Skip to content
BY Ice

รีวิว Mortal Shell II | สุดยอดเกมยากที่เล่นสนุกจนวางจอยไม่ลง

รีวิว Mortal Shell II | สุดยอดเกมยากที่เล่นสนุกจนวางจอยไม่ลง
3,439 Views
ติดตามบน Google News

จากเกมเล็ก ๆ ของทีมงานเพียง 15 คน มาวันนี้ Mortal Shell เติบโตขึ้น และมีภาคต่อตามออกมาแล้ว มันจะเป็นยังไง ขอเชิญพบกับ Mortal Shell II Review

Story – นอกจากตามหา “ไข่” เราก็แทบไม่รู้อะไรเลย

Mortal Shell II 1

คุณคือ Harbinger หรือผู้ส่งสาร หน้าที่ของคุณคือการออกไปตามหาไข่ของเทพีศักดิ์สิทธิ์ Undermether ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วดินแดน และถูกเหล่าสัตว์ประหลาดและเทพเจ้าตัวปลอมคุ้มครองไว้ แต่ด้วยความที่คุณคือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเช่นกัน คุณจึงมีความสามารถในการเลือกซากศพของเหล่าวีรบุรุษมาห่อหุ้มตัว หรือก็คือเป็น Shell ได้ ตามชื่อเกม และออกเดินทางเพื่อรวบรวมไข่กลับมาอีกครั้ง ก่อนที่เทพเจ้าจอมปลอมและเหล่ามอนสเตอร์จะยึดครองแผ่นดินจนสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งเดียวที่ผู้เล่นจะรู้ และดูเหมือนว่าเกมไม่ค่อยอยากจะขายเนื้อเรื่องเราเท่าไรนักด้วย หากคุณไปดูหน้าสโตร์ของเกมนี้บน Steam เกมก็แทบจะไม่เล่าเรื่อง หรือบอกเรื่องย่ออะไรเราเลย เน้นอธิบายระบบเกมการเล่นซะมากกว่า

และจากประสบการณ์การเล่นของผู้เขียน หากอยากทำความเข้าใจเนื้อเรื่องของเกมนี้ นอกจากจะต้องช่างสำรวจ ขยันอ่านแล้ว คุณยังต้องปะติดปะต่อเรื่องราวเองอีกด้วย ด้วยความที่เกมมันนำเสนอโลก Open World แบบไร้รอยต่อตั้งแต่แรก ดังนั้นเนื้อเรื่องหรือเอกสารข้อความใด ๆ ที่เจอ มันจะไม่มีทางเรียงลำดับกันแบบหนึ่งสองสาม ผู้เล่นอาจจะต้องรวบรวมมันมาเรียบเรียงและทำความเข้าใจเอง

Mortal Shell II 2

แต่พูดก็พูด ขนาดหน้า Store หรือการโปรโมทเกมยังแตะส่วนของเนื้อเรื่องน้อยมาก ๆ ตัวอย่างของเกมนี่ยังไม่มี Story Trailer ให้ดูเลยด้วยซ้ำ เอกสารในเกมที่หาเจอก็แทบไม่แตะโครงเรื่องหลัก ส่วนใหญ่จะบอกข้อมูลเฉพาะในพื้นที่นั้น ๆ หรือบอกจุดซ่อนไอเทมมากกว่า

จะบอกว่าเป็นจุดอ่อนก็ได้ หรือเป็นเรื่องปกติของเกมโซลก็ดี แต่เอาเป็นว่าใครอยากซื้อเกมนี้มาเล่นเพราะเนื้อเรื่องก็อาจจะต้องงมเข็มในมหาสมุทรกันหน่อย แต่ถ้าไม่ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรอยู่ดี

Presentation – มืดมน อึมครึม แต่ก็ดุเดือด และเลือดสาด

Mortal Shell II 3

ปกติแล้ว ชาวเกม Soulslike ก็คงชินกับความอึมครึม ความสกปรก ความแหวะ ความดาร์คของเกมแนวนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว Mortal Shell 2 เองก็มาในรูปแบบที่คล้ายกัน ตลอดเวลาการเล่นในเกมนี้ ผู้เล่นจะต้องเจอกับบรรยากาศและอารมณ์ที่ว่ามาทั้งหมด ไม่มีความสด มีแต่ความหม่น

สิ่งที่ต่างและอาจใช้คำว่าพัฒนาขึ้นจากภาคแรกได้ ก็คือภาคนี้จะมีความเป็นเกม Open World แบบไร้รอยต่อ ผู้เล่นจะเดินทางไปจุดไหนก่อนก็ได้ แต่แผนที่ใน Map จะถูกปิดไว้ ทำให้เราเช็คตำแหน่งหรือเช็คทางลำบากมาก หากอยากปลดแผนที่ให้ดูเส้นทางได้ เราต้องออกสำรวจไปเจอแท่นบูชาที่มีอีกาเกาะอยู่ แล้วจึงจะเปิดแผนที่เห็น แต่การที่เรามองไม่เห็นแผนที่ก็ไม่ได้ขัดขวางให้เราเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ อยู่แล้ว

และถึงแม้จะมีโลกของเกม ดูเผิน ๆ อาจจะไม่ใหญ่มาก แต่ตอนที่เราลงไปเดินจริง สำรวจจริง เราจะพบว่ามันมีความซับซ้อน และคดเคี้ยว วกวนอยู่มากเลยทีเดียว บางอย่างเราเห็นมันถูกมาร์คตำแหน่งไว้ในแผนที่ใกล้ ๆ แค่นี้ แต่พอเดินจริง หาทางกันเป็นชั่วโมง ฝ่าดงศัตรูกันเป็นสิบ แถมไม่รู้ว่าอยู่ข้างบน หรือข้างล่าง การไปถึงจุดสำคัญของเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็น Beacon ที่เป็นเหมือน Bonfire ในเกมโซลเกมอื่น ๆ หรือจุดอาวุธและ Shell ใหม่ ๆ แต่ละจุดได้นี่เรียกได้ว่าปาดเหงื่อหรือลุ้นกันจนตัวเกร็งเลยทีเดียว

Mortal Shell II 4

นอกจากความหม่น ๆ และโทนของเกมที่ไปทางดาร์ค ๆ แล้ว อีกอย่างที่เราได้มาเสริมเพิ่มคือความรุนแรงแบบสะใจ เพราะเกมนี้จะมีท่า Finisher ศัตรูในรูปแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละศัตรูที่เรากดใช้งานด้วย แต่น่าเสียดายตรงที่ท่า Finisher ที่ใช้กับศัตรู ส่วนใหญ่มันคือการเอาอาวุธศัตรูมาทำร้ายมันกลับไป ถ้ามันเป็นอาวุธที่เราถืออยู่ด้วยน่าจะดีมาก

เรื่องเสียงก็เป็นอีกด้านที่เกมนี้ทำได้ดี ด้วยบรรยากาศของมัน ทำให้บางช่วง บางฉากของเกมนี้จะพาให้เรารู้สึกสยองขวัญเล็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เกมมีเดิมพันสูง ในทุกพื้นที่ใหม่ ๆ ที่เราไปเจอ เราไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรรอเล่นงานเราอยู่ อาจจะเป็นเหลี่ยมมุมนั้น ทางโค้งตรงนี้ ยิ่งถ้าต้องเข้าไปในตัวอาคารหรือที่แคบนี่ยิ่งต้องระวังกว่าเดิม แถมการฟังเสียงช่วยเราได้เยอะมาก จากประสบการณ์ส่วนตัว การสังเกตอนิเมชันศัตรูเพื่อรอ Parry นั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่การฟังเสียงด้วยจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นแบบเห็นผลมาก อันนี้อาจจะเป็นความรู้สึกส่วนตัว เกมเปิดจริงแล้ว ใครไปลองมาก็ลองมาแชร์ต่อกันอีกทีได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่ามันช่วยได้มากจริงในเรื่องของการฟังเสียง

ดีไซน์ศัตรูแต่ละตัวก็ถือว่าทำออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง ศัตรูในเกมนี้เรียกได้ว่าไม่มีตัวไหนที่ดูสบายตาเลยสักตัว แถมมันยังเป็นการผสมผสานกันระหว่างพวกมนุษย์เสียสติกับพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดหลากหลายสายพันธุ์ และแน่นอนว่าทุกตัวก็จะซุกทีเด็ดของตัวเองในการทำให้ผู้เล่นหัวร้อนเอาไว้ด้วย โปรดระวังให้ดี ไม่ว่าจะเป็นพวกทหารกีกี้ข้างทาง

