สารบัญ / Contents
หลังจากสร้างความประทับใจในเวอร์ชัน Demo อย่างล้นหลาม และหลังจากผ่านการพัฒนามาอย่างยาวนาน ในที่สุดเราก็ได้สัมผัสกันเสียที แต่จะดีสมกับที่คาดหวังไว้หรือไม่ มาติดตามอ่านกันได้ในบทความรีวิว REPLACED
Story – เมื่อกายเนื้อถูกปัญญาประดิษฐ์เข้าแทนที่จิตสำนึก

REPLACED ดำเนินเรื่องราวในปี 1984 บนโลกที่เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว สวนทางกับเทคโนโลยีที่เดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด จากการจัดการของบริษัท Phoenix Corperation ที่ควบคุมแทบทุกอย่างในเมืองแห่งนี้ ด้วยความล้ำหน้าของ AI อัจฉริยะที่มีชื่อว่า R.E.A.C.H. ที่สามารถจัดการและควบคุมแทบทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถควบคุมความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกตัวเมือง Phoenix City ไปได้เลย
แม้ว่านอกเมืองจะล่มสลายไปมากแค่ไหน แต่ Warren ผู้คิดค้น R.E.A.C.H. ขึ้นมานั้นกำลังตามหารายชื่อผู้บริจาคร่างกายคนหนึ่งที่มีสิ่งที่เขาต้องการอย่างไม่ลดละ จนร่างกายของเขาแทบจะทนไม่ไหวแม้จะถูกเจ้า AI ตักเตือนจากผลกระทบที่ตามมา
จนกระทั่งอุปกรณ์ควบคุมในศูนย์วิจัยเกิดระเบิดขึ้น Warren ได้รับแรงระเบิดเข้าไปเต็ม ๆ จนสลบไป แต่พอฟื้นขึ้นมา จิตสำนึกที่อยู่ในร่างของ Warren นั้นไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นเจ้า AI R.E.A.C.H. ที่เข้าไปแทนที่จิตสำนึกของเจ้าของร่างแทน
และในตอนนั้นเอง ก็มีกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในศูนย์วิจัยแห่งนี้พอดี แต่เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการฆ่าปิดปากทุกคนในศูนย์วิจัย… R.E.A.C.H. จึงต้องรีบหนีตายจากการตามล่า และต้องกลับมาค้นหาวิธีที่ทำให้เขาสามารถกลับสู่แกนกลางเดิมของตัวเองให้ได้

โลก Cyberpunk ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี
สำหรับเนื้อเรื่องของเกมนั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเนื้อเรื่องแบบสูตรสำเร็จของหนังแนว Dystopian สไตล์ Cyberpunk ยุคปี 80 – 90 ที่เราน่าจะเห็นกันมาจนชินแล้ว ไม่ว่าจะใน Bladerunner, Total Recall, Ghost in The Shell และอีกมากมาย ที่ถ้าหากคุณดูหนังหรือเล่นเกมแนวนี้มาก่อนก็พอจะเดาพลอตหรือการดำเนินเรื่องของมันได้ไม่ยาก
ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก กลับกันมันก็ช่วยให้เราอยากเอาใจช่วยเหล่าตัวละครที่เราได้เจอหรือตัวเอกอย่าง R.E.A.C.H. ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อหาทางกลับไปสู่แกนกลางของตัวเอง และการได้พบเจอกับหลากผู้คนที่มีเรื่องราวอยู่มากมาย ทว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเนื้อเรื่องนั้นคุณต้องไปไล่หาอ่านจากเอกสารหรือไฟล์ที่มีให้เกมในฉากเอา แม้ว่าหลายส่วนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักมากนัก แต่ก็ทำให้เราเข้าใจความเป็นไปในโลกของเกมได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ตรงนี้ใครไม่ใช่สายอ่านก็อาจจะเบื่อ ๆ กันบ้าง แต่ถ้าไม่ติดตรงนี้ รับรองได้ว่ามีเนื้อหาให้อ่านกันเต็ม ๆ จุใจแน่นอน

