เก่าไปใหม่มา : 5 เทคนิคบอกลาเกมเก่า เพื่อเข้าสู่เกมใหม่อย่างสุขกายสบายใจ


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับปี 2020 อันเป็นทั้งปีแรกของทศวรรษใหม่ และเป็นปีที่หลาย ๆ คนอยากที่จะเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับเกมเมอร์อย่างเรา ๆ สิ่งไหนเลยจะยอดเยี่ยมไปกว่าการได้เล่น “เกมใหม่” โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นปีที่กำลังจะมาถึงนี้

สำหรับในปีหน้า หรือแม้แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะมีเกมจำนวนมากที่จ่อคิวเปิดตัวมากมาย ทั้งฟอร์มยักษ์ใน Console, PC และในมือถือด้วยเช่นกัน รวมชื่อแล้วไม่ต่ำว่า 10 เกม นี้ยังไม่รวมถึงเกมที่เปิดตัวไปแล้ว แต่หลายคนก็กำลังสองจิตสองใจที่จะเล่นหรือไม่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน การมีเกมอื่น ๆ ที่ยังดองไว้ และการที่ไม่มั่นใจว่าเกมใหม่นั้นจะสนุกหรือเปล่าด้วย

ในปีหน้า ลำพังแค่ Riot Game อย่างเดียว ก็จะมีเกมออกใหม่อย่างน้อย 4-5 เกมแล้ว

แต่ก็แน่นอนอีกว่า สำหรับเกมเมอร์แล้ว ไม่มีใครที่ใช้ฉายานี้โดยไม่เล่นเกมใด ๆ อยู่เลย ทุกคนต่างก็มีเกมที่เล่นอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะกับเกมเมอร์สาย Online ที่เน้นเล่นเกมกับคนหมู่มากเป็นหลัก การที่จะเปลี่ยนเกมที่เล่นอยู่นั้นย่อมทำใจได้ยากอย่างแน่นอน

วันนี้เราจะมาพูดถึง 5 วิธีในการบอกลาเกมเก่าอย่างไรให้ไม่มีสิ่งใดค้างคาใจ ในเมื่อเกมใหม่นั้นทั้งน่าเล่นหน้าลอง แต่เกมเก่านั้นก็อยู่ด้วยกันมานานจนตัดไม่ขาด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอีกความสนุกหนึ่งที่เราไม่เคยสัมผัส และหาประสบการณ์ใหม่ ๆ กับเกมที่ไม่เคยเล่น จะมีอะไรบ้างนั้น เรามาชมไปพร้อม ๆ กัน

1. ทำความรู้จักกับเกมใหม่ให้มากที่สุด

ก่อนอื่นก็ขอเริ่มจากนิยามของคำที่จะเจอกันก่อน คำว่า “เกมเก่า” ในที่นี้หมายถึง เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่และมีแผนอยากจะเลิกเล่น หรือเป็นเกมที่เลิกเล่นไปแล้วพักหนึ่งแต่ยังตัดใจไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้ได้มี “เกมใหม่” ที่น่าสนใจกว่าปรากฏตัวขึ้น โดยเกมใหม่นี้อาจเป็นเกมที่กำลังจะเปิดตัวไม่ช้า เกมที่เปิดตัวไปแล้วไม่นาน และก็หมายถึงเกมที่คุณดองไว้แล้วยังไม่เคยเล่นด้วยก็ได้ ทั้งเกมเก่า/เกมใหม่ในที่นี้จะเป็นเกมที่เน้นการเล่นแบบ Online หรือไม่ก็ได้ 

ในยุคปัจจุบัน ที่อินเตอร์เน็ตทำให้เราเท่าเทียมกัน การหาข้อมูลต่าง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เกมใหม่ ๆ ในปัจจุบันมักที่จะเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งภาพประกอบ เกมเพลย์ และอื่น ๆ ที่เอาไว้ยั่วเหล่าเกมเมอร์อย่างเรา ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้จากเแคสเตอร์ต่าง  ๆ ที่มักจะได้ลองเล่นเกมใหม่ ๆ ก่อนใครอยู่เสมอ โดยสิ่งที่เราต้องทำความรู้จักเกี่ยวกับเกมใหม่ก็อย่างเช่น

