GamingDose

Support

BY Ice

6 วิดีโอเกมที่ทำจากภาพยนตร์ชื่อดัง และทำได้ดีจนได้รับคำชมไม่แพ้กัน

Gd ปกบทความ Template (5)
0 Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

ปกติแล้ว วิดีโอเกมที่ทำจากหนัง ส่วนมากจะทำมาแบบผ่าน ๆ หรือทำให้มันเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนอะไร เพราะมันทำเพื่อโปรโมทหนังเท่านั้น แต่เกมเหล่านี้ กลับทำออกมาได้ดี และถูกใจแฟนเกมเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่ามันดีกว่าตัวหนังเลยด้วยซ้ำไป แต่จะมีเกมอะไรบ้าง ลองมาดูกัน

1. Alien 3

ในบรรดาหนังเอเลี่ยน 4 ภาคแรกนั้น ภาค 3 เป็นภาคที่มีปัญหาในกระบวนการผลิต โดยมีการเปลี่ยนแปลงผู้กำกับและทีมเขียนบท แถมยังเริ่มต้นถ่ายทำโดยที่บทยังไม่เสร็จสิ้นดีนัก ทำให้มันเป็นหนังที่หลายคนลงความเห็นว่าแย่มาก แม้ว่าจะเป็นภาคที่มีฉากในตำนานที่น่าจดจำก็ตาม และในตอนนั้น Alien 3 ก็มีเกมของตัวเองออกมาบนเครื่อง Genesis และ NES ในตอนนั้นเกมได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก ทั้งฉากแอ็คชั่นที่ขัดเกลามาอย่างดี เพลงประกอบที่สนุกเร้าใจ และมีความน่ากลัวอยู่ในนั้น ทำให้แม้ว่าหนังจะห่วยแค่ไหน แต่เกมกลับโดดเด่นเกินหน้าเกินตาตัวภาพยนตร์ไปเลยในตอนนั้น

2. Cars: The Video Game

อีกหนึ่งหนังในความทรงจำของคนไทยหลายคน แม้จะเป็นที่ชื่นชอบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นเพียงความกระหายอยากจะขายของเล่นจากทาง Disney เท่านั้น โดยไม่ได้สนตัวบทภาพยนตร์ และองค์สามที่ไร้ความตื่นเต้นใด ๆ แต่กับวิดีโอเกมนั้นถือว่าเป็นอีหกเรื่องหนึ่งเลย เพราะไม่ว่าจะเรื่องกราฟิก และการตอบสนองของตัวเกม รวมไปถึงความท้าทายของ A.I. ทำให้เกมนี้ถูกจัดอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ตัวหนัง หรือบางคนก็คิดว่ามันดียิ่งกว่าหนังด้วยซ้ำไป

3. The Mummy Demastered

ไตรภาคเดอะมัมมี่ของ Brendan Fraser อาจจะเป็นที่น่าจดจำของใครหลายคน แต่กับเวอร์ชั่นใหม่ของ Tom Cruise เมื่อปี 2017 นั้น เรียกได้ว่าเป็นคนละเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากมันจะแย่จนหลายคนรับไม่ได้ มันยังล้มเหลวในด้านการทำเงิน จนทำให้แผนการสร้างจักรวาล Monsterverse ของ Universal นั้น พังไม่เป็นท่า แต่กับเกมนั้นถือว่าดีผิดหูผิดตาอย่างเหลือเชื่อ ด้วยการนำเสนอแบบไม่เกี่ยวกับหนังโดยตรง และใช้รูปแบบการเล่นแบบเกม Action 2D + Metroidvania และระบบการเล่น การลงโทษเมื่อตาย ทำให้เกมนี้ดูดีกว่าหนังเป็นไหน ๆ เลยทีเดียว

4. The Warriors

หนังแอ็คชั่น-อาชญากรรมตั้งแต่ปี 1979 แถมมันยังดัดแปลงมาจากนิยายอีกทีนึงด้วย ตัวหนังไม่ได้แย่มากนัก แต่ก็ไม่ได้ดีเลิศอะไร คนบางส่วนยังวิจารณ์ไปในทางลบด้วยซ้ำ และในขณะที่เกมจากหนังจะยึดติดอยู่กับต้นฉบับ แต่ทาง Rockstar ผู้พัฒนาเกมนี้ ได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ เป็นการำทเนื้อเรื่องก่อนเกิดเหตุการณ์ในหนัง ช่วยเติมเต็มเนื้อเรื่องให้กับหนังด้วย และทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมสมาชิกแก๊งได้หลากหลายตัวละคร และการกระจายบทบาทให้กับสมาชิกในทีม ทำให้มันเป็นเกมที่ยิ่งอุ้มชูให้หนังโดดเด่นและยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นไปอีก

5. Toy Story 2: Buzz Lightyear To The Rescue

แอนิเมชั่นขึ้นหิ้งในตำนานอย่าง Toy Story 2 แม้ว่าภาคนี้จะโดนวิจารณ์ไปพอสมควร ในเรื่องของความซ้ำซากของเนื้อเรื่องและสิ่งที่หนังตั้งใจนำเสนอ แต่มันก็ยังคงประสบความสำเร็จอยู่ดี แต่อีกสิ่งที่ดีงามไม่แพ้กันเลยคือส่วนของเกมที่ทำออกมาควบคู่กันอย่าง Toy Story 2: Buzz Lightyear To The Rescue ก็ยิ่งทำให้มันดีควบคู่กันไป ด้วยกราฟิกที่ถือว่าดูดีมากในยุคนั้น มีความเป็นเกมแพลตฟอร์มที่ท้าทาย และสนุกแบบลงตัว ไม่ยากจนเกินไป มีไอเดียในการเพิ่มฉากสอดแทรกที่ในหนังไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ในเกมกลับดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และนี่เป็นอีกตัวอย่างบอกว่าการทำเกมจากหนังที่ดี ไม่จำเป็ฯต้องยึดติด แต่เติมเต็มมันได้ก็เพียงพอแล้ว

6. World War Z

แม้จะโดนยี้จากแฟน ๆ เกมแนว Co-op ว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนัก แต่ท้ายที่สุด เกมนี้ก็พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสวยงามด้วยการอัปเดตคอนเทนต์ใหม่ คอยปรับปรุง ขัดเกลาระบบมานานหลายปีนับตั้งแต่เกมวางจำหน่าย จริง ๆ แล้วภาพยนตร์นั้นหยิบเอาต้นฉบับหนังสือมาดัดแปลงอีกที จากคำให้การของเหล่าผู้รอดชีวิต เป็นการหนีตายของเหล่าตัวเอก และเกมก็ดัดแปลงไปอีกรอบให้เป็นเหล่าผู้รอดชีวิตที่หยิบอาวุธลุกขึ้นสู้กับฝูงซอมบี้ ด้วยจำนวนซอมบี้แบบมหาศาลไม่ต่างจากในหนัง และโหมดการเล่นที่หลากหลาย ทำให้ตัวเกมมีความสนุกขึ้นอย่างมาก ยอดเยี่ยมไม่แพ้ตัวหนังเลยทีเดียว

SHARE

Aisoon Srikum

Aisoon Srikum

ไอซ์ – Content Writer นักเขียนผู้ชื่นชอบเกมกาชาที่อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับทุกเกมบนโลก