สารบัญ / Contents
หลายคนน่าจะอยากทราบถึง “เรื่องควรรู้ก่อนเล่น Resident Evil Requiem บน Switch 2” กัน แม้ว่าเกมจะวางขายมาได้สักพักแล้ว แต่คนที่ยังไม่เคยได้ลองเล่นเกมบนเครื่องนี้มาก่อนก็อาจจะนึกสงสัยหลายอย่าง
พวกเรา GamingDose จึงได้ลิสต์รายละเอียดลำคัญที่ควรรู้ก่อนเล่น RE Requiem บน Switch 2 มาให้ทุกคนได้อ่านกัน!
เล่นได้สูงสุดถึง 60 fps

ความดีงามอย่างหนึ่งของ Resident Evil Requiem บนเครื่อง Switch 2 ก็คือตัวเกมไม่ได้ถูกล็อคไว้ที่ 30 เฟรม แต่มันถูกขัดเกลาออกมาดีจนสามารถเล่นได้ถึง 60 เฟรมเลย หากเกมเพลย์อยู่ในโซนพื้นที่ปิดหรือฉากที่ไม่ได้มีเอฟเฟกต์หนัก ประสิทธิภาพการรันตัวเกมก็จะอยู่ที่ 60 fps หรือใกล้เคียงได้แบบนิ่ง ๆ
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าฉากที่มีรายละเอียดซับซ้อนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแสง เงา หรือเอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ระหว่างเราและศัตรู เฟรมเรตก็จะตกมาอยู่ที่ 38 – 45 เฟรมได้ โดยจะผันผวนไปตาม “ความตูมตาม” และความซับซ้อนของฉากนั้น
หากเจอฉากที่มีเอฟเฟกต์หนักหน่วงอย่างถึงที่สุด เฟรมก็อาจหล่นไปอยู่ที่ 30 ได้ ซึ่งจากที่ได้พวกเราได้ลองเล่นไปจนจบเกม มีเพียงแค่ 1-2 โมเมนต์เท่านั้นที่ทำเฟรมตกมาถึงขั้นนี้ นอกเหนือจากนั้น ประสิทธิภาพการรันเกมโดยเฉลี่ยก็สามารถทำได้ที่ 40 – 50 fps กว่า ๆ อย่างสมูธและต่อเนื่องเลย
ภาพรวมของประสิทธิภาพของเกมนี้บน Switch 2 จึงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมาก
งานภาพแสดงผลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ความละเอียดภาพดั้งเดิมของเกมนี้บน Switch 2 จะอยู่ที่เพียง 540p และ 360p ในแบบเสียบเข้า Docked กับแบบพกพาตามลำดับ แต่ตัวเกมเวอร์ชั่นนี้จะอาศัยการใช้ขุมพลังของ DLSS มาขยายความละเอียดภาพให้มาอยู่ที่ 1080p และ 720p ได้
แม้ว่าการขยายภาพจากความละเอียดระดับนั้นให้มาอยู่ที่ 1080p และ 720p จะฟังดูสุดโต่งและไม่น่าจะได้ความสวยงามอะไรมาก แต่ประสิทธิภาพการแสดงผลที่ได้มาจากการอัพสเกลนี้ ก็ออกมาดูดี จนแทบจะดูไม่ออกเลยว่านี่คือความละเอียดที่ได้มาจากการอัพสเกล
ที่สำคัญคือไม่มีอาการภาพมัวหรือเกิดการแสดงผลที่มีปัญหาเลย
สำหรับใครที่กังวลเรื่องกราฟิกบนเครื่อง Switch 2 ก็สบายใจหายห่วงได้ เพราะภาพที่ได้มามันน่าพอใจมาก แน่นอนว่ามันไม่ได้ยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับคอนโซลเครื่องอื่นหรือ PC อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่มันเป็นเครื่องไฮบริด แสดงผลงานภาพได้ระดับนี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
เปิดโหมด Gyro Aiming ได้