  • ดูว่าเกมใหม่มีภาพ/เสียง/องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถูกใจเรามากแค่ไหน อย่างเช่นถ้าเราชอบตัวละคร ก็ดูว่าตัวละครนั้น ๆ สามารถทำอะไรได้บ้าง เก่งกาจหรือสวยหล่อแค่นั้น เพื่อที่จะกระตุ้นต่อมอยากเล่นของเราให้มากขึ้น
  • เข้าชมตามเว็ปไซต์ แฟนเพจ หรือสื่อต่าง ๆ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติมโดยรวมของเกม จุดที่ดีที่สุดก็คือในสื่อใหญ่ ๆ อย่าง Youtube หรือ Twitch ที่จะมีการแคสติ้งเกมเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ลองหาใครซักคนที่ได้ลองเล่นเกมเล่านั้น แล้วดูว่าพวกเขามีความเห็นอย่างไรกับเกมใหม่นี้บ้าง
  • บางเกมอาจมี Demo ลองโหลดมาเล่นดูก่อนก็ได้ หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจไปลงทะเบียนล่วงหน้า/Pre-Order หากเกมเปิดให้ทำได้ การลงทะเบียนล่วงหน้าจะทำให้ได้รับข่าวสารและข้อมูลต่าง ๆ ของเกม รวมถึงของรางวัลต่าง ๆ ด้วย อีกทั้งยังเป็นการรับประกันว่าเราจะเล่นเกมนั้นอย่างแน่นอน
ช่องทางหลักที่เราจะหาข้อมูลได้ดีที่สุด ก็เห็นจะหนีไม่พ้น 2 สื่อใหญ่ในตอนนี้

2. หา Community สำหรับเกมใหม่อยู่

ข้อนี้จะต่อยอดมาจากข้อแรก นั้นคือหากการหาข้อมูลด้วยตัวเองนั้นยังไม่พอ งั้นเราก็ควรที่จะพาตัวเองเขาไปอยู่ในกลางวงล้อมของคนที่มีความชอบเหมือนกันซะเลย การอยู่ใน Community นั้นนอกจากจะช่วยให้ความอยากเล่นของเรามากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยให้รั้งเราให้อยู่กับเกมนั้นไปอีกซักพักด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลุ่มเกมนั้นมีจำนวนมาก ยากที่จะบอกได้ว่ากลุ่มไหนดีหรือไม่ดี สภาพในกลุ่มนั้นจะสงบเรียบร้อยหรือไม่ก็ไม่ทราบได้ เราอาจแก้ปัญหานี้ด้วยการเข้ากลุ่มไปหลาย ๆ กลุ่มก่อน แล้วจึงค่อยออกหรือกดไม่สนใจกลุ่มในภายหลัง หรือจะอยู่ทุกกลุ่มที่ว่านั้นไปเลยก็ได้

และสำหรับกลุ่มของเกมเก่านั้น ถ้าไม่อยากกดออกจากกลุ่ม ก็ให้ใช้ตัวเลือกอย่างเช่นการไม่สนใจกลุ่ม เลิกติดตาม หรือไม่ก็ปิดการแจ้งเตือนเอาไว้ก็ได้ เผื่อว่าวันใดเรามีใจให้เกมนี้อีก ก็ค่อยกลับมาก็ไม่เสียหายอะไร

เข้าร่วม Community เพื่อรับฟังข่าวสาร เทคนิค และพูดคุยกับคนที่เล่นเกมเดียวกัน

3. เล่นเกมเก่าให้ถึงจุดหมาย

หากการเล่นเกมของคุณคือการบรรลุเป้าหมายอะไรบางอย่าง ถ้างั้นก็จงเล่นเกมนั้น ๆ ให้ถึงจุดหมายซักจุด โดยในที่นี้อาจจะหมายถึงการเล่นจนจบ หรือการสำเร็จเควส หรืออะไรบางอย่างในเกมที่เราตั้งขึ้นมาเองก็ได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในใจเพื่อที่จะย้ายไปเกมใหม่

สำหรับเกมใหญ่ ๆ ใน PC หรือ Console ก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับข้อนี้ แต่สำหรับเกมที่เล่นอย่างไม่มีจุดหมาย อย่างเช่นเกมแนว MMORPG, MOBA หรือเกมมือถือต่าง ๆ ล่ะ อะไรคือสิ่งที่เป็นเป้าหมาย คำตอบก็คือ “แล้วแต่เรา” นั้นเอง เราอาจจะกำหนดเป้าหมายบางอย่างที่อยากจะทำให้เสร็จ แล้วก็บรรลุมันซะ ก็จะได้ถือว่าเราเล่นเกมนั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว และพร้อมสำหรับการเริ่มต้นที่เกมใหม่

ยกตัวอย่างเป้าหมายก็เช่น ฆ่าบอสตัวนั้นตัวนี้ การขึ้นถึงแรงค์ที่ต้องการให้ได้ หรือการผ่านด่านในเกมทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นเควสที่ไม่อยากเกินไปที่จะทำ อย่างน้อยในอนาคต ถ้ามีคนถามว่าทำไมถึงจากเกมนั้นๆ มา เราก็พอจะมีเหตุผลหล่อ ๆ ไปตอบเขาหรือเธอคนนั้นได้นั่นเอง 😀

อาจไม่ถึงกับต้องจบเกมขนาดนี้ก็ได้ แต่ถ้าทำครบ ก็ถือว่าจบกัน ไม่มีอะไรค้างคาใจกันอีก

4. หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ข้อนี้จะคล้าย ๆ กับข้อสอง แต่จะต่างกันตรงที่คราวนี้เราจะหาเพื่อนที่เป็นคนจริง ๆ ที่เห็นหน้ากันทุกวัน ที่จะพาเข้าสู่เกมใหม่ไปด้วยกัน การมีเพื่อนที่พร้อมจะเล่นด้วยกันทำให้เราตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นมาก ตรงจุดอาจจะเป็นฝ่ายเราที่ลองถามเพื่อนดูก่อน ว่าสนใจเกมใหม่ที่เรานำเสนอหรือไม่ โดยหาเขายังลังเลอยู่ เราก็อาจใช้วิธีบางอย่างในการชักจูงเขาซักหน่อยก็ได้

โดยวิธีที่ว่า อาจมาในรูปของการทำให้เพื่อนรู้จักเกมนั้น ๆ มากขึ้น (อาจใช้วิธีในข้อที่ผ่าน ๆ มาก็ได้) พยายามบอก พยายามพูดถึงเกมที่ว่าบ่อย ๆ เพื่อเป็นการใช้จิตวิทยาในการชักจูงเพื่อนให้เข้าร่วมอุดมการณ์เดียวกัน หรืออาจจะใช้วิธีชักชวนโดยตรง อย่างเช่นจะสอนการเล่นให้ จะช่วยทำเควสโน้นนี้ให้เสร็จ หรือไม่ก็จะเปย์ให้ ทั้งหมดก็เพื่อให้เพื่อนอยากที่จะเล่นเกมนั้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ถ้าหากทำไปหลายอย่างแล้วเพื่อนก็ยังไม่เปลี่ยนใจ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปบังคับเขาให้มากกว่านั้น บางทีแค่ 3 ข้อด้านบนก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา การเข้าไปผจญภัยในโลกที่ไม่เราไม่รู้จักตามลำพัง บางทีมันก็เป็นความสนุกอย่างนึ่งเหมือนกัน

ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเยอะ ๆ แค่มีเพื่อนรู้ใจที่พร้อมไปด้วยกันไม่กี่คนก็พอ

5. เกมเก่าจ้า พี่ลาก่อน… (ลบเกมเก่าทิ้ง)

เมื่อสุดท้ายแล้ว หากไม่มีปัจจัยอื่น ๆ มาให้เราตัดใจได้ หรือแค่ 4 ข้อที่ว่ามานั้นยังไม่พอ ก็เหลือเพียงทางเลือกสุดท้ายที่ดูจะเจ็บปวดนิดหน่อย นั้นคือการ “หักดิบ” เพื่อตัดขาดจากเกมเก่าอย่างสิ้นเชิง เพื่อที่คุณจะได้ไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับเกมเก่าอีก

เริ่มจากง่ายที่สุดคือ การลบเกมเก่าทิ้ง เพื่อที่จะได้ไม่กลับไปคิดถึงมันอีก ต่อจากนั้นก็อาจตัดขาดจากทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเกมนั้น ๆ เช่นกลุ่มหรือเพจต่าง ๆ ที่เคยกดติดตาม ก็ต้องเลิกคบให้หมด (อาจเลิกติดตาม หรือไม่ก็ปิดการแจ้งเตือน) เรื่องนี้อาจหนักข้อถึงขึ้นต้องลบพวกรูปที่เคยถ่ายในเกมนั้นไปด้วย เพื่อที่จะได้ขาดจากันโดยสมบูรณ์ ถ้าเกมที่คุณซื้อมาดันมีแผ่นด้วย ก็อาจจะเอาไปซ้อนไว้ในที่ลับตาก่อนก็ได้

หรือถ้าอยากขาดจากกันให้สุดกว่านั้น สิ่งที่จะเหลือเป็นปรกติจากการเล่นเกม ก็คือ ID แน่นอนว่าที่กำลังจะพูดถึง ก็คือการ “ลบข้อมูล” เกี่ยวกับเกมนั้นไปด้วย โดยอาจเป็นการลบ ID หรือลบข้อมูลภายใน ID นั้นก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากทำแบบนั้นก็ให้เอา ID เข้าตลาดซื้อขาย ก็ถือเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย สำหรับเกมที่เป็นแผ่น ก็สามารถนำไปขายในตลาด เพื่อเป็นการจบกันแต่วันนี้ได้เช่นกัน (แต่ขอให้ทำเฉพาะในส่วนที่อนุญาตให้ซื้อขายได้เท่านั้น)

ครบกันแล้วสำหรับเทคนิคง่ายปนยากในการบอกลาเกมเก่า ถึงอย่างไร เกมที่เราเล่นก็ต้องถึงคราวต้องถึงวันที่ต้องถูกลืมไปซักวันหนึ่ง การทำความเคยชินกับการเล่นเกมใหม่ ๆ หรือการเปลี่ยนเกมเล่นไปเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การได้เลยหลาย ๆ เกมยังถือว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตด้วย เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เข้าร้านค้าแล้วมองหาเกมใหม่ ๆ กันได้เลย 😀