สารบัญ / Contents
ผลงานเกมที่ถูกจับตามองนับตั้งแต่ประกาศเปิดตัว เกมยิงในตำนาน Marathon ที่หวนคืนมาเป็นเกม Multiplayer เต็มรูปแบบ มันจะออกมาเป็นยังไง มาดูกันได้ใน Marathon Review
Story

สารภาพเลยว่า ผมไม่คิดว่าจักรวาลของ Marathon มันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ขอเล่าคร่าว ๆ ก่อนว่า Marathon เป็นวิดีโอเกมไตรภาคที่ออกมาตั้งแต่ปี 1994 และมีมากถึง 3 ภาคคือ Marathon, Marathon 2: Durandal และ Marathon Infinity ซึ่งทั้ง 3 ภาคนี้เล่าเรื่องและจักรวาลที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ
เกมภาคแรกออกในปี 1994 แต่เนื้อเรื่องของโลกในเกมตอนนั้นก็คือปี 2794 แต่ถ้าจะให้เล่าหมดนี่มันจะยาวมาก เพราะมันคือจักรวาลอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ธรรมดาเลย กลับมาที่ Marathon เวอร์ชันใหม่นี้ มันคือเรื่องราวในปี 2893 หรือก็คือ 99 ปีหลังจากเกมภาคแรก ฉากหลังคือดาว Tau Ceti IV
โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Runners ที่เป็นไซเบอร์เนติกอัจฉริยะในการลงพื้นที่ไปตามล่าหาสิ่งของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร อาวุธ กระสุน ข้อมูล และอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการต่อสู้ และทุกครั้งที่ผู้เล่นเก็บอะไรออกมาจากแผนที่นั้น มันจะเป็นการปลดล็อคไอเทมตกแต่งใหม่ ๆ รวมไปถึงเนื้อเรื่องและ Lore ของเกมไปในตัว

นั่นหมายความว่า Progression ของเนื้อเรื่องจะไปไกลแค่ไหน ผู้เล่นจะได้รู้เรื่องราวของโลกในเกมมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นเอง และไม่ใช่แค่เล่นเยอะ แต่ต้องเล่นอย่างมีจุดประสงค์ เพราะการปลดล็อคเนื้อเรื่องในเกมนี้ จะกำหนดมาเลยว่าคุณจะต้องไปเอาของสิ่งไหนออกมาจากแผนที่ไหน
ถือเป็นอีกหนึ่งการเล่าเรื่องที่แปลกดี และเชื่อว่าจะต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม จักรวาลของ Marathon นั้น มันกว้างและยิ่งใหญ่มาก มันมี Lore มีเนื้อหา มีกลุ่มสังกัด ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ชนิดที่ว่าแฟนเกมนี้ เปิดหน้าเว็บไซต์รวมข้อมูลเกมนี้แบบยาวเหยียด
แต่ทั้งหมดนี้ ภายในเกม Marathon ฉบับ 2026 มันจะใช้วิธีการเล่าเรื่องเหมือนกันกับ Classic Marathon คือนำเสนอผ่านตัวหนังสืออันยาวเหยียดเท่านั้น และผู้เล่นจะต้องอ่าน นำไปจับตนชนปลายและเรียบเรียงข้อมูลเอาเอง มันเลยอยู่ที่คนเล่นว่าสนใจจักรวาลนี้มากแค่ไหน

ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นเองแล้วว่า คุณจะมาเพื่อนั่งสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ของ Marathon หรือจะแค่เข้ามาเน้นปล้นยิง ชิงของชาวบ้านแล้วหลบหนีออกไปในเกมแต่ละรอบ
Presentation

