BY Nuttawut Apiratwarakul

เล่นแล้วมาเล่า – Hollow Knight: Silksong สิ้นสุดการรอคอยกว่า 2,379 วันและอีก 3 ชั่วโมง

Silksong textless
Views
ติดตามบน Google News

หลังต่อคิวยาวกว่า 3 ชั่วโมง ณ งาน gamescom 2025 บวกกับโชคอีกเล็กน้อยในที่สุดเราก็ได้ลองสัมผัส Hollow Knight: Silksong สุดยอดผลงานเกมที่มนุษยชาติเกมเมอร์รอคอย มันจะสนุกแค่ไหน คุ้มค่าการรอคอยรึเปล่า ไปสัมผัสกันได้พร้อม ๆ กับเราในบทความนี้

**ภาพประกอบบทความจากหน้า Steam Store ไม่ใช่ตัวเกมที่เราได้เล่นมาจริง**

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 20 นาที แต่สิ่งที่ได้เห็นและได้ลองเล่นนั้นแสดงให้เห็นว่าภาคต่อที่ทุกคนเฝ้ารอคอยนี้จะไม่มีทางทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

ในเดโมมีสองพื้นที่ให้เลือกเล่นคือ Moss Grotto และ Deep Docks 

1

Moss Grotto ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบทนำในสไตล์ Tutorial ของเกม ทั้งการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางและการต่อสู้กับศัตรูที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ภาพและแสงสีภายในฉากยังคงสวยงามและมีสีสันสดใส

โดยจบลงด้วยการต่อสู้กับบอสตัวแรกซึ่งเป็นแมลงคล้ายผึ้งขนาดใหญ่ที่พยายามขัง Hornet ไว้ในรัง การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ยากเกินไป  การบังคับ Hornet แตกต่างจาก The Knight ตัวเอกจากเกมภาคแรกแบบที่เชื่อว่าหลายคนจะคาดเดากันไว้แล้ว โดยรวมการบังคับให้ความรู้สึกที่แตกต่างแต่โดยรวมก็ยังสัมผัสได้ว่าเป็นการเล่นเกม Hollow Knight ที่คุ้นมืออยู่ดี โดย Hornet อาจจะมีความสามารถในการหลบกระโดดถอยหลังและการโจมตีที่พริ้วไหวสวยงามกว่าเข้ามาแทน

โดยรวมแล้ว Hornet มีการบังคับและการเคลื่อนที่ในฉากที่คล่องตัวมากกว่า การโจมตีและการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างมั่นใจ ต่างจาก The Knight ที่ดูใช้ความพยายามในการเอาชีวิตรอดไปในแต่ละฉากจนจบเกม

2 2

เรามีอาวุธใหม่ๆ อย่างคุไนที่สามารถขว้างโจมตีได้ และทักษะอันคุ้นเคยอย่างการพุ่งตัว (dash) ถูกเพิ่มเข้ามา ทำให้การเล่นซับซ้อนขึ้นมาก นอกจากนี้ การออกแบบฉากในด่าน Deep Docks ก็เป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยลิฟต์โลหะและคันโยกที่ซ่อนอยู่มากมาย ทำให้การสำรวจเต็มไปด้วยความท้าทาย

ในฉากหลัง ตัวเกมมีความยากเพิ่มขึ้นแบบชัดเจน โดยเฉพาะบอสที่มีชื่อว่า Lace แมลงสีขาวที่เคลื่อนไหวแบบเต้นรำ  การโจมตีที่รวดเร็วและซับซ้อนทำให้ผมสัมผัสได้ว่า Silksong ยังโดดเด่นเรื่องการต่อสู้กับ Boss ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเช่นเดิม

3 2

Silksong ได้ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นบางอย่างเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกทรงพลังมากขึ้น การฟื้นฟูพลังชีวิตไม่ผูกติดกับทักษะอีกต่อไป  พูดง่าย ๆ ก็คือตัวเกมไม่ได้ Lock การฮีลเอาไว้ใน Skill ทำให้เราสามารถเลือกใช้งาน Skill อื่น ๆ ได้ตามใจ

Sliksong ใช้การออกแบบระบบการต่อสู้แบบเกม Action หลายเกมในยุคนี้ที่เน้นให้ผู้เล่นเดินหน้าบุกโจมตี เพราะการฟื้นฟูพลังชีวิตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแถบผ้าไหม (silk-white bar) เต็มเท่านั้น ตัวเกมจูงใจกระตุ้นให้ผู้เล่นเดินหน้าโจมตีแบบต่อเนื่องเพื่อฟื้นแถบดังกล่าวเพื่อฮีลตัวเอง

การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้ Hornet รู้สึกเหมือนเป็นนักสู้ที่ดุดันและแข็งแกร่งกว่าตัวละครหลักในภาคแรก (มาก ๆ)  และถึงแม้จะชื่นชอบเกมต้นฉบับมากแค่ไหน แต่ก็รู้สึกประทับใจกับภาค Silksong นี้มากกว่าในทันที 

ส่วนการออกแบบศัตรูก็ยังคงเป็นจุดเด่นเช่นเคย โดยเฉพาะศัตรูตัวเล็กๆ ที่มีดีไซน์น่ารักจนเกือบจะไม่อยากฆ่าพวกมัน

น่าเสียดายที่เวลาอันจำกัดทำให้เราไม่ได้ลองสำรวจ ค้นหาความลับได้ตามใจ ซึ่งหัวข้อนี้เป็นจุดเด่นที่สำคัญมาก ๆ ของเกม Hollow Knight แต่จากฉากโดยรวม ก็พอทำให้สัมผัสได้ว่าตัวเกมจะยังมุ่งเน้นการสวนความลับต่าง ๆ อีกเช่นเคย (และเผลอ ๆ อาจจะมากยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ) 

4 1

ส่วนที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของงานภาพและการออกแบบฉากที่มีสีสันสดใสกว่าเดิมมาก ๆ  ตัวฉากต่าง ๆ มีความสวยงามของธรรมชาติอยู่เต็มไปหมด แตกต่างจากโทนของภาคแรกแบบสิ้นเชิงก็ไม่รู้ว่าภายหลังของเกม Sliksong จะมีฉากที่หม่นหมองถูกใส่เข้ามาแทนที่รึเปล่า

โดยรวมแล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทั้งระบบการต่อสู้ที่ดุดันขึ้นและงานศิลป์ที่สดใสขึ้น ก็ทำให้คุ้มค่าการรอคอย 2,379 กับอีก 3 ชั่วโมง จากที่ผมสัมผัสมาก็คิดว่า Sliksong พร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ของเกมแนว Action Metroidvania อีกครั้ง 

มันไม่ได้ยกเลิกสูตรสำเร็จเดิมที่ยอดเยี่ยมที่เคยทำไว้ ไม่ได้รื้อถอนโครงสร้างยอดเยี่ยมอันเก่าออกไป แต่เป็นการ “ต่อยอด” ของเดิมที่ดีอยู่แล้วให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกนั่นเอง

Nuttawut Apiratwarakul

Nuttawut Apiratwarakul

ณัฐวุฒิ อภิรัตน์วรากุล (โน้ต) – ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนผู้หลงใหลในเกม RPG และเกมตระกูลดังจาก Blizzard ปัจจุบันติด Overwatch เข้าไส้