และ Mortal Shell 2 ถือเป็นอีกเกมที่ภาพสวยมาก และเป็นเกมที่เล่นกับแสงสว่างได้มีมิติและดูสวยงามไปในเวลาเดียวกัน ฉากไหนที่เราเจอแสงแดดส่องถึง เราจะรู้สึกว่ามันเป็นแสงแดดที่น่าเดินเข้าไปเยียวยาอารมณ์ความรู้สึกหลังเจอแต่ความอึมครึมมานาน แถมบางจุดเกมใส่จุดนั่งพักเอาไว้ให้ถ่ายรูปสวย ๆ ไปอวดกันด้วย

Mortal Shell II 9

สิ่งที่ Mortal Shell 2 นำเสนอและถ่ายทอดออกมานั้น อาจเป็นสิ่งที่แฟนเกม Souls ชื่นชอบและเคยผ่านกันมาก่อนอยู่แล้ว แต่เกมนี้ก็มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของมัน ให้ความสนุกในแบบของมันเองด้วย

ความยาวของตัวเกมนั้น แม้จะเป็นโลก Open World แต่ขนาดของแผนที่ก็ไม่ได้ใหญ่ และต่อให้คุณขี้หลงขนาดไหน มันก็ไม่ได้ยากในการจดจำเส้นทางหรือสืบเสาะเส้นทางจนครบ หากจะเอาแค่เกมจบ ไถไปโดยไม่ใช้อาวุธหรือ Shell ใหม่ ๆ เพิ่ม และฝีมือคุณดีพอ คุณอาจจะจบเกมได้ในเวลา 30 ชั่วโมง แต่ถ้าจะเก็บทุกอย่างให้ครบ ก็อาจจะไปแตะที่ 40-50 ชั่วโมงได้

ที่น่าสนใจคือ ในเอกสารที่ทีมงานออกมาเผยระยะเวลาในการเล่น พวกเขาคาดหวังว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จะจบเกมได้ในระยะเวลา 30-40 ชั่วโมง ซึ่งจากที่ผมลองเล่นมา ก็ถือว่าประมาณนี้เลย แต่ต้องย้ำว่าในตัวเลขประมาณนี้ คุณต้องเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์กับเกม Souls มาบ้าง ถ้าเป็นมือใหม่แกะกล่องเลย ตายซ้ำตายซาก ตายวนเวียน ก็อาจจะใช้เวลาเกินไปอีก หรือตัดสินใจที่จะไม่เล่นเกมนี้แต่แรกก็ได้

Gameplay – แม้จะยากแค่ไหน แต่มันก็ท้าทายพอให้เราอยากไปต่อเรื่อย ๆ

Mortal Shell II 6

แฟน ๆ เกม Soulslike คงจะรู้สึกว่าการมีชีวิตที่ยากลำบาก และทุกก้าวเดินล้วนมีความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ ถ้าอย่างนั้นมาดูในมุมของคนที่พยายามเล่นจนผ่านแบบผู้เขียนกันบ้าง

ในฐานะคนที่ไม่ได้เล่นเกม Souls บ่อย ในแง่ของความยาก ที่แต่ละคนมีความเป็นปัจเจกนั้น Mortal Shell II สำหรับผู้เขียนถือว่าเป็นเกมที่มีความยากอยู่ในระดับที่พอดิบพอดี มันยากพอจนเรารู้สึกอึดอัดและไม่สนุกในบางครั้ง แต่ในทุก ๆ การเอาชนะ การมองเห็นเส้นทางข้างหน้า การได้เห็นของรางวัลที่จะได้ มันจะยั่วให้เราเล่นต่อเสมอ และต้องฝึกใจเย็นและทบทวนตัวเองให้ดีว่าเราใช้ Option ที่มีหมดแล้วหรือยัง

จริงอยู่ว่าศัตรูมีเยอะแยะมากมาย แต่เราจำเป็นจะต้องสู้หมดทุกตัวเลยไหม? แน่นอนว่าไม่ แต่เราไม่สามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้ทุกครั้ง บางส่วน บางพื้นที่ การพยายามวิ่งลัดหนีก็ถูกวางกับดักไว้ข้างหน้า ราวกับผู้สร้างรู้มือว่าจุดนี้พวกคุณจะวิ่งกันแน่ ๆ มันจะไปเจอศัตรูกลุ่มใหม่ที่คราวนี้หนียังไงก็รอดยาก สุดท้ายก็ต้องรับมือพร้อมกับศัตรูหลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกัน

ในเกมนี้ ตัวละครของเราจะไม่มีค่า Stamina ทำให้สามารถกด Dash หลบ กดวิ่ง และออกแอ็คชันการโจมตีได้ตลอดเวลา อาวุธก็จะมีอาวุธหลักที่เราเลือกใส่ และอาวุธรองที่เกมนี้จะเรียกว่า Sidearm การใช้อาวุธ Sidearm และสกิลพิเศษต่าง ๆ จะเสียค่า Resolve ที่เป็นเกจสีทองเหนือหลอดพลังชีวิตของเรา และฟื้นฟูมันได้ด้วยการโจมตีให้โดน

หัวใจสำคัญในการเอาชนะศัตรูในเกมนี้ แบบที่คุณอาจจะไม่ต้องแลกเลือดสักหยด แต่ฝีมือก็ต้องถึงจริง คือการ Parry – การ Parry ในเกมนี้คุณจะต้องกดป้องกันในจังหวะที่ศัตรูมันตีลงมาแบบพอดี ๆ ไม่ช้า ไม่เร็วจนเกินไป เมื่อ Parry สำเร็จ เกจ Posture ของศัตรูที่อยู่ใต้หลอดพลังชีวิตจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเต็มหลอดเราจะเข้าไปกดท่าพิเศษใส่ศัตรูได้ แต่ถ้าเลือดศัตรูเหลือเยอะ มันก็ไม่ได้ฆ่าศัตรูได้ในทันทีเหมือนกัน

Mortal Shell II 5

ด้วยระบบแบบนี้ มันเลยถือเป็นระบบที่ยืดหยุ่นในการต่อสู้ เราถูกรุมก็จริง แต่เราก็มีความสามารถในการฉากหลบได้อย่างต่อเนื่อง หรือใช้สเตป Hit & Run ตีแล้วถอยวนเรื่อย ๆ รอใช้สกิลแล้วเก็บศัตรูทั้งหมด มันไม่ต้องมานั่งห่วงค่า Stamina ให้กดดันจนเกินไป

แต่เกมมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น กาหลบวนอาจเป็นการไปเจอศัตรูกลุ่มใหม่ที่อยู่ในระยะ และการถูกรุมในเกมนี้ โอกาสพลาดก็ยิ่งสูง เกมไม่ได้ใจดีถึงขนาดมอบจังหวะ i-frame หรือจังหวะอมตะให้กับเรามากนัก บ่อยครั้งที่เราเข้าไปกดท่าพิเศษ และทันทีหลังออกท่าเสร็จ เราก็โดนไอ้ตัวข้าง ๆ จามหัวต่อทันทีโดยไม่มี i-frame ช่วย ดังนั้นอย่าคิดว่าการเข้าไปกดท่าพิเศษจะช่วยให้รอดพ้นจากดงศัตรู

ในเมื่อเกมมันท้าทายฝีมือผู้เล่น ก็ต้องมีตัวช่วยในการรับมือ นอกจากอาวุธหลัก อาวุธ Sidearm แล้ว อีกออปชันเสริมที่เรามีคือ Tarstone ไอเทมวัตถุโบราณที่จะช่วยสนับสนุนการต่อสู้ให้ผู้เล่น โดยมันจะแบ่งออกเป็นสาย

สาย Support ที่คอยช่วยเหลือการต่อสู้แบบติดตัว สาย Combat เช่นเสกธาตุลงไปในอาวุธ สาย Infusion เสริมความสามารถให้อาวุธ Sidearm และ Abilities ท่าพิเศษที่จะใช้เกจ Resolve แต่แต่ละประเภทเราจะติดตั้งได้จำกัด เป็นเหมือนกับการ Build ตัวละคร ส่วนในด้านอื่น ๆ อาวุธเราสามารถอัปเกรดได้ โดยกลับไปที่ Hub ศูนย์กลางที่มีทุกอย่างพร้อม

