สารบัญ / Contents
ผลงานเกมอินดี้จากทีมงาน D-CELL GAMES นำเสนอเนื้อหาเกมแนว Rhythm (เกมกดตามจังหวะเพลง) ผ่านเรื่องราวที่เข้มข้นและการนำเสนอที่จัดจ้าน แต่ก็มาพร้อมปัญหาใหญ่หลายอย่างที่ไม่อาจมองข้ามจนทำให้มันไปไม่ถึงเกมระดับยอดเยี่ยมอย่างน่าเสียดาย
Unbeatable เป็นหนึ่งในเกมอินดี้ที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้ นี่เป็นผลงานเกมที่หลายคนจับตาและเฝ้าคอยอยากสัมผัสหลัง ด้วยงานภาพที่อัดแน่นไปด้วยพลังแบบอนิเมะยุคคลาสสิก เพลงประกอบระดับเทพ และเกมเพลย์ที่สนุกเร้าใจ เรียกได้ว่าหลายคนที่ลองเดโมไปแล้วต่างเฝ้าคอยเกมเต็มกันมาตลอด
แต่ความยอดเยี่ยมทางเสียงและภาพทั้งหมด กลับต้องเผชิญแรงฉุด จากการเล่าเรื่องที่ขาดทิศทาง การเขียนบทสนทนาที่ไม่สอดคล้องกับโทนของเกม และจังหวะการเล่าเรื่องที่เฉื่อยจนสะดุดอย่างน่าเสียดาย

STORY การเล่าเรื่องที่กลายเป็นจุดอ่อนที่ขยายปัญหาไปตลอดทั้งเกม
ผู้เล่นรับบทเป็น Beat หญิงสาวซึ่งค้นพบว่าตนเองติดอยู่ในโลกที่ “ดนตรี” กลายเป็นของผิดกฎหมาย ดังนั้นการผจญภัยเพื่อเปลี่ยนโลกของเหล่าคนรักเสียงดนตรีก็เลยเริ่มต้นขึ้น ตัวเกมนั้นนำเสนอในสไตล์อนิเมะยุคปี 2000
อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องที่ควรจะเป็นจุดเด่น กลับเปิดตัวได้เชื่องช้าแตกต่างจาก “โทน” ของเกมจนน่าแปลกใจ บทนำและช่วงแรกของเกมนั้น ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวเกมใช้เวลาเยอะมากในการแนะนำตัวละครและปูพื้นจักรวาลในเกม
แทนที่จะพาผู้เล่นกระโจนเข้าสู่บทเพลงและการนำเสนอแบบความเร็วสูง (ซึ่งเป็นส่วนที่ตัวเกมทำได้ดีมาก ๆ ๆ) ตัวเกมกลับเลือกวิธีการนำเสนอที่ชวนให้รู้สึก “ง่วง” แทนที่จะปล่อยให้เราได้มันกับเสียงดนตรี
เกมปล่อยให้ผู้เล่นเดินสำรวจพื้นที่แคบ ๆ พูดคุยกับตัวละครอื่นและสำรวจฉาก แต่ปรากฏว่ายิ่งทำให้จังหวะเกมหยุดชะงัก การพูดคุยเหล่านี้ไม่ได้นำเสนอข้อมูลใหม่ ไม่สานสัมพันธ์หรือเปิดเผยแรงผลักดันของตัวละคร กลายเป็นว่าทุกครั้งที่เราอยากให้เนื้อหาขยับไปข้างหน้า เราก็ต้องมาสะดุดกับการเดินไปเดินมาสำรวจฉากที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ

ขณะเดียวกันบทสนทนาโดยรวมถูกเขียนขึ้นมาแบบ “แปลก ๆ” ตัวละครและบทพูดทุกอย่างดูเด็กไปหมด เนื้อหาด้านบทพูดเหมือนจะถูกยัดมาตามใจทีมงานจนสูญเสียความแหลมคม
ด้านเสียงพากย์ก็มีส่วนที่แย่เช่นกัน ตัวละครบางตัวมีการพากย์ที่ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่ผ่านมาตรฐาน ยิ่งกลายเป็นการขับเน้นให้เห็นว่าบทถูกออกแบบมาไม่แข็งแรง แถมบทตัวละครบางรายก็น่ารำคาญเกินเหตุ มีบางตัวละครที่ไร้มิติโดยสิ้นเชิงจนน่าเสียดาย
อย่างไรก็ตามตัวเกมก็ดึขี้นอย่างรวดเร็วเมื่อเราสามารถผ่านบทนำในฉากเรือนจำไปได้ แต่ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นหลายคนถอดใจยอมเลิกเล่นเกมนี้ไปกลางคัน
ซึ่งน่าเสียดายมาก ๆ เพราะพอมองข้ามบทสนทนาของตัวละครและตัวเกมเริ่มเครื่องติดเข้าสู่เนื้อหา “ของจริง” การผจญภัยความยาว 7 ชั่วโมงนี้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน และเราสัมผัสได้เลยว่ามันเป็นเรื่องราวที่ออกมาจาก “จิตวิญญาณ” ของทีมพัฒนาอย่างแท้จริง
ถ้าคุณเป็นคนรักในเสียงเพลง และเชื่อมั่นว่ามันสามารถเป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คุณจะหลงรักเกมนี้ได้ไม่ยากแม้มันจะอัดแน่นด้วยข้อเสียทั้งหลายที่ผมเล่ามา