นอกจากเนื้อหาหลักแล้ว ในเกมยังมีเควสเสริมย่อย ๆ ที่เราจะได้เจอบ้างตามรายทาง ที่เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่การทำเควสเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจโลกของเกมมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงรางวัลที่ได้ก็จัดว่าคุ้มค่าที่จะเสียเวลาทำ แม้ว่าจะเป็นแค่การเดินไปหาของในที่ต่าง ๆ ก็ตาม
สำหรับการเล่าเรื่องและการสร้างโลกของเกมนี้นั้นถือว่ามีความพิถึพิถันใส่ใจไม่น้อย อาจจะติดแค่ว่าคุณต้องขยันอ่าน ขยันตามหาเอกสารเหล่านั้นในเกมแล้วมาปะติดปะต่อเรื่องราวในเกมเพิ่มเติมแทน รวมถึงจุดหักมุมของเรื่องที่เราคิดว่าคุณน่าจะเดากันได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่ในภาพรวมของมันที่ไล่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปถึงจุดจบนั้นทำได้ประทับใจ รวมถึงยังตั้งคำถามถึงหลายประเด็นทั้งด้านการเมือง ปรัชญา หรือแนวคิดอื่น ๆ หลังเล่นจบได้อีกด้วย
Presentation – โลกที่สิ้นหวัง กับเหล่าผู้คนนอกกำแพงที่ยังมีความหวัง
REPLACED จัดเป็นเกม 2D Pixel ที่มีการนำเสนอในแง่ของกราฟิกที่น่าจะสวยงามที่สุดเกมหนึ่งในปี 2026 นี้เลยก็ว่าได้ สิ่งที่ทีมงานทำได้ยอดเยี่ยมสุด ๆ เลยก็คือการกำกับศิลป์ของเกมที่โดดเด่นมาก ไม่ว่าจะการรังสรรค์สิ่งของต่าง ๆ ในยุค 80s มาผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าไปมากลงไปได้แบบแนบเนียน เป็นโลกอนาคตในจินตนาการที่ผสมกับความ Retro ย้อนยุค และเทคโนโลยีล้ำสมัยบางอย่างที่ยังไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น แต่เกิดขึ้นแล้วในโลกยุคของเรา ถือเป็นการผสมผสานที่เข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจไม่น้อยเลย

และที่ต้องชมแบบจัด ๆ เลยก็คือเกมนี้มีการกำกับด้านแสงที่โดดเด่นมาก เพราะมีการใช้แสงแบบเกมสามมิติเข้ามาใช้ในเกม คือจะบอกว่านี่คือเกม 2D ที่มีการจัดแสงที่จัดจ้านมากที่สุดเกมหนึ่งในตอนนี้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันสวยงามจริง ๆ บางฉากนี่ถึงกับทำให้เราต้องหยุดพักชมแสงสีในเกมกันแป๊บหนึ่งก่อนที่จะเดินทางกันต่อเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องเสียงเพลงประกอบก็จะมาในแนว Dark Techno, Dark Synth ที่ให้บรรยากาศมืดหม่น ลึกลับ แล้วก็ดูเท่เกินห้ามใจ รวมกับการให้เสียงที่ส่งกับเพลงแบบเต็ม ๆ ก็ยิ่งทำให้การนำเสนองานศิลป์ของเกมนั้นน่าประทับใจอย่างแท้จริง
แต่อย่างที่ได้บอกไปว่าในเกมนี้จะเน้นไปที่การนำเสนอเนื้อเรื่องหลักมากกว่าส่วนเสริมอื่น ๆ เป็นเส้นตรง คือไม่ว่ายังไงคุณก็จะเล่นไปได้จนจบเกมแน่นอน แค่จะมีเควสเสริมอื่น ๆ ให้เลือกเล่นล้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อเรื่องของเกมแต่อย่างใด เพราะอย่างที่บอกไปว่า REPLACED นั้นเป็นเกมเส้นตรง มีทางให้ผู้เล่นได้เลี้ยวได้แวะบ้างนิดหน่อยแต่ไม่เยอะมาก ซึ่งก็ถือเป็นปกติของเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากกว่าการนำเสนอ อย่างเช่นในเกมนี้นั่นเอง

