GamingDose

Support

BY Ice

Resident Evil ชื่อนี้ ใครจะสู้ได้ ?

Resident Evil Village Thebest2021 โซเชียลเสริม 1
0 Views
ติดตามบน Google News

เราชอบ Resident Evil เพราะอะไร ? เพราะความน่ากลัวที่สุดแสนจะเป็นตำนานจากคฤหาสน์สยองในภาคแรก ? เพราะเหล่าตัวละครสวย-หล่อ ที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และบทบาท ? เพราะความเป็นต้นตำรับของแนวเกมที่เรียกว่า Survival-horror ? หรือเพราะการพลิกโฉมในภาค 4 ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของวงการเกม ? ที่ว่ามาทั้งหมดน่าจะถือว่าถูกต้องทุกอย่าง เพราะที่เราชอบ Resident Evil.. ก็เพราะว่ามันคือ Resident Evil นั่นเอง 

Asolk6dgptqputrvibatvn

มันคือจักรวาลที่มีโรคระบาดสุดอันตราย เหล่าคนชั่วร้ายต้องการใช้มันเพื่อผลประโยชน์ ซึ่งในอีกด้านก็มีเหล่าฮีโร่หนุ่ม-สาว ที่ทั้งสมัครใจและจับพลัดจับผลูมาร่วมปฎิบัติการต่อต้าน นี่คือซีรีส์ที่มีการวางพื้นเรื่องมาอย่างยาวนานตั้งแต่ตัวผู้เขียนเองยังมีอายุหลักเดียว(และผู้อ่านบางท่านก็อาจจะยังไม่เกิดด้วยซ้ำ) หลายคนเคยเล่นกันมาตั้งแต่ยุค PS1 หรือบางคนอาจจะไม่ได้เล่นเอง แต่ไปเกาะไหล่, คลุมโปง อยู่ข้าง ๆ คนถือจอยพร้อมสัมผัสความระทึกไปด้วยกัน ที่ก็ไม่รู้ว่าใครสะดุ้งแรงกว่ากันระหว่างคนเล่นกับคนดูในจังหวะที่ Nemesis พุ่งเข้ามา ถือเป็นประสบการณ์ในวันวานที่ตัวผู้เขียนเองก็ยังโหยหา

และด้วยความที่ Resident Evil แทบจะไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แม้จะไม่ใช่ภาคหลักของซีรีส์ เราก็ยังได้เห็นภาคเสริม, ภาค spin-off หรือภาค Remake ที่ออกตามกันมาปีต่อปี แทบไม่มีครั้งไหนเลยที่ Resident Evil เงียบหายไปจากวงการเป็นเวลา 2 หรือ 3 ปี ต่อให้ไม่มีภาคใหม่ออกมาในเวลานั้น ก็ยังอุตส่าห์มีภาค Remaster นำของเก่ามาขัดตาทัพ ยิ่งเป็นการเหนี่ยวรั้งแฟน ๆ ไม่ให้ลืมชื่อนี้ และเป็นการขยายฐานแฟนให้รู้จักชื่อ Resident Evil ไปในตัว 

อีกอย่างที่ทำให้ Resident Evil เป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้ คือการปรับตัวที่มีไม่กี่เกมจะเคยทำ Resident Evil เปิดตัวด้วยการนิยามเกมแนว Survival-horror ที่การฆ่าทุกอย่างหาใช่ทางรอด คุณต้องเลือกใช้ทรัพยากรที่มีให้อย่างจำกัด ทำให้มันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความระทึกเหมือนกับการเข้าไปเป็นตัวเอกในภาพยนตร์สยองขวัญ ที่เป้าหมายเดียวของเราคือการ ‘รอดชีวิด’ 

Resident Evil Village 1

แต่เมื่อถึงปี 2005 การที่ Resident Evil จะยังทำรูปแบบเดิมต่อไปในมุม Fixed-camera (ที่ถูกเลือกใช้เพราะความจำกัดทางเทคโนโลยี) และความเป็น Survival-horror แบบเดิมก็คงจะซ้ำซากเกินไป Resident Evil 4 จึงเปิดตัวด้วยระบบใหม่เอี่ยมที่ผู้เล่นพร้อมลุย ตัดความ Survival ทิ้งไป แถมยังเป็นเกมในมุมมองข้ามหัวไหล่ ที่กลายเป็นมุมมาตรฐานของเกม 3rd person การเปลี่ยนแปลงใน RE4 ทำให้ชื่อของมันดังกระฉ่อนอีกครั้ง ดึงดูดผู้เล่นที่ไม่ชอบ RE ในยุคก่อนให้มาสนุกกับมันอย่างล้นหลาม 

หลังจากนั้นก็เป็นยุคของการ co-op บู๊ล้างผลาญ, การทดลองทำลงเครื่อง handheld, spin-off เน้นการ PVP(ที่สุดแสนจะไม่เวิร์ค) และการกลับมาสู่ความเป็น Survival-horror ในปัจจุบัน คือเรียกได้ว่าถ้าใครชอบ Resident Evil ด้วยเหตุอะไร ในช่วงเวลาไหนก็ตาม คุณก็คือหนึ่งในกำลังขับที่ยังทำให้ซีรีส์โชกเลือดสุดที่รักของพวกเรายังดำเนินต่อไป และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