Mortal Shell II 7

ด้วยความที่เกมนี้เป็นโลก Open World หลายครั้งในการสำรวจ เราจะไปเจอกับพื้นที่สีเทา ๆ แบบนี้ เมื่อเดินทะลุเข้าไป มันคือดันเจี้ยน ดันเจี้ยนในเกมนี้ ทีมงานบอกว่ามันมีอยู่มากกว่า 80 แห่งทั่วพื้นที่ในเกม ซึ่งดันเจี้ยนเหล่านี้แหละ ที่จะเป็นจุดตามหา Tarstones ใหม่ ๆ ทำให้การสำรวจของเกมนี้มันสำคัญจริง ๆ บางทีเคลียร์ดันเจี้ยน ฝ่าวิบากกรรมไปจนสุดทาง แต่ดันได้ Tarstones มาไม่ตรงสายที่เล่น จะเปลี่ยน หรือจะไปหาอันใหม่ ก็แล้วแต่ความสะดวกของผู้เล่น

และฟีเจอร์ที่เด่นมาตั้งแต่ภาคแรก และทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเองคือ Shell เปลือกที่ห่อหุ้มร่างกายเราไว้ ต้องบอกว่าตัวเอกของเรานั้น เป็นเพียงผู้ส่งสารไร้ร่างหลัก แต่การออกไปผจญภัยในดินแดนนี้ จำเป็นจะต้องมีพลังที่มากกว่านั้น เราเลยต้องหา Shell ที่เป็นเหมือนกายเนื้อมาห่อหุ้มร่างกายของตัวเอง Shell แต่ละชนิดจะแทนสายการเล่นแต่ละประเภท และเราไม่สามารถเลือกได้ตั้งแต่เริ่มเกม การจะได้ Shell ใหม่ ๆ มันต้องออกผจญภัย ฝ่าดงศัตรูไปเก็บมา ถึงจะเปลี่ยนมาใช้ได้ ซึ่ง Shell ต่าง ๆ ก็จะเสริมพลัง ปลดล็อคสกิลได้อีกต่างหากด้วย

เกมมันยาก การต่อสู้มันท้าทาย ระยะห่างระหว่าง Beacon แต่ละจุด บางจุดนี่ไกลจนท้อเลย แต่ผู้เล่นก็มีตัวช่วยและทางเลือกที่หลากหลายมาก ๆ การฝืนเล่นสไตล์เดียวของเกมนี้อาจทำให้คุณเหนื่อยเกินความจำเป็น ลองเช็คของที่ได้มา อาวุธที่มีอยู่ ไอเทมที่ใช้ได้ แล้วปรับตัวไปตามสถานการณ์มันจะช่วยได้มากกว่า

แต่ถึงอย่างไรก็รู้สึกว่า มันมีบางจุดที่ทำมาขยี้เราโดยเฉพาะ ศัตรูที่มีลีลาเยอะ สับขาหลอกผู้เล่นบ่อย ๆ หรือบางทีก็ยัดปริมาณเข้ามาแถมด้วย หนีหรือลัดก็ไม่ได้ ยังไงก็ต้องเจอ อยากจะไปให้ถึงจุดเก็บของหรือสู้บอสโดยไม่เสียเลือดเลย ก็ต้องวัดความนิ่งในการ Parry ของเราเอง จนบางทีมันเหนื่อยเกินไปที่จะเล่น

แต่เกมก็มีตัวช่วยอยู่กับไอเทมที่เรียกว่า Slayer Seal มันคือไอเทมที่เปรียบเสมือนกับตัวช่วยให้ผู้เล่นเล่นสบายขึ้น แต่ต้องบอกไว้ว่า ถ้าเกิดใช้ไอเทมชิ้นนี้ช่วย เราจะไม่ได้ Achievement ตลอดการเล่นในเซฟนั้นเลย ใครเป็นสายเก็บแต้ม ล่าถ้วย ไม่ควรใส่

Mortal Shell II 8

ตัวช่วยของ Slayer Seal เมื่อติดตั้งแล้วเราจะมีเกจพิเศษ เกจที่ 3 ขึ้นอยู่ใต้หลอดพลังชีวิต หลอดสีเทา ๆ นี้ มันจะเป็นเกจที่ทำให้เราสามารถกดชาร์จโจมตีใส่ศัตรูทุกตัวในเกม และถ้าโดน ศัตรูจะติดสถานะเสียหลัก และเปิดโอกาสให้เราใช้ท่า Finisher ได้ทันที เท่านั้นยังไม่พอ อาวุธ Sidearm ของเราจะทำเร่งค่า Posture ในปริมาณมาก ทำให้เราสามารถใช้ Finisher ได้ง่ายขึ้น และหาก Finisher ศัตรูสำเร็จ มันจะฟื้นพลังชีวิตและเกจ Resolve ให้เราต่อด้วย ทำให้เกมมันเล่นสบายขึ้นมาก ๆ

