักของแฟน ๆ ทันที นับตั้งแต่เกมวางจำหน่ายเมื่อปี 2016 ในช่วงหลัง ๆ มานี้ เกมที่มีนักพัฒนาเพียงคนเดียวมักจะไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมาก เพราะเบื้องหลังแล้วจะมีคนช่วยอยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ใช่กับ Eric Barone ที่ทำ Stardew Valley เพราะ Eric Barone นั้น ทำเองทุกอย่างคนเดียวอย่างแท้จริง ตั้งแต่การสร้างสรรค์ออกแบบเกม การออกแบบตัวละคร เขียนบทและเรื่องราวภายในเกม เขียนบทสนทนา ไปยันการทำดนตรีประกอบและการเคลื่อนไหวทุกพิกเซลของเกม กว่าที่ Eric Barone จะได้คนมาช่วยดูแลบ้างก็คือเมื่อตอนปี 2019 นี้ ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เกมวางจำหน่ายไปแล้วกว่า 3 ปี และประสบความสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Eric Barone เริ่มต้นพัฒนาเกม Stardew Valley มาตั้งแต่ปี 2012 และใช้เวลากว่า 4 ปีเต็ม กว่าเกมจะสำเร็จและวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2016 และกระแสตอบรับก็ยอดเยี่ยมมาก นับตั้งแต่เปิดตัว เกมนี้กลายเป็นเกมที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในวงกว้างทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นช่วง Stardew Fever เลยก็ว่าได้ และในขณะที่หลายเกมมักจะเป็นม้าตีนต้น แต่ Stardew Valley กลับรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม และแฟน ๆ ก็พร้อมจะมอบโอกาสและการรอคอยการอัปเดตใหม่อยู่เสมอ เพียงไม่นาน Stardew Valley ก็ครองใจแฟนเกมทุกคนทั่วโลกได้

Stardew Valley เป็นเกมแนว Farming Simulation หรือจำลองการปลูกผักทำฟาร์ม ที่ผู้เล่นสามารถสร้างตัวละครของตัวเองขึ้นมา และเริ่มต้นในเมือง Pelican Town ในฟาร์มที่คุณปู่ของเราทิ้งไว้ให้ จากนั้นก็เริ่มใช้ชีวิตโดยเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่า NPC ภายในเกม สานสัมพันธ์ไปจนถึงการออกเดทและการแต่งงาน และระบบเกมหลักอย่างการปลูกผัก ทำฟาร์ม ที่มีเรื่องของฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการตกปลา ทำอาหาร คราฟท์ของและสำรวจดันเจี้ยนที่ตามมาในอัปเดตหลัง ๆ จนตัวเกมกลายเป็นเกมแนว Life-Sim ที่มีครบแทบจะทุกด้านแล้ว
แรงบันดาลใจจากการเห็นเกมที่ตัวเองรักแย่ลงเรื่อย ๆ

ปี 2011 Eric Barone เรียนจบจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่เขากลับไม่สามารถหางานทำได้ เลยไปทำงานเป็นผู้ดูแลโรงภาพยนตร์พาราเมาท์ในซีแอตเติลแทน และเขาตัดสินใจที่จะเพิ่มทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ของเขา เลยคิดว่าใช้การสร้างเกมในการดึงเอาทักษะและความสามารถของตัวเองออกมา
Eric นั้นชื่นชอบเกมแนว Life-Sim ชื่อดังอย่าง Harvest Moon มาก ๆ แต่เขาคิดว่าหลังจากภาค Back to Nature แล้ว มันแย่ลงเรื่อย ๆ แถมเกมที่พยายามจะทำโคลนหรือเลียนแบบออกมาก็ยังทำออกมาได้ไม่น่าพอใจนักสำหรับเขา Eric จึงตัดสินใจเริ่มสร้างเกมที่มีแนวทางการเล่นคล้ายกัน และอะไรที่เขารู้สึกว่ามันน่าขัดใจใน Harvest Moon เขาก็จะแก้ไขมันซะ เพราะนี่คือเกมของเขาเอง กลายเป็นที่มาของจุดเริ่มต้นใน Stardew Valley ซึ่งเจ้าตัวก็เผยมาในภายหลังว่า ไม่ใช่แค่ซีรีส์ Harvest Moon เท่านั้น แต่เขายังได้รับแรงบันดาลใจจากเกมแนวเดียวกันอีกหลายเกม ทั้ง Animal Crossing, Rune Factory, Minecraft และ Terraria เป็นต้น และนำเอาฟีเจอร์ต่าง ๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับเกมของเขาเอง

และส่วนหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญให้กับเขาเลยก็คือแฟนสาวของเขาเองอย่าง Amber Hagerman ที่แม้ว่าจะไม่เคยเห็นเธอออกสื่อใด ๆ เลย แต่จากการให้สัมภาษณ์ Eric Barone เผยว่าในช่วงที่เขาออกจากงานคนดูแลโรงหนังมาทำเกมเต็มตัว ตลอดเวลา 4 ปี เขาก็ได้ Amber Hagerman แฟนสาวของเขานี่แหละ ที่คอยดูแลจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่การกินอยู่ ไปจนถึงการซัพพอร์ทด้านกำลังใจ จนกระทั่งตัวเกมปล่อยมาในปี 2016 และประสบความสำเร็จสมกับการทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่ผ่านมาจนได้
พัฒนาตัวเกมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เก็บเงินเพิ่มเลย “แม้แต่บาทเดียว”

