ถ้าหากช่องว่างระหว่างสองสื่อที่ต่างกันอย่างวิดีโอเกมและภาพยนตร์ลดลง เราก็อาจจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ในอนาคตมากขึ้นก็ได้
Genta Kawamura ผู้กำกับของ Exit 8 ฉบับภาพยนตร์ ให้สัมภาษณ์กับทาง Gamesradar+ ว่า ความต้องการของเขาก็คือการลดช่องว่างระหว่างภาพยนตร์และวิดีโอเกมให้มากที่สุด แม้ว่าสื่อทั้งสองแบบจะมีความยอดเยี่ยมในตัวของมันอยู่แล้วก็ตาม
“ตอนที่เกมออก คนเอามาเล่นผ่านทาง Live Stream กันเยอะมากเลยครับ” คุณ Kawamura กล่าว “ผมประทับใจในการออกแบบโดยรวมของเกมมาก แต่ก็ดู Streamer ที่เล่นเกมนี้หลายคนด้วย และเพราะความเรียบง่ายของมัน เลยกลายเป็นฉากหลังของเกมที่น่าสนใจ เพราะมันสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย เ็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับคนเล่นหรือ Streamer ที่ได้สัมผัส ผมเลยคิดว่ามันเหมือนเป็นเครื่องมือในการสำรวจอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับมนุษย์เรามากกว่า”

การเล่าเรื่องในเกม Exit 8 และในภาพยนตร์มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของสถานการณ์ที่ผู้เล่นและตัวละครเอกได้เจอ ที่ก็ต้องหาทางออกจากสถานีรถไฟใต้ดินไปให้ได้ และยิ่งตอนที่การได้เจอกับสิ่งผิดปกตินั้น หลายครั้งก็ชวนขนหัวลุกได้เอาเรื่อง ทั้งในเกมหรือหนังเองก็ตาม
“ผมคิดว่าวิดีโอเกมนั้นมีความยอดเยี่ยมในตัวของมันเองครับ” Kawamura กล่าว “มีคนเล่นเกมและผู้พัฒนาเกมมากมาย แต่สำหรับ Exit 8 เนี่น มันน่าทึ่งมากเลยนะครับที่ผลงานชิ้นนี้สร้างโดยเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว และอาจจะเพราะมันทำด้วยตัวคนเดียวเองนี่แหละ จึงทำให้วิสัยทัศน์ของมันชัดเจนเอามาก ๆ จนแทบเรียกได้ว่าเป็นเหมือนการดูงานศิลปะหรือนวนิยายได้เลย”
“และเมื่อเอาไปสร้างเป็นหนัง ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเอาไปตีความและอยากจะมองเห็นจริง ๆ นั่นคือการจำลอง Exit 8 ขึ้นมาในรูปแบบใหม่ หรือทำภาพยนตร์แนวใหม่ออกมาเลย แต่ถ้าจะให้พูดแบบนั้น แทนที่เราจะมองว่านี่คือประสบการณ์ใหม่ของการดัดแปลงเกมเป็นหนัง ที่ผมต้องการให้เส้นแบ่งระหว่างสื่อทั้งสองอย่างนั้นพร่าเลือนไปด้วยนั่นเองครับ”












