สารบัญ / Contents
มีไม่กี่เกมเท่านั้นที่วางจำหน่ายแล้วยังสามารถสร้างสถิติผู้เล่นสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องมาจะตลอด 2 สัปดาห์แล้ว และในขณะที่หลายคนยังคงลังเล และตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ทำไมเกมนี้จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และถึงตอนนี้มันคุ้มค่าที่จะสอยมาเล่นหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นแนว Battle Royale ที่มีตัวเลือกมากมาย แถมเกมฟรีก็มี แต่เกมนี้มีดีอะไร คนเล่นถึงสูงขึ้นจนเป็นเกมแถวหน้าของ Steam อีกเกม มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี้
1. ความสนุกในการต่อสู้ระยะประชิด

ปกติแล้วเกม Battle Royale เกมอื่นจะเป็นการยิงกันมากกว่า และแม้ว่าเกมนี้จะมีอาวุธระยะไกลให้เลือกใช้ แต่หัวใจหลักจริง ๆ ในการต่อสู้จะเป็นการต่อสู้ระยะประชิดที่จะวัดฝีมือผู้เล่น (หรือพวกมากลากไปรุม) ด้วยการออกแบบระบบต่อสู้ระยะประชิดที่ค่อนข้างใส่ใจมากกว่าที่เกมอื่นเคยทำมาก่อนหน้านี้ ทำให้เกมนี้เป็นอีกเกมที่ดวลวิทยายุทธ์กันสนุกมาก ๆ และทำให้ผู้เล่นไม่ตายในช็อทเดียวยกเว้นแต่คุณจะโดนรุมเกินสองคนขึ้นไป จังหวะการเล่นแบบมีโอกาสได้สวนกลับ ได้ Counter คืน หรือได้กดท่าติดแบบถูกเวลาจนเอาชนะคืนได้ เป็นอารมณ์ที่เกม Battle Royale เกมอื่นให้ไม่ได้ แต่เกมนี้สามารถทำได้ ยิ่งคนเล่นสนุกกบัตัวเกมได้มากเท่าไร แม้ช่วงแรกจะต้องแพ้บ่อย ๆ แต่ก็เป็นแรงกระตุ้นให้คนอยากเล่นเกมมันต่อไปเรื่อย ๆ
2. ยังคงเป็นสไตล์จอมยุทธ์กำลังภายในแบบแท้ ๆ (ในตอนนี้)

คนที่ชื่นชอบเกมที่มีศิลปะและการออกแบบแบบวรยุทธ์กำลังภายในแบบจีน ๆ น่าจะขัดใจกับหลากหลายเกมที่ยิ่งทำยิ่งฉีกความเป็นจอมยุทธ์ออกไปทุกที ๆ มันจะเริ่มมีความแฟนตาซี ความไซไฟใส่เข้ามา จนอารมณ์ร่วมในเกมเริ่มลดลง แต่สำหรับเกมนี้ ในตอนนี้นั้น ทั้งสกิน การออกแบบ ท่วงท่าและการต่อสู้ ยังคงอยู่ในกรอบของความเป็นจีนกำลังภายในอยู่บ้าง อาจจะมีบ้างที่บางสกินดูหลุดความเป็นจีนกำลังภายในไปหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของความเป็นสไตล์จีนอยู่ ก็ได้แต่หวังว่าในอนาคตจะไม่มีการใส่สกินที่หลุดโลกหลุดธีมเข้ามา และนี่เป็นจุดเด่นที่ใครหลายคนชื่นชอบแน่นอน เพราะเกมจีนสมัยนี้ก็พยายามใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไปจนเกินเหตุแล้ว
3. ผสมระบบเกมที่หลากหลายเอาไว้ในเกมเดียว