แต่อย่าคิดว่ามันจะทำให้เกมง่ายจนหมดสนุก เพราะการเล่นด้วย Slayer Seal ผู้เล่นยังจะต้องคำนวณว่าจะจัดการศัตรูตัวไหนก่อน ต้องทำของมาอีกแบบเพื่อเล่นในสไตล์นี้ และที่สำคัญ การรับมือกับบอส ก็ต้องบริหารจังหวะการใช้ Sidearm เพราะผู้เล่นจะ Parry ไม่ได้แล้ว แม้จะเป็นไอเทมเสริมให้เกมเล่นสะดวกสบายขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เกมง่ายไปซะทีเดียว ขอแนะนำว่าใครมาเล่นเกมนี้ครั้งแรก ใส่ไปเถอะครับ เรียนรู้โลกของเกมก่อน ค่อยไปเก็บ Achievement รอบ 2 เอาก็ได้ หรือใครใจถึง ผ่านเกมโซลมาเยอะ แค่นี้มันจิ๊บจ๊อยสำหรับข้า ก็ไม่ต้องไปเผลอใส่ แน่นอนว่าผมลุยไป 20 ชั่วโมงแล้ว ยอมกดใส่ เล่นสนุกขึ้นเยอะ ถึงจะไม่ได้ Achievement ไปอวดใครก็ตาม

Mortal Shell II ถือเป็นพัฒนาการจากภาคแรก มันยืดหยุ่น มอบทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้เล่น ตอบแทนคนที่สำรวจและมีฝีมือ แต่ใครไม่ได้เก่งมาก มันก็มีตัวช่วยเสริมให้ อาจจะเทียบชั้นไม่ได้กับเกมโซลแนวหน้า แต่ถ้าช่วงนี้คุณกำลังมองหาเกมสไตล์นี้อยู่ Mortal Shell II ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในตอนนี้แล้ว

Performance – สเปคเก่าก็เล่นได้ แต่ขอให้ Day 1 Patch ดีขึ้นกว่านี้

Mortal Shell II 10

ในยุคที่ของทุกอย่างในแวดวงไอทีราคาพุ่งทะยานฟ้า เรื่องประสิทธิภาพของเกมจึงสำคัญมากไม่แพ้สิ่งใด และโชคดีที่ Mortal Shell II ก็ทำสิ่งนี้ได้ดีมาก

Mortal Shell II เป็นเกมที่ใช้สเปคคอมพิวเตอร์พอสมควร ด้วยสเปคขั้นต่ำคือ i7-10700K การ์ดจอ RTX 2060 และแรม 16GB แต่ก็ไม่น่าจะเกินความสามารถคอมพิวเตอร์ยุคนี้ แน่นอนว่าเครื่อง 5090 ของเรา เอาอยู่แบบสบาย ๆ ฟุตเทจทุกฟุตจากวิดีโอนี้ มาจากเครื่อง 5090 แทบทั้งสิ้น

แต่เราก็ได้ลองเล่นบนเครื่องสเปคเก่าที่มีอายุหน่อย อย่าง i5-12400f การ์ดจอ 3080 ก็ยังเล่นได้ที่ 60-70 FPS แต่ต้องปรับลดคุณภาพบางส่วนลงมา เช่นพวกแสงเงา วิชวลเอฟเฟกต์หรือเทกซ์เจอร์ต่าง ๆ ลง แม้เรื่องแสงเงาจะสู้การปรับสุดไม่ได้ แต่ถ้าสนแค่เล่นได้ลื่น ๆ โดยมีภาพส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ดรอปไปมากนัก เกมก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

แต่แม้จะรอดตายจากการอาการเฟรมแกว่ง เฟรมดรอป แต่ที่น่าหงุดหงิดใจที่สุดคือเกมแครช ต้องบอกก่อนว่า เราได้เกมนี้มาเล่นก่อนคนอื่น ๆ ซึ่งก็มีการออกมายืนยันแล้วว่า Day 1 Patch จะมีการแก้ไขปัญหานี้แน่นอน เพราะเกมมันล่มแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยบ่อยมาก ๆ เดิน ๆ อยู่เกมค้าง แครชดับไปเลย ตีบอสอยู่ ดับไปเลย บางทีเพิ่งเข้าเกมมา เกิดตรง Beacon เดินได้สามก้าว ดับไปเลยก็มี ก็ได้แต่หวังว่าผู้เล่นทั่วไปจะไม่เจอปัญหาเหล่านี้ใน Day 1