Marathon ถือเป็นอีกเกมที่งานศิลป์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ตั้งแต่หน้าเข้าเกม ไปจนถึง UX/UI และ Interface และหน้าเมนูแต่ละหน้า มันมีกลิ่นอายความเป็น Sci-Fi ผสมกับความเป็นกราฟิตี้แบบจัดจ้านมาก Bungie ผู้พัฒนา เรียกผลงานแนวนี้ของพวกเขาว่า Graphic Realism จะสมจริงก็ไม่เชิง จะแฟนตาซีก็ยังไม่ใช่
นอกจากงานภาพ ดนตรีและเพลงประกอบก็ถือว่าเข้ากับบรรยากาศ มันให้อารมณ์ลึกลับ น่าขนลุก พอบวกกับดีไซน์ตัวละครรันเนอร์ที่มาเป็นไซเบอร์เนติกที่ไม่ใช่มนุษย์ บางช่วง บางจังหวะของเกมก็ถือว่ามีความหลอนใช้ได้ กลายเป็นกลิ่นอายการนำเสนอที่แปลก แต่ดันลงตัวแบบสุด ๆ
และพอพูดถึงเสียง ก็ต้องชมในเรื่องของเสียงกันต่อ Marathon ถือเป็นอีกเกมที่ทำระบบเสียงออกมาได้ดีมาก ดีในระดับเดียวกันกับ Arc Raiders เลย เสียงภายในฉาก มันจะมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง อิงจากพื้นที่และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างเช่น เวลาเราเข้าไปในซากอาคารเก่า ๆ ในตอนที่มีพายุลมฝนฟ้าคะนอง เราก็จะได้ยินเสียงเหล็กเก่า ๆ มันดังกระทบกัน เสียดสีกัน หรือสั่นไหวไปตามแรงลมพัด บางครั้งเวลาเข้าไปสำรวจสถานที่อาคารเก่า ๆ แล้วได้ยินเสียงลมพัดเหล็ก หรือเหล็กกระทบกันนี่มันทำให้เราตื่นตัวมาก และมันจะยิ่งเดือดเมื่อมันมีคนจริง ๆ ไม่ใช่แค่เสียงเอฟเฟกต์
งานภาพ กราฟิก ภายในฉากของเกมการเล่น ก็ทำออกมาสวยงามน่าประทับใจ นี่เป็นเกมที่เราจะได้เห็นระบบสภาพอากาศที่มีผลชัดเจนมาก ถ้าหมอกลงก็คือหนาจัด จนมองแทบไม่เห็นคน พายุลมฝนก็มาทั้งเสียง เอฟเฟกต์ จนทำให้ทัศนิวสัยเรามันแย่จริง ๆ ถ้าเล่นเกมอื่นแล้วรู้สึกว่า่สภาพอากาศมันไม่มีผลอะไร เกมนี้มีแน่ ๆ อาจจะไม่สมจริงมาก แต่ก็ค่อนข้างดีกว่าเกมอื่น
แต่แน่นอนว่า ในด้านงานศิลป์นั้น ถ้ามีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ ด้วยความ Graphic Realism ของตัวเกม แถมบางอย่างก็มาแบบ Neon Style คือเน้นสีจี๊ด ๆ แสบตา บางคนอาจจะไม่ชอบ และ UX/UI ที่่มีกลิ่นอายของความเป็นคอมพิวเตอร์ยุคเก่าที่ในเวอร์ชันต้นฉบับก็เคยนำเสนอไว้ ทำให้บางข้อความ บาง Message ในเกมก็อ่านยากอยู่เหมือนกัน
มาดูกันในด้าน Content ของตัวเกมกันบ้าง เอา ณ เวลาที่เรารีวิวเกมนี้แบบครบถ้วนแล้ว ก็คือช่วงเวลาที่มีการเปิดให้เล่นโหมด Rank แล้ว และแผนที่พิเศษที่จะเปิดให้เล่นในช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้นคือศุกร์ – อาทิตย์ ก็ถือเป็นไอเดียที่ดีไม่ใช่น้อย
ลูปการเล่นมันจะเป็นประมาณว่าระหว่างสัปดาห์ ให้เราฟาร์มหาของและทรัพยากรที่ดีที่สุด อัปเกรดสกิลตัวละครให้พร้อมที่สุด
Gameplay