หากใครเคยอ่านตัวบทความรีวิวไปแล้ว จะเห็นว่าตัวเกมไม่ใช่แค่ Battle Royale ฟัน ๆ ตี ๆ แต่มีากรหยิบเอาระบบเกมที่ค่อนข้างหลากหลาย จากหลายเกมมาผสมไว้ด้วยกัน เช่น Grappling Hook กับการปีนป่ายแบบไร้ขีดจำกัดที่เหมือนได้แรงบันดาลใจมาจาก Assassin’s Creed / ระบบ Combat ที่หลายคนลองแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คือกระบี่ ผีเสื้อ ดาวตก ฉบับ Remake / หน้าจอของ Menu และ Interface ต่าง ๆ และการแบ่งเกรดสีไอเทม รวมไปถึงมูฟเมนท์และความสามารถตัวละครที่ใกล้เคียงกับ Apex Legends แต่แม้จะมิกซ์กันเยอะขนาดนี้ มันก็ไม่ใช่การก๊อปปี้กันมา แต่เป็นเหมือนการดึงเอาจุดเด่นและระบบที่ดีของเกมอื่น ๆ มาต่อยอดและออกแบบใหม่ให้เป็นของตัวเอง และทำออกมาได้ดีเสียด้วย
4. คอนเทนต์เกมที่คุ้มราคาและจำนวนผู้เล่นที่มากพอ

ปกติแล้วการจะเลือกซื้อเกมออนไลน์สักเกม ราคาเป็นสิ่งที่ต้องคิดคู่กับจำนวนผู้เล่น สำหรับข้อหลังนี่หายห่วงกันได้เลย เพราะตอนนี้เกมวางจำหน่ายมาได้สองสัปดาห์แล้ว แต่ยอดผู้เล่นกลับสูงขึ้นทุกวัน ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีไม่กี่เกมเท่านั้นที่ทำได้ และสำหรับคอนเทนต์ของตัวเกมนั้น นอกจากโหมด Battle Royale แบบปกติแล้ว ยังมีโหมดสำหรับฆ่าแหลกอย่าง The Bloodbath ที่เปลี่ยนแนวเกมให้เป็นเหมือนกับกระบี่ ผีเสื้อ ดาวตก จริง ๆ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวก Battle Pass ของสะสม ของแต่งซึ่งเยอะพอที่จะทำให้เราเล่นอย่างคุ้มค่าได้ และยิ่งเกมนี้คุณมีเพื่อน การประลองยุทธ์ของคุณก็จะยิ่งสนุกมากขึ้น แต่ถ้าสายโซโล่ก็ไม่ได้ลำบากจนถึงขั้นเล่นไม่ได้เลย สรุปคือคอนเทนต์เกมนี้มีมากพอ และจำนวนผู้เล่นก็มากพอที่จะทำให้เกมไปต่อได้อีกยาว ๆ
5. การ Crossover กับ Onmyoji และอื่น ๆ ในอนาคต

เกมนี้ได้ทาง NetEase มาเป็นผู้จัดจำหน่ายและผู้ดูแลในการพัฒนาอีกที และสิ่งแรกที่เราได้เห็นการ Collab กันก็คือการนำเอาตัวละครสาวอย่าง Yoto Hime เข้ามาเป็นตัวละครหลักในเกม NARAKA: Bladepoint รวมไปถึงมีข้อมูลจากสื่อบางเจ้าที่บอกว่าอาจจะมีตัวละครจาก Onmyoji อีกหลายตัวที่เตรียมจะอัปเดตเข้าสู่เกมในอนาคต อย่างเช่นตอนนี้ ตัวละคร Yoto Hime ก็กำลังจะมีสกิน Ceremonial Blade อัปเดตเพิ่มเข้าสู่เกมอีกด้วย และคาดว่าในอนาคต เราน่าจะได้เห็นการครอสโอเวอร์กับอีกหลายค่ายเกมในจีน และเห็นตัวละครใหม่ ๆ และการอัปเดตใหม่ ๆ เข้ามาอีกมากมาย
สำหรับคนที่กำลังมองหาเกมใหม่ ๆ เล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกม Battle Royale ตอนนี้ไม่น่ามีเกมไหนจะโดดเด่นไปมากกว่า NARAKA: Bladepoint อีกแล้ว และเชื่อว่าเกมนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะไปต่อได้อีกยาว ๆ หากทีมผู้พัฒนาวางแผนมาดี NARAKA: Bladepoint วางจำหน่ายบน PC แล้ววันนี้ ส่วนคอนโซลจะมาช่วงสิ้นปีนี้