Gameplay เกมดนตรีแสนสนุกสุดมัน
แม้การนำเสนอและเนื้อหาจะกลมกล่อมเท่าไหร่ แต่ในด้านเกมการเล่น Unbeatable กลับเฉิดฉายบนเวทีอย่างเต็มที่และสวยงาม
ระบบการเล่น กดปุ่มตามจังหวะ มีการควบคุมและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม (ปรับจูนได้ตามใจผู้เล่น) จังหวะเพลงและเอฟเฟกต์ภาพสร้างความเร้าใจแบบเร่งอะดรีนาลีน ทั้งในโหมดเล่นเพลงปกติและฉาก QTE ที่ผสมไปกับการเล่าเรื่อง ซึ่งออกแบบมาอย่างสวยงาม เพลงแต่ละเพลงสื่ออารมณ์ได้ลึกและหลากหลาย
โหมด Arcade ก็เล่นได้สนุกและเหมาะสำหรับผู้เล่นที่ชอบความท้าทาย แม้ว่าบางเพลงบนความยากระดับ Unbeatable+ จะมีการวางโน้ตที่ชวนให้หงุดหงิดอยู่บ้างก็ตาม โดยรวมแล้ว Unbeatable มีทุกอย่างที่เกม Rhythm ที่ยอดเยี่ยมควรจะมี (ยกเว้นการที่กด Pause ระหว่างเล่นไม่ได้)
สำหรับบางคน แค่สนุกไปกับโหมด Arcade ก็อาจจะคุ้มค่าราคาเกมแล้ว

Presentation สุดขีดงานภาพและดนตรี
หัวใจสำคัญที่สุดของ Unbeatable คือ “บทเพลง” เพลงทุกเพลงในเกมนั้นยอดเยี่ยมมาก ๆ
เชื่อว่าหลายคนสนใจเกมนี้ก็เพราะได้ยินเพลงหรือเห็น Trailer แล้วสะดุดกับเสียงดนตรีประกอบ ข่าวดีก็คือเพลงจริง ๆ ในเกมนั้นยอดเยี่ยมตามที่เราคาดหวังกันไว้ เรียกได้ว่าต่อให้เล่นจบไปแล้วผมก็ยังอยากเปิดฟังเป็นระยะ ๆ
เป็นซาวด์แทร็กที่ฟังแยกก็ยอดเยี่ยม เล่นในเกมก็ยิ่งทรงพลัง เป็นบทเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์มนุษย์ครบทุกสเกล
สำหรับงานภาพก็ต้องชื่นชมทีมงานเช่นกัน ส่วนของแอนิเมชันลื่นไหล สไตล์อนิเมะโดดเด่นสะกดสายตาทุกการนำเสนอ อย่างไรก็ตามตัวเกมมีปัญหาในเรื่องการตัดฉากแปลก ๆ อธิบายให้เห็นภาพคือเหตุการณ์จะสลับไปสลับมาแบบกระทันหันมาก ๆ จนชวนให้ผู้เล่นสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น วนกลับไปเป็นหนึ่งในปัญหาด้านการเล่าเรื่องอีกครั้ง
อีกจุดที่มีปัญหามาก ๆ ก็คือ “บัค” ตัวเกมอุดมไปด้วยบัคและมีปัญหาในเรื่องแปลก ๆ อยู่เต็มไปหมดทั้งเกม มีฉากที่บทสนทนาขึ้นผิดจังหวะ มีบัคที่ทำให้ตัวละครติด มีบัคทำให้ตัวละครเคลื่อนที่ผิดปกติ มีบัคที่ตัวเกมเหมือนยังโหลดไม่เสร็จแต่เสียงดนตรีและตัวโน๊ตวิ่งมาก่อนแล้ว
แม้ปัญหาเหล่านี้จะไม่ได้ถึงกับทำให้เกมเล่นไม่ได้ แต่มันก็ลดทอนคุณภาพและประสบการณ์การเล่นโดยรวมลงแบบชัดเจน

สรุป ยอดเยี่ยมแต่ก็เต็มไปด้วยปัญหาอย่างปฎิเสธไม่ได้
Unbeatable เป็นเกมที่ “เกือบ” ยิ่งใหญ่ เป็นผลงานที่เกือบไปถึงระดับ “ต้องเล่น” หากงานเล่าเรื่องมีความคมและรัดกุมมากขึ้น ทีมงานให้เวลากับตัวเกมมากกว่านี้แก้ไขบัคทั้งหมด หรือเก็บข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทาง
หากผ่านการแก้ไข มันอาจกลายเป็นเกมอินดี้ระดับตำนาน (และเราก็ขอแนะนำให้หลาย ๆ คนรอเล่นเกมนี้ทีหลัง) แต่ถึงจะมีข้อบกพร่องชัดเจนในด้านบท แต่สิ่งที่เกมทำได้ดีนั้นดีจนแทบล้น ทั้งภาพ ดนตรี และเกมการเล่นที่สนุก รวมกันเป็นผลงานที่ “น่าสนใจ” ชวนให้เอาใจช่วย
Unbeatable เป็นผลงานที่เปี่ยมด้วยใจอย่างแท้จริง เราสัมผัสได้ว่าทีมงานมีทิศทางและสิ่งที่อยากจะเล่าอย่างชัดเจน พวกเขามีรากฐานที่ยอดเยี่ยม แต่ขาดการขัดเกลาในหลายจุด
อย่างไรก็ตามถ้าคุณรักในเสียงเพลง นี่ก็เป็นผลงานเกมอินดี้ที่เราแนะนำให้คุณหามาลองเล่นอาจจะไม่ใช่ตอนนี้แต่ก็ควรค่าลองสัมผัสดูสักครั้งในอนาคต













