7 เทคนิคสำคัญก่อนเผชิญน้ำลึกสุดขอบมหาสมุทรใน Subnautica 2
1. ปลดล็อค Digestive Species เพื่อกินอาหาร

หัวใจสำคัญของการเอาตัวรอด คือคุณต้องกินอาหารให้ได้ก่อน ด้วยการปลดล็อค Digestive Species สปีชีส์สำหรับการย่อยอาหาร โดยจริง ๆ แล้วระบบเกมจะพาเราไปปลดล็อคผ่านภารกิจเนื้อเรื่องอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้เล่นสายเถลไถล อาจจะชอบแวะสำรวจนั่นนี่จนเกินไป ตัวละครก็จะหิว และอาหารพื้นฐานที่เกมมอบมาให้ก็อาจจะไม่เพียงพอ
เราสามารถลัดไปเปิด Digestive Species ได้เลยตั้งแต่แรกที่ยาน Lifepod ส่งเราขึ้นมาบนผิวน้ำ เมื่อออกจาก Lifepod ได้แล้ว ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ (N) แล้วว่ายน้ำตรงขึ้นไป จะเจอต้นไม้ Species อยู่ จากนั้นให้กดสัมผัส เหมือนกับตอน Tutorial ก็จะปลดล็อคระบบย่อยอาหารให้ตัวละครของเรากินอาหารได้ และเราสามารถจับปลามาปรุงได้ เท่านี้ก็ไม่ขาดแคลนด้านอาหารแล้ว
2. ทำเลสร้างบ้านที่ดี ต้องมีอะไร?

หัวใจสำคัญของการสร้างบ้านในเกมนี้เลยคือการมีพลังงานที่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน แต่การจะสร้างแผง Solar Cell นั้น มีข้อจำกัดเมื่อตกกลางคืน พลังงานที่ถูกจ่ายให้แผง Solar Cell จะลดน้อยลงมาก เพราะไม่มีแสงอาทิตย์
ดังนั้นเราจึงควรสร้างบ้านไว้ในทำเลที่มีกระแสพลังงานธรรมชาติ ในเขตพื้นที่แรกเริ่มนั้นคือจุดที่มีกระแสลม โดยผู้เล่นสามารถสร้าง Hydroelectric Turbine เพื่อใช้พลังงานจากกระแสลมมาเป็นพลังงานธรรมชาติ ส่วนพื้นที่ในเขตน้ำร้อนนั้น ผู้เล่นสามารถสร้าง Thermal Plant เพื่อดึงเอาพลังงานความร้อนมาเป็นพลังงานให้ตัวบ้านได้ และทั้งสองแหล่งจ่ายพลังงาน สามารถสร้าง Power Transmitter ขึ้นมาเป็นจุดเชื่อม ในกรณีที่รอบ ๆ แหล่งพลังงานธรรมชาติไม่เหมาะกับการสร้างบ้าน ก็ใช้ Power Transmitter ในการเชื่อมโหนดมาเรื่อย ๆ และลากมาวางไว้ที่ตัวบ้านแทน
ยิ่งบ้านเรามีพลังงานสูงเท่าไร ก็ยิ่งสร้างของอำนวยความสะดวกไว้ได้มากขึ้นเท่านั้น ก่อนลงหลักปักฐานสร้างบ้าน จึงควรเลือกทำเลที่ดีที่สุด
3. Scanner Station สิ่งปลูกสร้างระบุแหล่งวัตถุดิบชั้นดี

หนึ่งในไอเทมสำคัญที่ควรสร้างติดบ้านไว้เลยก็คือ Scanner Station มันคือสถานีสำหรับใช้เพื่อระบุตำแหน่งของไอเทมต่าง ๆ ขึ้นมา โดยเราสามารถสร้างได้โดยใช้ System Chip x1, Titanium x3, Wiring Kit x1
ประโยชน์ของ Scanner Station คือเราสามารถใช้มันระบุตำแหน่งของวัตถุดิบต่าง ๆ ได้เลย จากนั้นก็ทำเครื่องหมายเอาไว้ในแผนที่ และไปหาวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้งานได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว วัตถุดิบที่เราไปเจอด้วย Scanner Station ก็จะมีวัตถุดิบอื่นใกล้เคียงอยู่ด้วย
นอกจากนั้น Scanner Station ยังสามารถใช้ระบุและตรวจหาพื้นที่อยู่อาศัยของชาวมนุษย์ที่อยู่มาก่อนเรา โดยส่วนมากแล้วพื้นที่อยู่อาศัยเหล่านี้ จะมีโอกาสเจอ Blueprint และวัตถุดิบสำคัญ ๆ อีกมากมาย Scanner Station จึงควรจะเป็นไอเทมลำดับแรก ๆ ที่ควรสร้างไว้ หลังลงหลักปักฐานสร้างบ้านไปแล้ว
4. สำรวจ Biobeds ตามพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อขยายช่องเก็บของและ Hotbar