คำถามก็คือ แล้วจะมีเกมไหนที่สู้ได้ ? คือถ้าพูดถึงเกม Survival-horror, Action-horror หรือพูดถึงแค่ว่า’เกมซอมบี้’ เฉย ๆ ชื่อของ Resident Evil ก็น่าจะผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนเป็นอันดับต้น ๆ เรียกได้ว่ามันเป็นเกมที่ครองใจผู้เล่นมาอย่างเนิ่นนาน แม้แต่คนที่ไม่เล่นเกมก็ยังรู้จัก  ด้วยเหตุนี้ บรรดาเกมชื่อใหม่จากผู้พัฒนาเจ้าอื่นที่อยากจะสร้างสรรค์ผลงานในเกมแนวนี้บ้าง มักจะถูกกระแสของ Resident Evil กลบเสียจนมิด แม้จะไม่แพ้ด้วยคุณภาพเกม แต่ก็ยังแพ้ด้วยพลังการตลาด

R6dedatmxxnxvqmsndi7ak

อย่างในช่วงยุค ‘90s ที่ Konami เปิดตัวผลงานระดับตำนาน ที่แม้จะได้แรงบันดาลใจจาก Resident Evil แต่ก็เจ๋งพอจะเทียบเคียงกันได้เลย นั่นคือ ‘Silent Hill’ ที่โชว์การให้แสงไฟแบบ Real-time บนฮาร์ทแวร์ยุค PS1, ความน่ากลัวที่ชวนขนลุกหวาดเสียวสันหลัง และการเล่าเรื่องชั้นเยี่ยมตามแบบฉบับของภาพยนตร์ระดับท๊อป ที่ยิ่งสานต่อให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกในภาคต่อมา นี่คือจุดที่ Resident Evil ทาบไม่ติดเลย แต่สุดท้าย คุณภาพก็แพ้ความสม่ำเสมอ ในขณะที่ Silent Hill กว่าจะมีภาคใหม่ก็อย่างน้อย 2 ปี แถมไม่ใช่ทุกภาคที่จะถือเป็นเกมคุณภาพสูง ในขณะนั้น Resident Evil ได้ปล่อยภาพใหม่ออกมาแบบไม่หยุดยั่ง แต่ภาค RE3:Nemesis, RE: Code Veronica, RE1 Remake, RE Zero, RE Outbreak จนมาถึง RE4 ที่ดังเป็นพลุแตก เห็นได้ชัดว่าทาง capcom จะไม่ยอมปล่อยให้แฟน RE รอเก้อกันเลย มีแต่เกมใหม่ออกมาโบ๊ะบ๊ะกันรัว ๆ ก็ไม่แปลกที่ Silent Hill จะกลายเป็นชื่อที่หายเข้าไปในซอกหลืบ

ส่วนอีกเกมที่ออกมาในช่วงเดียวกับ Silent Hill 2 ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ Project Zero หรือเป็นที่รู้จักกันมากกว่าในชื่อ ‘Fatal Frame’ เกมถ่ายรูปผีที่อัดแน่นด้วยความขนหัวลุก กับการประจันหน้าวิญญาณร้ายชนิดเต็มตาเต็มจอ ระทึกด้วยการบีบให้ผู้เล่นต้องเข้าใกล้ผี ยิ่งเราเข้าใกล้เท่าไหร่การถ่ายภาพก็จะยิ่งทำแดมเมจสูงขึ้น และนอกจากเกมการเล่นที่น่าสนใจ เรื่องราวและบรรยากาศของ Fatal Frame ก็เป็นส่วนผสมอันยอดเยี่ยมของเกม Survival-horror แต่เกมนี้ ก็ยังแพ้ให้กับ RE ด้วยความที่กว่าจะมาแต่ละภาค ก็เล่นเอารอกันเหงือกแห้ง แถมภาคหลัง ๆ ยังถูกเอาไปเป็น Exclusive Nintendo จนผู้เล่นเครื่องอื่น ๆ ไม่รู้จักเกมนี้กันแล้ว

