สารบัญ / Contents
ยิ่งยุคสมัยและกาลเวลาผันผ่านไปเรื่อย ๆ เราในฐานะผู้บริโภคเองก็มีทางเลือกในการเลือกซื้อหรือจ่ายเงินกับวิดีโอเกมที่เราชอบ โดยได้เห็นถึงมาตรฐานการบริการเบื้องต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่อาจเถียงได้ว่า คำโฆษณาบางอย่างในยุคนี้ไม่อาจจะเชื่อถือหรือไว้วางใจได้อีกต่อไป วันนี้เรามาดูกันว่า หากค่ายเกมโฆษณาด้วย 8 อย่างนี้ มันอาจจะไว้ใจไม่ค่อยจะได้สักเท่าไรนัก
1. Pre-Order เพื่อ Exclusive Content

หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่มีประสบการณ์มากในระดับหนึ่ง จะรู้ว่า การพรีออร์เดอร์ตัวเกมเพื่อ Exclusive Content นั้น แทบจะไม่มีจริงอีกต่อไป เพราะส่วนมาก Exclusive Content ที่ว่า ส่วนมากจะเป็นไอเทมพิเศษ หรือคอสตูมสวย ๆ งาม ๆ มากกว่าที่จะเป็นคอนเทนต์พิเศษของตัวเกม แถมที่ร้ายยิ่งกว่านั้นในบางครั้งคือ Exclusive Content เหล่านี้ก็ถูกตัดไปขายแยกเป็นเหมือน DLC ธรรมดาทั่วไปซะมากกว่า ดังนั้นหากคุณเจอคำโปรยว่า พรีออร์เดอร์ซะสิ เพื่อรับของพิเศษ ก็อย่าเพิ่งไปวางใจเด็ดขาด แต่สิ่งที่แน่นอนสำหรับการพรีออร์เดอร์ตัวเกมในยุคนี้คือ คุณจะได้สิทธิ์ในการเล่นช่วงทดสอบ Alpha, Beta, Playtest ก่อนใครแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นการตลาดรูปแบบใหม่อย่างแท้จริงสำหรับการ Pre-Order ตัวเกม
2. นี่คือประสบการณ์เกม Single Player ที่คุ้มค่า

ไม่ว่าใครก็ต้องขายของของตัวเองให้ได้ และนี่คืออีกหนึ่งคำโปรยที่เรามักจะพบกันเป็นประจำ โดยเฉพาะกับเกมประเภท Single Player หรือแม้แต่เกมที่มีโหมด Co-op หรือ Multiplayer ด้วย เนื่องจากในยุคหลัง คนส่วนมากมองหาเกมที่สามารถเล่นแบบ Co-op ได้ ทำให้เกมแนว Single Player ลดน้อยลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตามเกม Single Player ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ แต่คุณภาพโดยรวมจากหลากหลายเกมก็มีประสิทธิภาพที่ลดหย่อนลงมาเรื่อย ๆ ทำให้บางครั้งเรารู้สึกว่าโดนคำโฆษณาเกินจริงเล่นงาน เพราะเนื้อเรื่องบางเกมก็ทำมาแบบส่ง ๆ มาก หรือแทบไม่มีอะไรน่าจดจำนัก แต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ Single Player เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองซะมากกว่า แต่ทีมพัฒนาไหนที่ออกตัวแรงก็คงต้องระวังกันเอาไว้หน่อย
3. เทคโนโลยีและระบบการเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

อีกหนึ่งคำขายของที่ทุกเกมแทบจะใช้กัน ก่อนผู้เล่นจะสัมผัสด้วยตัวเองว่ามันไม่เป็นจริงสักเท่าไร หลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้พัฒนาพยายามบอกว่า มันคือนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีเกมไหนทำได้มาก่อน ส่วนมากคำโปรยแบบนี้พบได้จากเกมทั่วไป และมันไม่ได้หมายความว่าเกมที่ใช้คำโปรยนี้ไม่สนุก หรือแย่อะไร ปัญหามันคือ เกมใหม่ ๆ เหล่านี้ ไม่ได้มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอะไรใหม่อย่างที่คำโปรยได้ขายของเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ส่วนมากก็เป็นระบบเดิม ๆ เอามาต่อยอดนิดหน่อยมากกว่า ย้ำอีกครั้ง เกมที่ใช้คำโปรยเหล่านี้บางทีไม่ใช่เกมแย่ แค่อย่าหวังว่ามันจะมีนวัตกรรมใด ๆ อย่างที่เขาขายของเอาไว้
4. Fake Gameplay, Fake Render
ในสมัยก่อน หากใครอยากเห็นรูปแบบเกมเพลย์การเล่นของเกมนั้น ๆ เราอาจจะบอกให้ใครสักคนไปดูตัวอย่าง Gameplay Trailer ได้ แต่ยุคนี้อาจจะวางใจไม่ค่อยได้ เพราะหากผู้พัฒนาต้องการที่จะให้เกมเพลย์ส่วนไหนดูดี ก็สามารถที่จะทำการเรนเดอร์เกมเพลย์ฉากนั้นให้ออกมาดูดีได้ และหนึ่งในเกมที่ใช้วิธีนี้ก็คือ Cuberpunk 2077 กับตัวอย่างเกมเพลย์ 45 นาที เพื่อให้เราได้เห็นภาพรวมของเกมเพลย์ที่ดูลึกและมีมิติ (แน่นอนว่าส่วนอื่นก็ตามสภาพที่เราเห็นในปัจจุบัน) เกมเพลย์อาจเป็นของจริง แต่การเรนเดอร์อาจจะทำออกมาเฉพาะจุด ซึ่งเป็นอะไรที่ต้องระมัดระวังพอสมควรในสมัยนี้ และเกมอื่น ๆ ก็เคยทำมาแล้ว เช่น No Man’s Sky และ The Witcher 3 เองก็เช่นกัน
5. เล่นได้ตามที่ใจคุณต้องการ