สืบเนื่องจากข้อด้านบน ในพื้นที่อยู่อาศัยของพวกมนุษย์ที่จมลงในน้ำ เราจะพบเจอสิ่งที่เรียกว่า Biobeds
Biobeds นั้น เราสามารถสร้างไว้ที่บ้านเองได้ก็จริง และมันทำหน้าที่เพื่อ Set Spawn หรือเป็นจุดเกิดของเราเมื่อตาย แต่การสำรวจ Biobeds ตามซากพื้นที่อยู่อาศัย จะมีส่วนช่วยให้เราสามารถขยายช่องเก็บของตัวละคร และ Hotbar ได้ด้วย
ช่องเก็บของที่มากขึ้น จะทำให้เราเก็บของระหว่างสำรวจได้มากขึ้น ส่วน Hotbar ที่มากขึ้น ก็ทำให้เราติดตั้งไอเทมสำคัญไว้กดใช้งานได้ทันทีได้เยอะขึ้น ทั้งสองอย่างล้วนมีประโยชน์ทั้งหมดในทุกสถานการณ์ การสำรวจ Biobeds จึงเป็นเรื่องสำคัญในช่วงแรกเช่นกัน
5. สร้าง Airtank ให้ไวที่สุดเพื่อการสำรวจที่สะดวกสบายขึ้น

ในช่วงเริ่มต้น ตัวละครของเราจะมี Oxygen น้อยมาก อยู่ที่ 45 หน่วยเท่านั้น ทำให้การสำรวจและลงน้ำลึก เป็นไปด้วยความยากลำบาก Air Bladder หรือถุงลมฉุกเฉินก็ช่วยได้ไม่บ่อย แถมน่ารำคาญอีกต่างหาก
Standard Airtank จึงเป็นไอเทมสำคัญที่เราควรรีบสร้างให้ไวที่สุด เพราะสามารถอัปเกรด Oxygen สูงสุดให้เป็น 75 หน่วยได้ โดยใช้ Titanium x2, Rubber x1, Silver x2
และเมื่อเล่นไปถึงช่วงกลางเกมก็จะมีถัง Oxygen ขั้นสูงขึ้นไปอีกที่เพิ่ม Oxygen ให้เราเป็น 125 หน่วย การสำรวจจะสะดวกสบายขึ้นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็อย่าดำน้ำเพลินจนลืมดู Oxygen ด้วย เท่าที่ดู ๆ มานั้น Oxygen เยอะแค่ไหน ก็ดับได้เพราะลืมดูตัวเลขอยู่ดี
6. Oxygen Tunic อีกหนึ่งตัวช่วยและจุดพักระหว่างฟาร์ม

ในพื้นที่สำหรับฟาร์มของในแต่ละโซนพื้นที่ เราจะพบเห็นดอกไม้ประหลาดที่พ่นฟองอากาศออกมา และหากสแกนชื่อดูจะพบว่ามันชื่อ Oxygen Tunic
สิ่งนี้มีปแระโยชน์มากในตอนที่เราจะต้องลงน้ำลึกเพื่อหาของ แม้เราจะอัปเกรดถัง Oxygen และพก Air Bladder มาด้วยแล้ว แต่ Oxygen ของเราก็ยังน้อยเกินไปที่จะอยู่ใต้น้ำนาน ๆ แต่เจ้า Oxygen Tunic จะช่วยให้เราเติม Oxygen ได้ เพียงแค่เก็บฟองอากาศที่มันพ่นออกมา
ข้อดีคือนอกจากจะเติม Oxygen ให้ตัวละครโดยตรงแล้ว หากเราพก Air Bladder ไว้กับตัว และ Oxygen ใน Air Bladder ถูกใช้ไปแล้ว เจ้า Oxygen Tunic นี้ ยังเติม Oxygen เข้าไปใน Air Bladder ได้อีกด้วย เวลาลงไปฟาร์มใต้น้ำก็อย่าลืมมองหา Oxygen Tunic พวกนี้ เพราะมันช่วยเราได้เยอะมากจริง ๆ
7. การตายไม่ใช่เรื่องใหญ่ เว้นแต่คุณลืมว่าตัวเองตายตรงไหน

บทลงโทษในการตายของเกมนี้ ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คุณคิด และบอกตรง ๆ เลยว่า พวกสัตว์ทะเลทั้งหลายก็ไม่ได้ทำดาเมจให้คุณมากพอจนตายได้บ่อย ๆ
แต่นี่น่าจะเป็นระบบที่ทางเกมต้องอัปเดตเพิ่มเข้ามาเร็ว ๆ นี้ เพื่อแก้ไข เพราะเมื่อคุณตายแล้ว คุณจะถูกส่งกลับไปยังจุดเกิดที่ลงทะเบียนไว้ที่ Biobeds ฟังดูก็ไม่ได้แย่อะไรมาก แต่ที่แย่จริง ๆ คือ ไอเทมบางส่วนในตัวคุณจะดรอปออกจากตัว และปัญหาต่อมาที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าคือ เกมจะไม่มาร์คตำแหน่งที่คุณตายไว้ให้ หลังคุณเกิด
เราสามารถว่ายน้ำกลับมายังจุดที่ตัวเองตาย เพื่อเก็บไอเทมได้ แต่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ขนาดนี้ ถ้ายังเล่นไม่มากพอจนจำแผนที่ได้ รับรองว่าหายากสุด ๆ แถมจุดที่เราตายนั้น จะเป็นเหมือนกับเม็ดแคปซูลเล็ก ๆ ที่ยิ่งทำให้มันหายากขึ้นไปอีก
ดังนั้น จริงอยู่ว่าการตายไม่มีบทลงโทษร้ายแรง แต่มันจะร้ายแรงแน่ ๆ ถ้าคุณเผลอตายตอนพกไอเทมล้ำค่าหรือของสำคัญติดตัวไว้ แม้จะกลับมาเก็บได้ก็จริง แต่ถ้าจำไม่ได้ว่าเราตายตรงไหน ทุกอย่างก็จบกัน คาดว่าตัวเกมน่าจะอัปเดตแก้ไขสิ่งนี้ในอนาคต