Ss C668f6771abb75746a4bb9354860ad311448b254.1920x1080

หรืออย่างในช่วง 2008 ก็มีผลงานม้ามืดอันยอดเยี่ยม ออกมาสู่ตลาดเกมสยองขวัญที่กำลังซบเซา(เพราะ RE ก็กำลังเมามันกับแนวบู๊ล้างผลาญ) Dead Space คือเกม Action-horror อันยอดเยี่ยมที่ใส่ระดับความ Action และความน่ากลัวมาได้อย่างสมดุลและเข้มข้น ทั้งเสียง ทั้งดีไซน์ของเหล่าเนโครมอร์ฟ น่าจะทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องผวากันมานักต่อนัก ยิ่งในภาค Dead Space 2 ของปี 2011 ก็แทบจะตบเท้าเข้ามาแทนที่ตลาดของ Resident Evil ได้เลย ในเมื่อ RE จะไม่น่ากลัวอีกแล้ว นี่ล่ะคือความหวังใหม่.. แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นแบบนั้น Dead Space 3 เริ่มทำอะไรที่สวนทางตัวเอง หาทางตามกระแสเกมแนว co-op shooter จนไปต่อไม่ถูก หลังจากความล้มเหลวในเกมล่าสุด Battlefield: Hardline สตูดิโอเจ้าของผลงาน Dead Space ก็ถูกพับไป.. แต่ช่วงเวลานั้น Resident Evil ภาคหลักก็ต้องขอเวลากว่า 3 ปี เพื่อหาทางกลับมายืนหยัดอีกครั้ง ด้วย Resident Evil 7: Biohazard

นอกจากเกมที่เราพูดถึง ในช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีอีกหลายเกมมากที่พยายามตบเท้าเข้ามาสร้างชื่อ ทั้งในแนว Survival และ Action-horror แต่ก็ไม่มีเกมไหนเลยที่สามารถยืนหยัด, สร้างฐานแฟน และออกภาคต่อมาได้อย่าง Resident Evil แม้ว่าหลายเกมจะมีการออกแบบและไอเดียที่น่าสนใจมาก ก็ยังมีไม่กี่เกมที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการ

อย่างที่รู้กัน ฐานลูกค้าน่าจะถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการทำธุรกิจ กลยุทธิ์ที่ถูกใช้ในการทำธุรกิจมักจะเป็นการรักษาฐานลูกค้าหลักไว้ก่อน และค่อยหาทางดึงดูดลูกค้าใหม่ในทีหลัง ซึ่ง Resident Evil เป็นแฟรนไชส์ที่มีความเข้มแข็งสูงมาก ไม่ว่าพวกเขาจะลองเสี่ยงสร้างผลงานแนวใหม่ขึ้นมา ก็ยังได้เสียงตอบรับที่ค่อนไปทางบวกเสียส่วนใหญ่ แม้จะมีบางก้าวที่พลาด แต่พวกเขาไม่เคยล้มและไม่มีท่าทีจะล้มเลย ขนาดในช่วงนี้ ที่ทีมงาน Resident Evil Village ต้องเผชิญกับสถานการณ์ Covid-19 จนการพัฒนาเกมต้องสะดุด แต่ผลงานที่ออกมาก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

Ss D25704b01be292d1337df4fea0fba2aab322b58a.1920x1080

แต่ด้วยความเข้มแข็งของแฟรนไชส์นี้ก็ถือเป็นดาบ 2 คมให้กับวงการเกมนี้ไปด้วย มันอยู่มานาน, มันมีคุณภาพ, มันยังมีอนาคตอีกไกล.. แต่เพราะอย่างนี้ ผู้เล่นหลายคนก็คิดถึงแต่ชื่อ ‘Resident Evil’ เพียงชื่อเดียว ผู้พัฒนาบางเจ้าอาจจะมีไอเดีย มีแนวคิดใหม่ที่อยากจะสร้างเกมในแนวเดียวกัน แต่ความสนใจของผู้เล่นก็มักจะถูกเทไปให้กับ RE เท่านั้น ด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันมานานและพลังการตลาดที่เหนือกว่า

จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะในยุคนี้ เรามักจะเริ่มเห็นตลาดเกมอินดี้หรือผู้พัฒนาเจ้าเล็กที่มีผลงานน่าสนใจไม่น้อย ทั้งในรูปแบบของเกม Horror, Action-horror และ Survival-horror ที่ต้องอาศัยการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก เพื่อให้เราได้สัมผัสเกมน้ำดีที่ถูกกระแสเกมใหญ่บดบัง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าเมื่อไหร่กันจะมีเกมชื่อใหม่, ยอดเยี่ยม และดุดันพอจะมาแย่งพื้นที่กับ Resident Evil ? จะต้องรอให้ RE ถึงช่วงของการฝืดตัวหมดไอเดียเสียก่อนจึงจะเกิดเกมแบบ Dead Space อีกครั้ง ? เพราะการมียักษ์ใหญ่อยู่ในตลาดเพียงเจ้าเดียวก็ไม่ได้ดีเสมอไป เมื่อการแข่งขันไม่สูง คุณภาพของสินค้าก็อาจจะไม่ได้รับการพัฒนา ณ เวลานี้ อาจจะยังถือเป็นเรื่องยากที่จะมีเกมไหนออกมาวัดกับชื่อ Resident Evil แต่ในเมื่อโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน ชื่อของ Resident Evil อาจจะถูกบดบังด้วยเกมน้องใหม่ที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งก็น่าสนใจว่าเกมเกมนั้น.. จะมีชื่อว่าอะไร ?

SHARE

Aisoon Srikum

Aisoon Srikum

ไอซ์ – Content Writer นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมกาชาที่อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับทุกเกมบนโลก