Dota 2 ทดสอบระบบใหม่ ยกเลิก Solo/Party Rank พร้อมคอมมูนิตี้ที่ลุกเป็นไฟ


เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา Dota 2 ได้มีการอัปเดตประวัติศาสตร์ นั้นก็คือการทดสอบ นำระบบ Solo/Party MMR ออกจากเกม และแทนที่ด้วยระบบที่คล้ายกับ Rank Role ที่เดิมเคยอยู่ใน Dota Plus มาให้ทุกคนได้ใช้กันอย่างทั่วถึง

ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ที่ต่างกันในหมู่แฟนเกม Dota 2 หลังจากพบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้พร้อมกัน โดยสาระสำคัญของ Patch นี้คือ ผู้เล่นสามารถเลือกตำแหน่งก่อนที่จะกด Matchmaking ได้ โดยแบ่งเป็น Core and Support ซึ่งก็แยกเป็น 5 Role ได้แก่ Mid Lane, Safe Lane, Off Lame / Soft Support และ Hard Support และสามารถเลือกได้มากกว่า 1 Role ในเวลาเดียวกัน

สามารถเลือก Role ก่อนเข้าเกมได้ (เลือกทั้งหมดได้)

แต่เมื่อได้ห้องแล้ว ผู้เล่นไม่จำเป็นจะต้องเลือกตาม Role ที่ตนเลือกมาก็ได้ เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมายในขณะนี้ โดยเฉพาะการเลือกตำแหน่งซ้ำกัน และเกิดปัญหาที่เจอผู้เล่นที่มี MMR ต่างกันจนเกินไป

เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ MMR ของฝั่ง Solo และ Party อยู่แยกกัน เมื่อมีการรวมกันเกิดขึ้นก็ทำให้คะแนน MMR เปลี่ยนไป (แยกเป็น MMR ระหว่าง Core และ Support แทน) ส่งผลให้ผู้เล่นบางคน โดยเฉพาะกับผู้ที่มี MMR ทางฝั่ง Party สูงกว่า มี MMR สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการอัปเดต

เพจ Cyberclasher Caster ได้ให้ความเห็นถึงภาพรวมของการอัปเดตในครั้งนี้

ซึ่งปัญหานี้ก็ได้เป็นที่ถกเถียงกันในคอมมูนิตี้ Dota 2 ทั้งในและต่างประเทศ โดยที่หน้า Facebook ของ Wykrhm Reddy ผู้เป็นเหมือนโฆษกของ Valve ก็ได้มีผู้มาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก หลังจากที่เขาได้ตั้งโพลเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจของทุกคนหลังอัปเดต ซึ่งก็ได้ผลมาว่า มีผู้เล่นเกือบครึ่งหนึ่งที่รู้สึกมีปัญหากับการอัปเดตในครั้งนี้ จากผู้ร่วมโหวตเกือบ 4 หมื่นคน

คอมมูนิตี้ Dota 2 มีความเห็นในระบบใหม่นี้ต่างกันอยู่เกือบครึ่งต่อครึ่ง

และเช่นเดียวกันของความเห็นจากฝั่งผู้เล่นไทย ที่หน้า Facebook ของผู้บรรยายชื่อดังอย่าง LightFury ก็ได้มีแบบสอบถามออกมาเช่นกัน แต่ในส่วนของคอมมูนิตี้ไทยนั้นความเห็นจะไปในส่วนทางของระบบแบบเก่าที่ดีกว่า ถึงราว ๆ 65% จากรู้ร่วมโหวตกว่า 1,400 คน

โดยหนึ่งในความเห็นที่น่าสนใจคือ ตัวระบบนั้นไม่ได้ล้มเหลว แต่เป็นที่ตัวผู้เล่นที่ไม่ซื่อสัตย์กับ Role ที่ตัวเองเลือกมานั่นเองที่ล้มเหลว และอีกส่วนก็น่าจะเป็นคนที่ยังไม่เข้าใจในการทำงานในระบบใหม่นี้ (โดยเฉพาะการเลือก Role) 2 ข้อนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาที่ว่ามาทั้งหมด

ความเห็นของคอมมูนิตี้ไทย จะออกไปในทางของระบบเก่าเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม Valve กล่าวว่า ระบบนี้จะยังอยู่ในขั้นทดลอง และจะมีการพิจารณาความเหมาะสมอีกทีหลังจากที่งาน TI 2019 จบลง ซึ่งนั้นก็อาจหมายถึงการกลับไปใช้ระบบเก่าด้วย

โดย Valve ให้เหตุผลที่มีการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ในทำนองว่า การเล่น Dota 2 นั้น การเล่นที่เป็นทีมถือเป็นเป็นสิ่งที่สำคัญ การปรับครั้งนี้จะช่วยทำให้เอื้อต่อการเล่นเป็นทีม เล่นกับเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักได้ง่ายขึ้น (เพราะไม่มีการแยก Party MMR อีกต่อไป) ซึ่งการอัปเดตต่อไปภายหน้า Valve ก็จะเน้นประเด็นนี้เป็นหลักต่อไปอีกด้วย

Source : blog.dota2.com, Lakoi DOTA2, LightFury, Wykrhm Reddy, Cyberclasher Caster