สารบัญ / Contents
วันนี้แค่เรียนมาหรือทำงานก็เหนื่อยแล้ว เล่นเกมเบา ๆ ดีกว่า
แต่เกมเบา ๆ ที่ว่าของหลายคน อาจจะเป็นเกม Competitive สุดเข้มข้นที่อาจจะไม่ได้ผ่อนคลายเลยแม้แต่นิด ไม่ว่าจะเป็น Valorant, Rainbow Six Siege, Overwatch, Counter Strike 2, League of Legends, Marvel Rivals และอื่น ๆ อีกมากมาย นี่น่ะหรือ เกมเพื่อผ่อนคลาย?
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนที่ชื่นชอบการเล่นเกม Multiplayer ที่เน้น Competitive มากขนาดนั้น ทั้งที่ Single Player มันก็ดูเป็นเกมที่รักสงบ มีเนื้อเรื่องที่ดื่มด่ำ มีระบบเกมการเล่นที่ชวนติดพันไม่แพ้กัน แต่พอว่างเมื่อไหร่ ลิสต์ “เกมหมา” ที่หลายคนชอบแซวกัน ก็ยังต้องกดเข้าไปเล่นกันอยู่ตลอด จริง ๆ แล้วมีหลายสาเหตุ แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “จิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน” และอะดรีนาลีนที่ได้จากการเล่นของเกมเหล่านี้ มันไม่ธรรมดาเลย
บทความนี้จะพาผู้อ่านมาสำรวจแรงดึงดูดของเกม Multiplayer ที่แม้มันจะพาให้เราเครียดมาก แต่มันก็ทำให้เราวางมือจากคีย์บอร์ดและเมาส์ไม่ลงเช่นกัน
การเอาชนะผู้อื่นคือรสชาติที่หอมหวานเสมอ

ในชีวิตจริง เราอาจได้ยินคำพูดที่ว่า การไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครนั้นดีที่สุด แต่มันอาจทำให้เราขาดแรงกระตุ้นบางอย่าง เพราะลึก ๆ ในใจแล้ว เราก็หลีกเลี่ยงสิ่งนี้ไม่พ้น ยิ่งกับสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในโลกวิดีโอเกม เมื่อคุณกด Tab ดู Scoreboard คุณก็เห็นได้ชัดเจนถึงตัวเลขสถิติต่าง ๆ (แม้ว่ามันอาจจะตัดสินทั้งหมดไม่ได้ และมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยว)
ถึง Multiplayer จะมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกเล่น แต่ Competitive ดูจะได้รับความนิยมสูงมากเป็นพิเศษ จากการที่มีเกมแนวนี้เปิดมาให้เล่นกันมากมาย และส่วนใหญ่ยังเป็นเกมฟรี
นั่นเพราะการแข่งขันมันดุเดือด ชัยชนะมันหอมหวาน และกว่าจะคว้าชัยชนะนั้นมาได้ มันน่าตื่นเต้น
คุณเป็นผู้เล่นที่เหลือรอดคนสุดท้ายของทีม ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู 2-3 คนขึ้นไป แต่คุณก็นิ่งพอจนพลิกสถานการณ์และคว้าชัยชนะมาได้
ตัวละครของคุณมีความสามารถสุดแกร่ง เมื่อผสานกับการเล็งอย่างแม่นยำ ก็จัดการฝ่ายตรงข้ามได้อย่างราบคาบ และพาให้ทีมไปสู่ชัยชนะ
คุณเป็นฮีโร่สาย Support ใช้สกิลช่วยเหลือเพื่อนได้ทั้งทีม หรือสนับสนุนทีมจนจัดการฝั่งตรงข้ามได้

หรือกลับกัน สถานการณ์ด้านบนตรงข้ามเกิดขึ้นทั้งหมด แต่คุณก็ยังแพ้ แต่มีความสุข เพราะรู้สึกว่าเกมนั้นมันสมน้ำสมเนื้อ และสนุกจนไม่ได้สนแพ้ชนะ ถึงแม้มันอาจจะมีไม่มากนักก็ตาม
สิ่งเหล่านี้คือความสนุก และรสชาติอีกแบบหนึ่งที่เกม Single Player มอบให้ไม่ได้ แน่นอน เราไม่ได้บอกว่ามันดีกว่าหรือไม่ดีกว่า เพราะรูปแบบเกมแต่ละแบบ มีความสนุก มีจุดพีค จุดตื่นเต้นที่ต่างกัน
เกมหมาขับเน้นให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

