Activision เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าของธุรกิจโกงเกม โดยอ้างว่าตลาดนักโกงมีมูลค่าถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จากการขายบัญชีเกม บริการ Boosting (รับจ้างปั๊มแรงค์) และบริการ Spoofing (แปลงข้อมูลเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับการโกง)
Team Ricochet ผู้รับผิดชอบด้านการต้านโกงระบุว่า เฉพาะรายได้จากการสมัครบริการ subscription ของผู้ให้บริการโปรแกรมโกงของเกม 15 เกมก็สูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์แล้ว
ทว่าตอนนี้ตลาดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ทีมกฎหมายเริ่มเดินหน้าส่งหนังสือแจ้งระงับการดำเนินการกับผู้ให้บริการโกงเกมโดยตรง (ตามที่เคยมีรายงานไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา) เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับระบบนิเวศของธุรกิจนี้
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังให้คำเตือนกับผู้ใช้บริการด้วยว่า เหล่าพ่อค้าโปรแกรมโกงมักจะปกปิดความจริงว่าถูกบริษัทจับได้ ด้วยการอ้างต่อลูกค้าว่าหยุดให้บริการไปเพราะป่วย เข้ารับการผ่าตัด หรือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ก่อนจะเปิดเผยว่าโปรแกรมโกงใช้งานไม่ได้แล้วในที่สุด
การปราบปรามดังกล่าวยังทำให้ต้นทุนสำหรับคนโกงเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยตอนนี้ราคามาตรฐานของระบบสมาชิกสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อเดือน หรืออาจเรียกได้ว่าตลาดนักโกงกำลังอยู่ในจุดที่ไม่น่าลงเล่นอย่างแท้จริง
“การโกงเป็นการลงทุนที่เสียเปล่าอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่เราตรวจพบและกำจัดผู้ไม่หวังดี เงินที่ใช้จ่ายไปกับการโกงก็สูญไปพร้อมกับพวกเขานั่นแหละ มันคุ้มจริง ๆ หรือที่จะยอมจ่ายขนาดนี้เพื่อเสริมอีโก้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว Ricochet Anti-Cheat ยังคงทำให้การโกงเป็นไปได้ยากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ระบบป้องกันหลายชั้นของเราสร้างอุปสรรคให้กับตลาดในทุกระดับ และแรงกดดันดังกล่าวก็ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป” Activision กล่าว
“ระบบนิเวศนี้เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และเราก็เช่นกัน”