Gyro Aiming คือระบบการเล็งเป้าในเกมที่ใช้เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวของตัวจอย เราขยับจอยไปทางไหน เป้าก็จะเล็งไปตามนั้น ช่วยให้เราเล็งศัตรูด้วยจอยได้ง่ายขึ้น
ซึ่งเกมนี้ก็ได้ใส่ระบบ Gyro Aiming มาด้วย และมันใช้ได้กับทุกรูปแบบของการควบคุมบน Switch 2 เลย ไม่ว่าจะแบบเสียบจอยติดเข้าตัวเครื่อง แบบถอดจอยสองข้าง หรือแบบเสียบเข้ากับแท่นยึดจอย ก็สามารถใช้งาน Gyro Aiming ได้เต็มรูปแบบทั้งหมด
และเราก็สามารถเปิดโหมดนี้เล่นได้ ไม่ว่าจะเล่นในมุมมองบุคคลที่ 1 หรือมุมมองบุคคลที่ 3 ก็ตาม
วิธีการเปิด/ปิด Gyro Aiming สามารถทำได้ด้วยการเข้าไปที่หน้า Options > Camera > สังเกตแถบ Camerawork จะเห็นคำว่า Motion Controls อยู่ > จากนั้นก็เลือกเปิด/เปิดการใช้งานจากตรงนี้ได้อย่างอิสระ
เล่นแบบ Handheld ได้เฉลี่ย 2 ชั่วโมงหากชาร์ตแบตเต็ม

ถ้าเราเล่นแบบโหมดพกพาและชาร์ตแบตได้ 80 – 100% เราจะสามารถเล่นเกมนี้ได้เฉลี่ยสูงสุดสองชั่วโมงด้วยกัน
ถึงแม้ว่ามันดูจะเป็นเวลาที่ไม่ได้นานมาก แต่เมื่อพิจารณางานภาพที่ Resident Evil Requiem ขูดใช้จากเครื่อง Switch 2 อย่างหนัก มันก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ อีกทั้งเวลา 2 ชั่วโมงตรงนี้ก็เพียงพอที่จะพาให้เนื้อเรื่องในเกมมันเดินไปข้างหน้าแล้ว
ไม่สามารถใช้ Joy-Con 2 เล่นแบบเมาส์ได้

สำหรับใครที่อยากลองเล่น RE Requiem บน Switch 2 ด้วยการใช้จอยคอนลากแบบเมาส์ ซึ่งเป็นฟีเจอร์สุดพิเศษของจอยคอนคอนโซลรุ่นนี้ ก็อาจจะต้องผิดหวังกันไป เพราะตัวเกมนั้นจะไม่ได้รองรับระบบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากบทสัมภาษณ์ที่ทางคุณ Masato Kumazawa โปรดิวเซอร์เกม ได้ให้ไว้กับทางสื่อ Press Start เมื่อ 4 เดือนก่อน เขาได้เล่าว่าทางทีมพัฒนาได้ลองขัดเกลาและนำระบบนี้มาทดสอบกับตัวเกมแล้ว แต่พวกเขาพบว่าการควบคุมลักษณะนี้มันสร้างความสับสนและทำให้เกมการเล่นมีความซับซ้อนเกินไป
ท้ายที่สุด พวกเขาจึงตัดสินใจไม่ใส่ระบบควบคุมแบบเมาส์ของ Joy-Con 2 เข้ามาในเกมเวอร์ชั่นเต็ม
Resident Evil Requiem วางจำหน่ายแล้วบนเครื่อง Switch 2
สำหรับใครที่อ่านครบทุกข้อแล้วรู้สึกสนใจอยากจะลองสวมวิญญาณเป็น Grace และ Leon ใน Switch 2 ก็สามารถซื้อเกมเวอร์ชั่นนี้ได้แล้วทั้งในรูปแบบ Physical และแบบ Digital