และนอกจากอาการเกมแครชแล้ว ที่เราเจออีกอย่างเลยคือ บั๊กตอนเข้าดันเจี้ยน เมื่อใช้ท่าพิเศษแล้วตัวละครจมดินลงไปเลย ต้องยืนรอความตายเพื่อไปเกิดใหม่ อันนี้ถือว่าร้ายแรงอยู่ แต่โชคดีที่เราเจอแบบนี้แค่ครั้งเดียวตลอดช่วงเวลาการเล่นเกือบ 30 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Mortal Shell II 11

ส่วนด้าน Accessibility ต้องบอกว่าเกมทำมาครอบคลุมมาก โดยเฉพาะเรื่องของปุ่มกดทั้งจอยและเมาส์คีย์บอร์ด ชอบแบบไหน จัดการเองได้เลย จะเกมมันออโต้ล็อคศัตรู ย้ายเป้าแบบ Manual หรือวิธีการกดบล็อค จะให้เป็นกดทีเดียว หรือกดค้าง ได้หมด มีอันนึงที่ชอบคือให้มันเก็บเงินให้อัตโนมัติ อันนี้ดีมาก ไม่รู้ทำไมเขาไม่ตั้งให้มันเป็น Default เหมือนกัน

ถ้าไม่นับเกมค้าง เกมแครชแบบงง ๆ Performance ของ Mortal Shell II ก็ถือว่าดีมาก ไปรอลุ้นกันเอาใน Day 1 Patch แต่เพราะมันเกิดขึ้นกับรอบ Preview ก็คงต้องตำหนิกันสักเล็กน้อย เพื่อบอกให้รู้ไว้ว่ามันมีปัญหานี้จริง ๆ

สรุป

Mortal Shell II เป็นเกม Soulslike ที่มีรูปแบบการเล่น และความสนุกในแบบเฉพาะตัวของมันเอง เชื่อว่าคนชอบเล่นเกมยากจะสนุกและ Enjoy ไปกับความยากนี้ของมันได้ พูดแล้วก็น่าทึ่งที่จุดเริ่มต้นของเกมนี้ในภาคแรกมีทีมงานเพียง 15 คนเท่านั้น แต่พอเป็นภาค 2 ทุกอย่างพัฒนาขึ้น ดูดีขึ้นทั้งหมด พัฒนาจากภาคแรกขึ้นมาทุกด้าน กลายเป็นโลกเปิดไร้รอยต่อ ทุกการสำรวจ คือโอกาสที่ตัวละครจะแกร่งขึ้น หลายซีนชวนหัวร้อน แต่มันก็ท้าทายให้เล่นต่อแบบหยุดไม่ได้

Mortal Shell II

8 / 10 คะแนน

เกณฑ์การให้คะแนน
รีวิว Mortal Shell II | สุดยอดเกมยากที่เล่นสนุกจนวางจอยไม่ลง

8

ข้อดี

  • กราฟิกสวยงาม โดยเฉพาะด้านแสงและเงาที่ทำมาดีมาก
  • เป็นเกม Soulslike ที่ระบบยืดหยุ่นและมีหลากหลายทางเลือกให้ลองเล่นไม่แพ้เกม Souls เกมอื่น ๆ
  • Slayer Seal ตัวช่วยผู้เล่นทำให้หน้าใหม่สนุกขึ้นแต่ยังท้าทายเหมือนเดิม แม้ไม่ได้ Achievement
  • ดันเจี้ยนที่มีให้สำรวจเยอะ และไม่ค่อยเจอศัตรูซ้ำหน้ากันเท่าไรนัก

ข้อเสีย

  • เกมแครชบ่อยมาก และมีบั๊กยิบย่อย
  • การเล่าเรื่องที่งงมาก จนเหมือนทีมงานไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย

Aisoon Srikum

ไอซ์ - Content Writer นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมกาชาที่อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับทุกเกมบนโลก

Related posts

Read More
โฆษณา TruePoint แลกคุ้มรับต้นปี
Back to top