หาก Single Player มีเนื้อเรื่องที่ประณีต ระบบเกมการเล่นที่ชวนติดพัน บอสสุด Epic อลังการจนน่าจดจำ ฝั่ง Multiplayer ก็มีอารมณ์ความรู้สึกตอนประสานงานกับทีม ต่อคอมโบให้กัน จังหวะใช้อัลติเมทสวย ๆ หรือลากหัวคม ๆ จนเอาชนะมาได้เป็นแรงกระตุ้นให้เรารู้สึกสนุกไปกับเกม
นอกจากนั้น เกมแนว Multiplayer หรือ Competitive Shooter ยังสอนให้เรารู้จักความยืดหยุ่น และการปรับตัว เพราะไม่มีอะไรแน่นอนในเกมเหล่านี้ เมื่อผู้เล่นยึดติดกับอาวุธ หรือตัวละครใดมากเกินไป สักวัน สิ่งที่เรียกว่าการ เนิร์ฟ-บัฟ หรือที่เราเรียกกันว่าปรับสมดุล จะเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเกมที่เปิดมานาน โอกาสที่ทุกฤดูกาล รูปแบบเกมการเล่นจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือยิ่งมีให้เห็นบ่อย เพราะผู้พัฒนาต้องสรรหาทุกวิถีทาง ดึงผู้เล่นไว้ที่เกมของตัวเองให้ได้
แต่สิ่งที่ส่งผลตามมาก็คือ มันทำให้เรารู้สึกสดใหม่ อยากลองของใหม่ อยากลองเมต้า หรือ Comp ใหม่ ๆ ในการเล่น ทำให้ทุกครั้งที่เกม Multiplayer และ Competitive Shooter มีการอัปเดตใหม่ที ผู้เล่นก็จะวกกลับมาเล่นเสมอ เพราะมันเป็นธรรมชาติของการอยากลองอะไรใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกมเหล่านี้ มักเป็นเกมเล่นฟรีในปัจจุบัน

และมันกลายเป็นคอมโบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่ชอบเกมแนวนี้แบบเข้าเส้น จิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน ผสมเข้ากับการทดลองอะไรใหม่ ๆ และการปรับตัว ยืดหยุ่นสไตล์การเล่นของตัวเองให้สอดคล้องกับแพทช์นั้น ๆ ของเกมที่ตัวเองเล่น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ชื่นชอบการเล่นเกม Competitive เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมดัง ๆ ที่เข้าเกมไป กดหาห้อง ตู้ม เจอเลย แล้วก็เดินหน้าซัดกับผู้เล่นด้วยกันเอง มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องรอนาน ไม่ถูกขัดจังหวะ และตื่นเต้นอยู่เสมอ
การพักเบรคจากโหมดตึงก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน

แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าอีกด้านของเกมแนวนี้มันคือความ Toxic ไม่ว่าจะเป็น Text Chat หรือ Voice Chat หรือด้านของอารมณ์รุนแรงและความหัวร้อนในเวลาที่ทั้งตัวเอง ทีม และสถานการณ์ไม่เป็นดั่งใจ หรือแม้กระทั่งจากความผิดพลาดของตัวเราเอง เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน มีด้านดีก็ต้องมีด้านที่แย่ แต่มันจะเป็นด้านแย่ที่เราควบคุมได้
การแข่งขันจะเกิดขึ้นตลอดในเกมแนวนี้ ไม่เว้นแม้แต่การแข่งขันกับเพื่อนร่วมทีมด้วยกันเอง ลองนึกภาพว่า ในเกม Shooter ทั่วไป การมีคะแนนอยู่บนหัวตารางก็เพียงพอจะแคปหน้าจอไปอวดเพื่อน หรือข่มศัตรูได้แล้ว หรือจะเป็นการตบตีกันเองจนทีมไม่เป็นอันเล่น ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์ในด้านที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนักของเกมแนวนี้
และในปัจจุบัน หลากหลายเกม มีการบอกประวัติและสถิติภาพรวมของทุกโหมด ทุกฤดูกาลการเล่น คนที่ชื่นชอบการแข่งขันยิ่งพยายามไต่เต้า หรือพัฒนาฝีมือตัวเองตลอดเวลา เพื่อให้ติดอันดับคะแนน หรือได้สถิติตัวเลขสวย ๆ มาเชยชม

อย่างไรก็ตาม วงจรของเกมแนวนี้ก็มีบ้างที่มันจะต้องเหยียบเบรค และพักผ่อน ลองนึกสภาพว่าคุณลงสนามวิ่งแข่งทุกวัน มันก็เหนื่อย ร่างกายก็ต้องพัก เกมพวกนี้บางเกมเองก็หยุดเล่นไม่ได้ Muscle Memory หาย หรือแพทช์ใหม่มาที ปรับตัวกันแทบไม่ทัน จึงมีไม่น้อยเลยที่เลิกเล่นไปกลางทาง หรือไม่เหยียบเข้ามาเล่นเลยแต่แรก ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด
หลากหลายองค์ประกอบและปัจจัยรวมกัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ใครหลายคน ชื่นชอบเกม Multiplayer หรือ Competitive มาก มันคืออีกจุดของความสนุกที่ Single Player ให้ไม่ได้ การแข่งขัน การเรียนรู้และปรับตัว จังหวะการชิงไหวชิงพริบเพื่อคว้าชัยชนะ สำหรับเกมเมอร์ที่มีจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน ชอบความท้าทาย และการปรับตัวตลอดเวลา และที่สำคัญคือ เข้าเกมไป กดหาห้องเล่นได้เลย นี่แหละคือความสนุกของมัน
แต่ก็อย่าลืมควบคุมอารมณ์ตัวเองตอนเล่นด้วย