ในขณะที่วงการอุตสาหกรรมเกมน้อยใหญ่ หลังจากปล่อยเกมออกมาแล้ว สิ่งที่จะตามมาก็คือคอนเทนต์อัปเดตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตแบบฟรี หรือ DLC เสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแบบรายปี (Year Pass) หรือ DLC เสริมน้อยใหญ่ บางอย่างที่ควรจะฟรีก็เสียเงินซะอย่างนั้น
แต่แฟนเกม Stardew Valley ที่ติดตามเกมนี้มาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ จะทราบดีว่า นับตั้งแต่การจ่ายเงินซื้อเกมในวันที่เกมวางจำหน่ายแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินจ่ายเพิ่มอีกเลย เพราะการอัปเดตต่อจากนี้ตลอดเวลา 5 ปีนั้น เป็นการอัปเดตแบบฟรีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแก้บั๊ก คอนเทนต์อัปเดตน้อยใหญ่ทั้งหลาย ล้วนเป็นการอัปเดตฟรีทั้งสิ้น จะมีการเสียเงินก็เฉพาะการที่ตัวเกมไปเปิดตัวบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ อย่างเช่นบนคอนโซล เครื่อง Nintendo Switch หรือบนมือถือเท่านั้น ที่จะเป็นขายเกมใหม่ ต้องซื้อใหม่ นอกนั้นก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียว
ด้วยความพยายาม ความทุ่มเทขนาดนี้ของ Eric Barone ทำให้แฟนเกมหลายคนถึงกับขอว่า คิดเงินบ้างก็ได้ พวกเราไม่ว่าคุณหรอก บางคนก็ถึงขั้นสนับสนุนเต็มที่ ด้วยการตามไปซื้อเกมบนแพลตฟอร์มอื่น แม้ตัวเองจะไม่ได้เล่นแพลตฟอร์มนั้นเป็นหลักก็ตาม ตัดมาที่ส่วนของกระแสตอบรับจากแฟนเกมในช่วงเปิดตัว ตัวเกมได้รับคำวิจารณ์ว่า นี่คือเกมที่สร้างมาด้วยความรักอย่างแท้จริง แม้กระทั่ง Yasuhiro Wada ยังบอกว่าเขามีความสุขกับเกมนี้มาก และมันแสดงให้เห็นว่า ซีรีส์ Harvest Moon นั้น ไม่ได้ถูกลืม และถูกสานต่อเจตนารมณ์การทำเกมนี้ด้วยจิตวิญญาณของความรักเกมนี้จริง ๆ

ตัวเกมทำยอดขายไปได้ 400,000 ชุดภายในเวลา 2 สัปดาห์ และทะลุ 1,000,000 ชุดในเวลา 2 เดือน และมีการรายงานว่า ชุมชนคนเล่นเกมเถื่อนที่ได้เล่นเกมนี้บางคน ประทับใจตัวเกมนี้มาก ถึงกับยอดจ่ายเงินซื้อเกมของแท้เพื่อไปเล่นต่อ แถมผู้เล่นเกมนี้บางคนยังเสนอจะซื้อเกมให้กับคนที่อยากได้เกมนี้ฟรี ๆ แต่ไม่มีเงินซื้ออีกด้วย เป็นชุมชนสร้างชุมชนของจริง
การเข้ามาช่วยเหลือของ Chucklefish

Chucklefish สตูดิโอผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเกมที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลาอมยิ้มสีส้มสุดน่ารัก ได้เข้ามามีบทบาทในเกม Stardew Valley ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2016 หรือประมาณ 3 เดือนหลังเกมวางจำหน่าย ซึ่ง Chucklefish ขึ้นชื่อมากในเรื่องของการมองหาเกมอินดี้คุณภาพสูงและเข้าไปช่วยเหลือในแง่ของการจัดจำหน่ายตัวเกม รวมไปถึงทำการแปลตัวเกมให้เป็นภาษาอื่น ๆ และพอร์ทเกมไปลง macOS, Linux และเครื่องคอนโซลด้วย รวมไปถึงได้ 505 Games เข้ามาร่วมสมทบในฐานะตัวแทนจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation 4 และ XBOX One และพอร์ตไปลงมือถือในช่วงเวลาต่อมา ซึ่งการเข้ามาช่วยเหลือของ Chucklefish นั้น ไม่ได้ทำให้การพัฒนาตัวเกมเปลี่ยนแปลงไป เหล่า Publisher ได้เข้ามาจัดการช่วยเหลือในการส่งมอบตัวเกมในเวอร์ชั่นอื่นเพิ่มเท่านั้น ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในการพัฒนา ซึ่งส่งผลดีกับตัว Eric Barone เอง
Stardew Valley คืออีกหนึ่งเกมแนวปลูกผักทำฟาร์มที่เรียกได้ว่า ยืนหนึ่งในใจผู้เล่นมาอย่างยาวนาน และน่าจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เจ้าตัวผู้พัฒนาอย่าง Eric Barone เอง ก็กำลังเดินหน้าพัฒนาเกมใหม่แล้วในชื่อ Haunted Chocolatier ที่ย้ายไปทำโรงงานช็อกโกแลตแทน ซึ่งจะออกมายอดเยี่ยม เป็นตำนานเหมือนเกมนี้หรือไม่ ก็รอติดตามข่าวสารกันต่อไป แต่ในตอนนี้ ใครที่ยังไม่เคยเล่น Stardew Valley เราคงบอกได้แค่ว่า “อย่าพลาดเชียว”