แม้ว่าปัจจุบันตัวเกมแนว Extraction Shoot จะมีให้เล่นกันเยอะมาก แต่สิ่งที่ Marathon มี และมันไม่เหมือนใคร และเป็นดาบสองคมแบบชัดเจนเลยคือ Learning Curve ของเกมการเล่นที่สูงกว่าเกมอื่นพอสมควร จริงอยู่ว่ากติกาหลัก ๆ ของมันคือ เข้าไปหาของในแผนที่แล้วออก แต่ระบบส่่วนอื่นน ๆ ของมันนั้น ต้องใช้เวลาเหมือนกัน ถึงจะเข้าใจได้
อย่างแรกคือเกมนี้จะมีสเตตัสตัวละครที่เราสามารถเลือก Build และฝัง Implant ให้กับตัวละครได้ เกมนี้จะมีค่าสถานะที่หลากหลายมาก ทั้งค่า Heat (หรือ Stamina) ค่า Agility ที่ช่วยเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่และกระโดดสูง มีค่าต้านทานสถานะผิดปกติ ชุบเพื่อนเร็วขึ้น ตกจากที่สูงแล้วเจ็บตัวน้อยลง หรือแม้แต่ชุบเพื่อนไว ใช้ไอเทมไว
ทั้งหมดที่ว่ามา ผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความสามารถในส่วนต่าง ๆ ได้ และพอตัวละครต่าง ๆ มีความสามารถต่างกัน การติดตั้ง Core หรือ Implant ที่สนับสนุนกันก็จะยิ่งขับเน้นความสามารถด้านนั้น ๆ ให้แกร่งขึ้น หรือคุณเลือกที่จะ Build สเตตัสบางอย่างขึ้นมา เพื่ออุดจุดอ่อนของตัวละครก็ทำได้เช่นกัน
การจะได้มาซึ่ง Core และ Implant ต่าง ๆ คุณก็ต้องเข้าไปลุย เข้าไปหาของ เข้าไปสำรวจ แต่นี่ก็ไม่ใช่เกมที่เราจะเข้าไปเดินเล่นหาของ ไล่ยิงคนแล้วออก เพราะไฮไลท์ของ Marathon คือการทำงานให้กับบริษัทต่าง ๆ ในจักรวาลของเกม เพื่ออัปเกรด Skill Tree ของตัวเอง และทำให้ตัวเองเก่งขึ้น เพื่อเข้าไปลุยในแผนที่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ในปัจจุบันที่เรารีวิวกันนี้ ตัวเกมมีทั้งหมด 6 บริษัท แต่ละบริษัทจะเน้นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต่างกันออกไป ทำให้ผู้เล่นต้องเลือกว่า่จะรับงานของบริษัทใดแล้วเข้าไปทำ ซึ่งงานของแต่ละบริษัทก็จะมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปด้วย บางบริษัทอาจจะแค่ต้องการให้คุณเข้าไปขโมยของ หรือข้อมูลสำคัญแล้วหลบหนีออกจากแผนที่ แต่บางบริษัท คุณต้องไล่สังหารผู้เล่นอื่น
และข้อดีของเกมนี้คือ หากเราเล่นเกมนี้ร่วมทีมกับผู้เล่นอื่่น ก่อนเข้าเกมจะมีบอกเลยว่าผู้เล่นคนนี้รับงานจากบริษัทอะไรมา และเราจะเห็น Objective ของสมาชิกร่วมทีมทุกคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเจอผู้เล่นวิ่งไปทางนั้นที ทางนี้ที ก็คงเป็นอะไรอื่นไม่ได้ นอกจากไปทำงานภารกิจของตัวเอง โดยเมื่อทำภารกิจสำเร็จ เราจะได้ค่าชื่อเสียงของบริษัทนั้นมา และเลื่อนขั้นระดับบริษัทและอัปเกรดสกิลใหม่ ๆ ได้
แต่เพราะระบบรับงานจากบริษัทแบบนี้ที่บางทีมันก็กลายเป็นระบบที่ขัดแข้งขัดขาตัวเองอยู่เหมือนกัน ในเกมอื่น ๆ ที่เป็นแนวเดียวกันนี้ ส่วนใหญ่จะไม่มีอะไรมาบังคับหรือบีบให้ต้องทำ นอกจากหาของมีค่า หรือไปจุดที่เสี่ยงอันตรายที่สุด เพื่อกอบโกยกำไร แต่กับเกมนี้ ถ้าไม่ทำภารกิจ Progression ของเกมจะเดินหน้าไปช้ามาก และกลายเป็นว่าในช่วงแรก คนส่วนใหญ่จะกระจัดกระจาย แย่งกันทำภารกิจมากกว่า แลดูผิดจุดประสงค์ของตัวเกมไปหน่อย