แน่นอนว่าพอ REPLACED เป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากกว่าการนำเสนอแบบนี้ ก็จะทำให้ Replay Value หรือคุณค่าในการกลับมาเล่นซ้ำนั้นลดลง เพราะพอรู้เรื่องครบหมดทุกอย่างแล้ว ตัวเกมก็ไม่ได้น่าดึงดูดให้กลับมาเล่นมากเท่าใดนัก แม้ว่าจะยังมีเอกสาร เควสเสริม หรือเพลงให้ไล่ตามเก็บในเกม แต่หลายคนที่เล่นจบไปแล้ว ก็คงไม่ได้สนใจอยากจะกลับไปเก็บกันเท่าไหร่นัก แถมไม่มีโหมดใหม่เพิ่มเติมหลังเล่นจบอีกด้วย ทำให้ความอยากเล่นต่อในรอบใหม่นั้นจางลงไปค่อนข้างมากทีเดียว
ต่อสู้ แก้ปัญหา และรีบไปให้ทันเวลา
เดินผ่านฉากที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ต่อสู้กับศัตรูกลุ่มใหญ่ และแก้ปริศนาเพื่อหาทางไปต่อ คือแกนหลักของเกมนี้ที่เราจะได้เจอไปตลอดทั้งเกม คือไม่เจอศัตรูก็คือต้องเจอกับอุปสรรคที่ต้องหาทางผ่านไปให้ได้ ไม่ก็ปริศนาชวนหัวเล็กน้อยที่ต้องอาศัยการอ่านคำใบ้ หรือใช้จังหวะเวลาในการผ่านไปให้ได้ในเวลาที่เหมาะสม
ซึ่งปริศนาหลายอันก็ออกแบบมาดี แต่อาจจะติดตรงที่ว่าบางครั้งด้วยการที่แสงในเกมมันจัดมาก สวยมาก จนบางทีดันมองไม่เห็นทางไปต่อหรือจุดที่ใบ้ปริศนาเพราะโดนแสงในเกมกลืนจนมองไม่ชัดก็มี ยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องทำเวลารีบผ่านไปให้ได้ไม่งั้นตายนี่ จะโดนอะไรแบบนี้ค่อนข้างบ่อยมาก แต่โชคดีที่จุด Checkpoint ของเกมมีให้ค่อนข้างถี่ ไม่งั้นตายทีไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นนี่คงไม่บันเทิงแน่นอน

แต่ถ้าถามถึงระดับความยากของปริศนาในเกมนี้ ก็ต้องบอกว่าอยู่ในระดับที่ต้องใช้สมองคิดกันสักเล็กน้อย มีการตีความบ้างนิดหน่อยจากคำใบ้ที่ได้ ที่มันจะไม่ได้บอกเราตรง ๆ โต้ง ๆ ว่าลำดับของการแก้จะเป็นแบบนี้นะ แต่จะมีการบอกว่า คุณต้องกลับเลข กลับรหัสที่ได้ใหม่เพื่อให้ได้ลำดับที่ถูกต้อง ที่ก็มีวิธีการแก้มาให้อยู่แล้วในคำใบ้นี่เอง อยู่ที่ว่าคุณจะตีความมันออกหรือเปล่า แต่ถ้าไม่รู้ ก็พอจะมั่วได้บ้าง เพราะส่วนใหญ่ปริศนาเป็นการเลือกตัวเลือกตอบให้ถูกในแต่ละข้อมากกว่า แต่ก็เสียเวลาน่าดูเหมือนกันถ้าจะทำแบบนั้น
ส่วนของศัตรูที่ต้องต่อกรนั้นก็มีทั้งแบบปกติธรรมดา แบบพิเศษสามสี่แบบ และบอสที่จะโผล่มาให้ได้สู้แบบเป็นกลุ่ม ที่ก็น่าเสียดายเล็กน้อยที่ประเภทของศัตรูและบอสมีน้อยไปหน่อย แต่ก็ท้าทายฝีมือพอสมควร (ไว้อธิบายเพิ่มในช่วง Gameplay) ยิ่งในระดับความยาก Hard นี่ก็จัดว่าตึงมืออยู่พอสมควรเหมือนกัน
รวม ๆ แล้วการนำเสนอของ REPLACED นั้นอาจจะไม่ได้ชวนให้กลับมาเล่นซ้ำรอบสองมากเท่าใดนัก แต่การสร้างบรรยากาศด้วยงานศิลป์งานเสียงอันโดดเด่น ก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจกับมันอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
Gameplay – เข้าตี สวนกลับ และวางแผน คือหัวใจสำคัญของการต่อสู้
สำหรับการต่อสู้ของเกมนี้ จัดได้ว่าเป็นการออกแบบระบบการต่อสู้ออกมาได้ดีมากเกมหนึ่ง เพราะมันเข้าใจได้ไม่ยาก ใช้งานได้จริง แต่ก็มีความท้าทายซ่อนอยู่เช่นกัน ซึ่งถ้าดูดี ๆ มันเป็นการต่อยอดมาจากระบบการต่อสู้ของเกมดังในอดีตอย่างซีรีส์ Batman: Arkham ของ Rocksteady นั่นเอง โดยอาวุธของเราคือปืนตำรวจที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลองยาวไว้โจมตีในระยะประชิด และเปลี่ยนปืนพกที่โจมตีได้รุนแรงในระยะไกล แต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องโจมตีศัตรูเพื่อสะสมพลังงานให้เต็มก่อนจึงจะใช้งานได้

และในช่วงหลังสามารถอัปเกรดเพิ่มโหมด Override ที่จะทำให้เรายิงได้ต่อเนื่องในชั่วขณะหนึ่ง เอาไว้เคลียร์ศัตรูที่รุมอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับ Pickaxe ที่เอาไว้จัดการกับศัตรูที่มีการป้องกันแน่นหนาด้วย
นอกจากการโจมตีธรรมดาแล้ว ยังมีการเคาน์เตอร์สวนกลับไป ซึ่งการโจมตีของศัตรูนั้นจะมีสองประเภทคือ แบบสวนกลับได้กับแบบสวนไม่ได้ ซึ่งจะมีสัญลักษณ์บอกบนหัวของศัตรูว่ามันจะโจมตีเข้ามาแบบไหน สีส้มไปขาวคือเคาน์เตอร์ได้ สีแดงคือเคาน์เตอร์ไม่ได้ ต้องกลิ้งหลบอย่างเดียว ซึ่งเราต้องดูให้ดี ๆ ว่าในระหว่างที่ตี ๆ อยู่นั้นศัตรูจะเข้ามาไม้ไหน แล้วก็แก้สถานการณ์กลับไปให้ได้นั่นเอง
ส่วนประเภทของศัตรูที่ไม่ใช่บอสนั้นจะมีอยู่ห้าประเภทหลัก ๆ คือพวกตัวธรรมดาที่เข้ามาตีใกล้ ตัวถือโล่ที่ต้องใช้ Pickaxe ตัดโล่ของพวกมันก่อนจึงจะตีเข้า พวกตัวว่องไวที่ตีธรรมดาไม่โดน ต้องรอจังหวะเคาน์เตอร์ พวกยิงไกลที่ต้องยิงสวนถ้าหากโดนเล็งเป้า และพวกตัวใหญ่ที่มีโล่สองชั้น ที่หลังจากผ่าโล่แล้วต้องมาตีให้ตายหรือยิงเพื่อปิดเกมไว ซึ่งศัตรูทั้งหมดนี้จะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันไปและเข้ามาพร้อมกันทีละหลาย ๆ ตัว

การถูกรุมเช่นนี้ก็จะเป็นการบีบให้เราต้องลำดับความสำคัญตามทรัพยากรที่มีในตัว เช่นถ้าในระยะของเรามีตัวถือโล่กับตัวธรรมดา เราก็อาจจะไปเล็งเป้าจัดการตัวถือโล่ให้หายไปก่อน หรือตัวยิงไกลที่จะคอยตอดเราจะระยะห่าง ที่ถ้าเรามัวแต่ไปนัวกับตัวใกล้อย่างเดียว รับรองได้ว่าเจ็บแน่นอน การลำดับความสำคัญว่าจะจัดการกับตัวไหนก่อนจึงเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องใส่ใจให้ดี เหมือนกับซีรีส์เกม Batman Arkham นั่นเอง
ด้วยระบบที่มีพื้นฐานแข็งแรงที่ถูกต่อยอดมานี้เอง ทำให้การต่อสู้ในเกมนี้ค่อนข้างสนุกและลื่นไหลไม่เลว แม้ว่าบางทีจะมีการส่งศัตรูเข้ามาในฉากในแบบที่ไม่ค่อยแฟร์ให้เห็นบ้าง แต่ก็มีไม่บ่อยนักและแก้ทางได้ทั้งหมดถ้าไม่ได้เล่นแย่จนเกินไป รวมถึงถ้าหากใช้ปืนเก็บศัตรูในช่วงที่ศัตรูจะตายพอดี ก็จะเป็นการตัดเข้าฉากการเผด็จศึกแบบเท่ ๆ อีกด้วย

ส่วนของการผ่านฉากและแก้ปริศนานั้นก็มีหลายแบบอย่างที่ได้กล่าวไปในช่วง Presentation ที่อาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อยในฉากที่มีการจัดแสงจนสว่างเกินกว่าจะหาทางไปต่อไม่เจอ ทำให้หลายครั้งเราอาจจะต้องตายก่อนที่จะผ่านไปได้ เหมือนผู้เล่นเอาไว้ก่อนยังไงอย่างงั้น แถมบางฉากก็จะมีช่วงที่เราวิ่ง ๆ อยู่แล้วต้องกระโดดหลบสิ่งกีดขวางเองด้วย ถ้าไม่งั้นเราจะสะดุดจนหยุด หนีไม่ทันโดนยิงตายง่าย ๆ ได้เหมือนกัน
อุปสรรคในเกมที่ขาดความหลากหลาย
ถ้าจะให้พูดถึงข้อเสียของ gameplay ก็น่าจะมีอยู่นิดหน่อย นั่นก็คือจำนวนของบอส ประเภทของศัตรู และการต่อสู้ในเกมนี้มันค่อนข้างน้อยไปหน่อย จะไปหนักจริง ๆ ในช่วงฉากสุดท้ายของเกม แต่ในฉากก่อนหน้าจะมีการเฉลี่ย ๆ ไปกับการแก้ปริศนาหรือหนีตายสุดระห่ำมากกว่า ซึ่งสำหรับขาบู๊ก็อาจจะซึม ๆ นิดหน่อย แบบว่าการต่อสู้ในเกมมันดีอ่ะ อยากเล่นมากกว่านี้อีกหน่อยนะ อะไรแบบนั้น รวมถึงการแก้ปริศนาที่ต้องอาศัยการตีความกับการช่างสังเกตนิดหน่อย เกมเมอร์สมองกล้ามที่ใจใฝ่ในความรุนแรงบางคนก็อาจจะรู้สึกว่ามันค่อนข้างขัดอารมณ์นั่นเอง

แต่รวม ๆ คือด้าน Gameplay นั้นออกแบบมาดีมาก รวมถึงปริศนาก็มีความยากที่กำลังพอดี ไม่ได้ยากจนถึงขนาดต้องเข้นสมองมากมาย แม้ว่าฉากให้ต่อสู้นั้นจะน้อยไปหน่อยก็ตามนั่นเอง
Performance – แอบเก็บงานไม่เนี้ยบ แต่ไม่ถึงขนาดรับไม่ได้
สเปคที่ใช้ในการรีวิว(ทดสอบบนระบบ PC)
CPU: AMD Ryzen 7 7800X3D 5.0GHZ
GPU: NVIDIA GeForce RTX 4070Ti Super
RAM: DDR5 32GB Bus 6400MHz
SSD: Patriot Viper VP4300 2TB
PSU: Thermaltake GF A3 Premium Platinum 1050W
Monitor: LG UltraGear 32GS85Q-B
ปรับภาพ All Very High ความละเอียด 2K
แม้ว่า REPLACED จะเป็นเกมแบบ 2D Pixel ที่ก็ไม่ได้กินสเปคอะไรมากมาย แต่ก็แอบมี Bug ติดมาให้รำคาญใจบ้างเล็กน้อย ซึ่งหนึ่งใน Bug ที่เราเจอก็คือเกมไม่โหลดศัตรูออกมาให้สู้ หรือบางทีก็ขยับตัวละครอะไรไม่ได้เลยชั่วขณะก็มี ต้องออกไปหน้าไตเติ้ลของเกมแล้วเข้าใหม่ถึงจะหาย แถมบางทีก็มี Bug ในเรื่องจุด Checkpoint ที่บางทีก็ไกลจนแอบน่ากังขา หรือ Subtitle ขึ้นค้างอยู่บนจอไม่หายไป จนกว่าจะไปเจอบทพูดใหม่ที่ก็น่ารำคาญนิดหน่อยเหมือนกัน

และที่หลายคนน่าจะไม่ชอบมาก ๆ ก็คือเรื่องของแถบดำหรือ Letterbox ที่เอาออกไม่ได้ ต้องเล่นไปแบบมีแถบดำบนล่างไปตลอดทั้งเกมนั่นแหละ ซึ่งบางทีก็น่ารำคาญพอดูเหมือนกัน
นอกจากนั้นก็มีเรื่องของแสงที่บอกไปหลายรอบแล้ว แต่ถึงยังไงก็ตาม ถ้าเครื่องของคุณผ่านสเปคขั้นต่ำของเกมได้ ก็น่าจะเล่นเกมนี้ได้ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน แถมระหว่างที่เล่นไปจนจบก็ไม่มีปัญหาเกมล่มหรือค้างเกิดขึ้นอีกด้วย
Verdict
REPLACED อาจจะไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบหรือดีพร้อมหมดทุกด้าน แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยม และการต่อสู้ที่สนุกเร้าใจ ก็น่าจะทำให้แฟน ๆ เกมแบบ 2D เป็นปลื้มกันได้แบบไม่ยาก ยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากคุณชอบหนังสไตล์ Dystopian Cyberpunk อยู่แล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่คุณควรหามาลองอย่างยิ่ง