คอนเซปต์เกมในยุคหลัง ๆ นี้คือ การพยายามจะมอบอิสระในการเล่นให้กับผู้เล่นได้ดำเนินเรื่องไปตามใจต้องการ ทุกเกมจะพยายามขายระบบที่ผู้เล่นจะเป็นผู้กำหนดเส้นเรื่องของตัวเกมได้เอง ทำให้ผู้เล่นรู้สึกอิน และกลายเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของเกมนั้น ๆ แต่เอาเข้าจริงมันก็แทบจะไม่ได้ต่างอะไรกันสักเท่าไร อาจจะเป็นเพียงบทพูด คัทซีนทั่วไป มีหลายเกมที่พยายามจะสร้างความอิสระให้ผู้เล่น ก่อนจะพบว่ามันเป็นเพียงความต่างเล็กน้อยและทำให้ผู้เล่นทั่วไปผิดหวัง ยิ่งหลายค่ายทำออกมา ความจริงที่ว่าการเล่นตามที่ใจต้องการ เป็นอีกหนึ่งคำโฆษณาชวนเชื่อก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
6. ซื้อเกมราคาเต็มแล้ว เจ็บแต่ยังไม่จบ กับระบบเติมเงินภายในเกม
ผู้เล่นทุกคนอาจจะชิน และมองว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว กับระบบ Microtransaction และแม้ว่าทีมผู้พัฒนาหลายคนจะออกมาบอกว่า ไม่มีระบบนี้ในเกมของพวกเขา แต่ท้ายที่สุดมันก็จะถูกใส่มาอยู่ดี แม้ว่าของที่ขายจะเป็นแค่แฟชั่น หรือชุดคอสเมติคแต่งสวยงามเท่านั้น แต่ในควา่มเป็นจริงก็ถือว่ามันมีอยู่ดี และนี่ถือเป็นข้อถกเถียงของแฟนเกมมาตลอดเวลา มันจึงไม่ใ่ชการจ่ายเงินซื้อเกมเต็มแล้วจบ เพราะมีของบางอย่างมาขายในเกมเพิ่มด้วย เช่นระบบ Battle Pass หรือไอเทม Boost ต่าง ๆ บางคนก็โอเค บางคนก็ไม่โอเค แต่ถ้ายืนยันว่าไม่มีแต่แรกแล้วใส่มา เกมเมอร์หลายคนก็ไม่ค่อยจะพอใจเช่นกัน
7. วันวางจำหน่ายที่ไม่ค่อยจะมีความสำคัญอีกต่อไป

หากเป็นแต่ก่อน ถ้าเกมใดเกมหนึ่งประกาศวันวางจำหน่ายออกมา เรามักจะตื่นเต้น แทบจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เฝ้ารอให้วันนั้นมาถึง เพื่อรอที่จะได้เล่นเกมโปรดเกมนั้นที่เราอยากเล่น แต่ปัจจุบัน วันวางจำหน่ายแทบไม่มีความขลังแต่อย่างใด เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 และปัจจัยหลายอย่าง ทำให้วงการเกมเจอปัญหาดีเลย์วันวางจำหน่ายหลายครั้งหลายหน และหลายเกมเสียด้วย เป็นเรื่องปกติที่ทำให้เรามองว่าการเลื่อนวางจำหน่ายเป็นเรื่องปกติ และทุกครั้งที่มีการประกาศวันวางจำหน่ายก็แทบจะไม่มีใครตื่นเต้นอีกต่อไป จากลุ้นที่จะได้เล่นเกม เป็นลุ้นว่ามันจะเลื่อนไหมมากกว่าแทน
น่าเสียดายที่หลายสิ่งหลายอย่างในวงการเกมกลายเป็นการสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับผู้บริโภคไปแล้ว ซึ่งต่อจากนี้ก็ต้องรอดูกันว่า อนาคตของวงการเกมกำลังจะไปในทิศทางใดต่อจากนี้
