ที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างของ Marathon คือ ประสบการณ์การเล่นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงของการเล่นแบบ Trio และ Solo ในการเล่น Trio นั้น เราจะได้ประสบการณ์เกมกึ่ง Extraction Loot กึ่ง Battle Royale เพราะจังหวะและเกมเพลย์การยิงของเกมนี้ ไม่ได้รวดเร็วมากนัก เราจะมีจังหวะให้ยิงตอบโต้ หลบเข้าที่กำบัง ใช้สกิล ใช้ยา ขึ้นอยู๋กับว่าทีมไหนตัดสินใจได้ดีกว่ากันในตอนปะทะ
แต่กรณีโหมด Solo อันนี้คือแทบจะเปลี่ยนไป เพราะบรรยากาศ ความกดดันของการเล่นคนเดียว รวมไปถึงการเซฟไอเทมที่เราอุตส่าห์หามาได้อย่างยากลำบาก แทบจะทำให้เกมกลายเป็นเกมสยองขวัญ ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยก็ผวาไปหมด ใครเล่นแบบใจถึงพอก็อาจจะไปหายิงผู้เล่นคนอื่นได้ แต่ถ้าไม่ นี่อาจเป็นอีกประสบการณ์เกมสุดตึงเครียดที่หาได้ยากจากเกมอื่น
และอย่าให้พูดถึงโหมด Endgame สุดโหดของเกมนี้อย่าง Cryo Archive ที่เพิ่งเปิดให้เล่นในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นี่คือโหมดสุดโหดที่เปิดให้เล่นแค่ช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น โดยในโหมดนี้ แม้ของรางวัลจะสูงมาก แต่แลกมากับการปะทะกับเหล่า A.I. สุดตึงมือไม่ต่างอะไรกับการเผชิญหน้าบอสในเกม Single Player เพียงแต่การปะทะบอสครั้งนี้ มีผู้เล่นอื่นมาร่วมแจมด้วย
ก็ไม่รู้ว่าจะเจอสังคมดี ๆ ช่วยกันยิงบอส แต่ยิงเสร็จ จะหักหลังฆ่าเราด้วยไหมนั่นก็อีกเรื่อง แต่ Cryo Archive นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความฮาร์ดคอร์ของ Marathon ที่มอบความตึงมือ และความสนุกให้กับผู้เล่นไปพร้อม ๆ กัน
จริงอยู่ว่าในแง่ของความเป็นเกม Extraction Shooter แล้ว Marathon อาจไม่ได้สดใหม่ แต่การนำเสนอประสบการณ์ของตัวเองออกมาได้อย่างโดดเด่นเลยทีเดียว หากคุณยังชื่นชอบและมองหาเกมแนวนี้อยู่ ก็ไม่ควรพลาดกับเกมนี้
Performance

ในด้านของประสิทธิภาพของตัวเกม เราเล่นเกมนี้บนเครื่อง PC ซึ่งดูจากสเปคแล้ว มันไม่ได้ใช้ความต้องการของเครื่องสูงเกินไปนัก แต่ที่สำคัญคือตัวเกมมีตัวเลือกในการปรับแต่งที่สูงมาก ๆ สมกับเป็นเกมจากสตูดิโอ First Party ของ PlayStation
ส่วนของงานภาพนั้นสามารถปรับแต่งได้ในระยะความคมชัดของภาพที่ช่วยให้ได้เฟรมเรทเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยด้วย แต่ความคมชัดของภาพก็จะลดลงไปตาม ๆ กัน เป็นตัวเลือกที่เราต้องยอมแลกเปลี่ยน และมีเรื่องของแสงและเงาที่สามารถปรับแต่งได้เช่นกัน
และพอเป็นเกมที่รองรับการเล่นด้วยจอยคอนโทรลเลอร์เองก็สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด ใครที่ใช้จอยแล้วถนัดการกดแบบไหนก็ตั้งค่ากันได้ตามความชอบ ส่วนคนเล่นเมาส์ + คีย์บอร์ดเองก็คงไม่มีปัญหาด้านนี้อยู่แล้ว แต่ใครอยากปรับก็มีปรับได้เหมือนกัน
ส่วนของเกมการเล่น หากสเปคเครื่องถึง ก็ไม่มีปัญหาอะไรในการเล่น เรื่องการ Optimize เกมจากค่าย PlayStation ทำถึงตลอดอยู่แล้ว และมันคือเรื่องสำคัญด้วย เพราะเกม Extraction Loot แบบนี้ จังหวะชิงไหวชิงพริบ หากมีเฟรมเรทตก หรือประสิทธิภาพเกมมีปัญหา รับรองว่าทำลายอรรถรสในการเล่นแน่นอน
Marathon ถือเป็นอีกเกม Extraction Shooter ที่ขายเอกลักษณ์ความโดดเด่นของตัวเองในด้านกราฟิกและลูปเกมเพลย์การเล่นที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าของที่เสียไปมันน่าเสียดายนัก แต่เราสามารถหามันใหม่ได้ตลอด และยังคงมีระบบการ Wipe Server เหมือนกันกับเกมอื่น ๆ ช่วงเปิดตัวถือว่าทำได้สวย แต่อนาคตต่อจากนี้ต้องวัดกันที่ความคงเส้นคงวาของคุณภาพเกมและคอนเทนต์ที่จะอัปเดตเข้ามา













