GamingDose

Support

BY KKMTC

Crazy Taxi ตำนานเกมขับแท็กซี่ด่วนนรก ที่มาพร้อมระบบ Stunt สุดเร้าใจ

gd web prince of persia
0 Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

Crazy Taxi เป็นหนึ่งในเกมแข่งรถคลาสสิกของ SEGA ที่โด่งดังระดับน้อง ๆ ของ Daytona USA ที่เกมเมอร์ยุค 90’s – 00’s แวะมาเล่นทุกครั้งเมื่อผ่านเกมเซนเตอร์ แล้วเกมดังกล่าวจะมีความพิเศษอย่างไร ทำไมเกมเมอร์ชาวไทยจึงชื่นชอบเกมนี้ มาพร้อมกับคำตอบในบทความนี้ได้เลย

Crazy Taxi คือเกมอะไร

Crazy Taxi 5

เกมเมอร์ในยุคสมัยนี้หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นเกมเมอร์ที่เกิดทันยุค 90’s ซึ่งเป็นยุคเกมอาร์เคดกำลังได้รับความนิยม ผู้เล่นจะต้องรู้จักเกม Crazy Taxi ไม่ใช่น้อย

Crazy Taxi เป็นเกมอาร์เคดของ SEGA ของปี 1999 ที่พัฒนาโดยทีมงาน Hitmarker (มีชื่อจริงว่า SEGA AM Research & Development No. 3) ที่เคยสร้างผลงานเกมอาร์เคดโด่งดังมากมาย เช่น SEGA Rally Championship, Manx TT Super Bike และผลงานเกมตู้อื่น ๆ อย่างนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาเกมที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น

Crazy Taxi 8

ซึ่งแน่นอนว่า Crazy Taxi ก็เป็นหนึ่งในผลงานเกมอาร์เคดชิ้นโบแดงของ SEGA AM3 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนพัฒนามีเกมภาคต่อและกลายเป็นแฟรนไชส์โด่งดังมากในยุค ’00 รวมถึงเป็นเกมชาวไทยหลายคนชื่นชอบ และเล่นบ่อยบนแพลตฟอร์ม PC

Crazy Taxi เป็นเกม Childhood ที่เก็บไว้เป็นความทรงจำสำหรับเกมเมอร์หลายคน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เกมขับรถธรรมดาทั่วไป มันมีความพิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยเอกลักษณ์จนถึงทุกวันนี้

เกมเล่นง่ายแต่เทพยากตามสไตล์เกมอาร์เคด

Crazy Taxi 1

กฎการเล่นเกม Crazy Taxi จัดว่าไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป สำหรับ Arcade Mode ภายใน 3 นาที ผู้เล่นจะต้องส่งผู้โดยสารจากจุด A ไปถึงจุด B และทำเงินรายได้จากการขับแท็กซี่ให้ได้มากที่สุด ส่วนสำหรับเวอร์ชัน PC จะสามารถเลือกเวลาได้สูงสุด 10, 5 หรือ 3 นาทีก็ได้

ซึ่งอ่านครั้งแรกมันอาจจะดูเป็นเกมที่ไม่ค่อยน่าสนุกสักเท่าไหร่ เพราะเกมเมอร์น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาชีพการขับแท็กซี่ในชีวิตจริงนั้นมันน่าเบื่อขนาดไหน ไหนจะต้องคอยขับรถหาลูกค้าตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลาค่ำ หรือต้องประสบปัญหาจราจรติดขัดบนท้องถนนอันน่าหงุดหงิด แต่สำหรับเกม Crazy Taxi นั้น จะนำเสนอการขับรถแท็กซี่ที่แตกต่างจากชีวิตอย่างเห็นได้ชัด

Crazy Taxi 7

Crazy Taxi เป็นเกมที่มอบความอิสรเสรีให้กับผู้เล่นตั้งแต่วินาทีแรกของการเริ่มเกม ในช่วงเริ่มต้น ผู้เล่นจะสามารถขับรถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ เพื่อหาจุดที่มีผู้โดยสารเยอะ หรือเดินทาง Free Roam สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ (แต่เวลาในเกมเริ่มนับถอยหลังแล้ว) แน่นอนว่าหน้าที่ของผู้เล่นมีอย่างเดียว คือการส่งผู้โดยสารจากเป้าหมายจุด A ไปยังจุด B ซึ่งยิ่งมีระยะเดินทางไกลเท่าไหร่ ค่าโดยสารก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น รวมถึงถ้าหากขนส่งผู้โดยสารได้ไวกว่าปกติก็จะได้เงินโบนัสพิเศษ ซึ่งเงินที่ได้ในเกมนั้น ในช่วงตอนจบจะเป็นคะแนนสำหรับบันทึกสถิติ Leaderboard และ Ranking

เพราะฉะนั้น Crazy Taxi จะไม่ใช่เกมขับแท็กซี่แบบสมจริง แต่มันเป็นเกมขับแท็กซี่ “นรกด่วน” ที่ต้องเหยียบคันเร่งจนมิด แล้วส่งผู้โดยสารให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าด้วยระบบเกมเพลย์เป็นแนวแอ็กชัน ทำให้รถยนต์ในเกมมีระบบขับขี่ที่สนุกสนาน ขับง่าย และการแตะเบรกหมายถึงเลี้ยวแบบดริฟต์ ตามสไตล์เกมแข่งรถแบบอาร์เคด

ระบบ Stunt ของ Crazy Taxi คือนวัตกรรมสำคัญสำหรับเกมแนวแข่งรถ

Crazy Taxi 2

ความสนุกที่แท้จริงของ Crazy Taxi ไม่ใช่เป็นเพราะ “ความไม่สมจริง” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบ Stunt ที่ให้รางวัลจากการขับรถผาดโผน หรือเสี่ยงอันตราย นับว่าเป็นฟีเจอร์นวัตกรรมของเกมยุค 90’s ที่ทำให้เกมดังกล่าวเปล่งประกายขึ้นมา โดยการ Stunt ผาดโผนของเกมนี้ คือการให้ขับรถกระโดดจากที่สูง, เบียดกับรถสัญจรไปมา และการเลี้ยวแบบดริฟต์ ซึ่งการทำแบบนั้นจะได้รับเงินโบนัสเพิ่มขึ้นระหว่างส่งผู้โดยสาร และช่วยให้เกมการเล่นมีความลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น

แต่ความเร็วก็ไม่ใช่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเอาชนะ Crazy Taxi ซะทีเดียว เนื่องจากขนาดของแผนที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ (สำหรับเกมอาร์เคด), ตำแหน่งแผนที่แต่ละจุด มีจำนวนผู้โดยสารที่กำลังรอแท็กซี่เยอะ-น้อยต่างกัน รวมถึงมีถนน Shortcut (ทางลัด) ที่ถูกซ่อนไว้มากมาย

Crazy Taxi 6

ฉะนั้นการทำคะแนนให้ขึ้น Leaderboard สำหรับเกมนี้จะต้องผ่านการวางแผนล่วงหน้าว่าลงจอดอย่างไรก็ให้เร็วที่สุด, ผู้โดยสารคนไหนพาไปยังสถานที่ที่มีคนเยอะ, เส้นทางลัดทางไหนไปจุดเป้าหมายเร็วสุด และวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ต้องเล่นแบบลองผิดลองถูกหลายครั้ง เพื่อหาทางทำคะแนนให้ดีที่สุด แม้ระบบเกมเพลย์จะเข้าใจง่ายก็ตาม ทำให้ Crazy Taxi มีความสนุกสนานในด้านความยากท้าทายแบบ “เล่นง่ายแต่เล่นยาก” (Easy to Play, Hard to Master) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสุดเอกลักษณ์ของเกมแนวอาร์เคดเกือบทุกเกม

เนื่องจาก Crazy Taxi ประสบความสำเร็จทั้งเกมเวอร์ชันอาร์เคด และเวอร์ชัน SEGA Dreamcast ทำให้เกมดังกล่าวถูกนำไปพอร์ตลงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตั้งแต่ PlayStation 2, Nintendo GameCube และ PC รวมถึงถูกสร้างเป็นเกมภาคต่อ ซึ่งมีพัฒนาการในส่วนของระบบเกมเพลย์ที่สามารถรับผู้โดยสายหลายคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลลัพธ์ทำให้เกมมีความยากที่ท้าทายมากกว่าภาคแรก และนำเสนอแผนที่ใหม่ เพื่อเพิ่มบรรยากาศแปลกใหม่ระหว่างการเล่นเกม

Crazy Taxi ในปัจจุบัน

Crazy Taxi 4

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกม Crazy Taxi 3: High Roller ของ Xbox และ PC ซึ่งโดนวิจารณ์ว่าระบบเกมเพลย์ไม่มีการปรับปรุงจากเกมภาคสอง และมียอดขายที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ทำให้เกมภาคใหม่ถูกพัฒนาลงเครื่องเกมพกพา และมือถือ ซึ่งก็มีกระแสค่อนข้างเงียบเหงามาโดยตลอด จนปัจจุบัน Crazy Taxi กลายเป็นตำนานแฟรนไชส์เกมแข่งรถที่ไม่มีการผลิตเกมภาคต่อแล้ว

แม้ Crazy Taxi จะไม่มีการผลิตเกมภาคหลักมานานเกินทศวรรษ รวมถึงไม่มีท่าทีว่า SEGA จะฟื้นคืนชีพแฟรนไชส์ดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันตลาดวงการเกมอาร์เคดในญี่ปุ่นซบเซาลงไปมาก แต่ด้วยระบบเกมเพลย์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน แต่จำเป็นต้องฝึกฝนทักษะเยอะ เพื่อให้ได้เล่นเกมจนเก่งกาจ ทำให้ Crazy Taxi เป็นเกมแห่งความทรงจำที่เกมเมอร์ยุค 90’s ยังชื่นชอบจนถึงทุกวันนี้

SHARE

Achina Limanwat

Achina Limanwat

เค – Content Writer

Related posts

Read More