GamingDose

Support

BY Kawikon Kangkavakin

รีวิว: Mafia: The Old Country

mafia old
Views
ติดตามบน Google News
สารบัญ / Contents

มาถึงวันนี้ Mafia: The Old Country ก็ได้คลอดออกมาในฐานะเกมภาคใหม่แกะกล่องของแฟรนไชส์ Mafia ครั้งแรกในรอบ 9 ปี แต่การกลับมาในครั้งนี้จะยอดเยี่ยมสมการรอคอยรึเปล่า ติดตามหาคำตอบกันได้ในรีวิวนี้เลย

Story – จากอุโมงถ้ำแห่งความบัดสี สู่ใต้ชายคาเรืองอำนาจของมาเฟีย

เนื้อเรื่องของ Mafia: The Old Country จะว่าด้วยเรื่องราวของ Enzo Favara แรงงานหนุ่มผู้อาภัพที่ใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นควันและแก๊สพิษในเหมืองกำมะถัน

โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องเผชิญชีวิตที่ทนทุกข์แบบนี้ก็เพราะว่าพ่อแท้ ๆ ได้ขายเขาให้กับทางเหมืองเพื่อทำงานใช้หนี้แทนตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบ

หลังจากที่ Enzo ต้องใช้ชีวิตเป็นแรงงานมายาวนานกว่า 10 ปี เขาก็ได้ตัดสินใจวางแผนหนีออกมาจากเหมืองเพื่อหวังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดล่วงหน้าว่ามันคือที่ไหน แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ใด มันต้องดีกว่าเหมืองเฮงซวยที่เขากำลังอยู่ตอนนี้เป็นแน่

ในวันที่ Enzo หลบหนีออกมาจากเหมืองและถูกเจ้าหน้าที่ประจำเหมืองตามล่าจนเจอตัว เขาก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างเฉียดฉิวจากคนกลุ่มหนึ่งโดยบังเอิญ ซึ่งกลุ่มคนที่ว่านั้นก็คือแก๊งมาเฟียตระกูล Torrisi แห่ง Valle Dorata ที่นำทัพมาโดยบอสประจำตระกูลอย่าง Don Torrisi ตัวเป็น ๆ

และนี่เองคือจุดพลิกผันสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของชายที่ชื่อ Enzo Favara ไปตลอดกาล

MV5BMzcwYjQzM2EtZmY5My00MmE3LWI0YzctZGNjMTBjOTdkZmYzXkEyXkFqcGdeQVRoaXJkUGFydHlJbmdlc3Rpb25Xb3JrZmxvdw@@. V1

เนื้อหาของ Mafia ทุกภาคที่ผ่านมาจะมีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนกันอย่างนึงก็คือ ตัวละครเอกในแต่ละภาคจะไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในวงโคจรของกลุ่มคนนอกกฎหมายมาตั้งแต่แรก แต่พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญทั่วไปที่ถูกบีบให้เข้าไปอยู่ในวงการสีเทา ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความบังเอิญเองก็ตาม

เรื่องราวในภาคนี้ก็ยังคงรักษาแก่นนี้เอาไว้ ตัวละคร Enzo คือคนชายชอบที่มีสถานะทางสังคมแทบจะต่ำที่สุดในสังคมอิตาลีขณะนั้น ชีวิตของเขาไม่มีอะไรนอกจากการตื่นมาทำงานและถูกกดขี่จากหัวหน้าแรงงานเหมืองจากเบื้องบน ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะคิดถึงเป้าหมายในอนาคตข้างหน้าของตัวเอง

การหนีหัวซุกหัวซุนออกมาแล้วได้มาเจอกับกลุ่มมาเฟีย ที่เป็นผู้เรืองอำนาจในสังคมอิตาลี จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางรอดเดียวของเขา แต่มันคือโอกาสครั้งใหญ่ที่เขาจะได้ไต่ระดับทางสังคมแล้วมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยิ่งยวด

ที่สำคัญคือตระกูลมาเฟียมันเป็นสภาพแวดล้อมเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่คือบ้าน” เพราะตัว Enzo รู้ดีว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดมันไม่ได้มีความหมายสลักสำคัญอะไรเนื่องจากตัวเขาโดนพ่อแท้ ๆ ของตัวเองขายทิ้งจนต้องมีคุณภาพชีวิตที่เลวร้ายเป็นตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา

ความแน่นแฟ้นของคนต่างสายเลือดในกลุ่มมาเฟียที่มีความเป็น “ครอบครัว” จริง ๆ จึงทำให้เขารู้สึกว่าตนมีที่ทางของตัวเองแล้ว ตระกูล Torrisi ก็เลยมีความหมายสำหรับเขามาก และเขายอมเสียเลือดเนื้อและทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวนี้

IMG 1352

ชีวิตของ Enzo ที่มีแต่เรื่องปวดหัวเข้ามาไม่หยุดหย่อน

ความสนุกอย่างหนึ่งของเนื้อเรื่องในเกมนี้ก็คือ การเห็นตัวละคร Enzo ต้องคอยรับมือกับชีวิตที่มีปัญหาถาโถมเข้าใส่ตลอด

ในจังหวะที่ทุกอย่างดูเริ่มจะลงตัวและสงบสุข มันก็มักจะมีตัวแปรหรือเหตุการณ์บางถูกโยนเข้ามา จนสร้างความปวดหัวและปวดตับให้กับตัวละครนี้อยู่เรื่อย ทั้งเรื่องปัญหาระหว่างแก๊ง การมาถึงของตำรวจในแดนที่เคยไร้กฎหมาย ความตะเกียกตะกายในการไต่เต้าเพื่อเป็นที่ยอมรับในตระกูล ไหนจะเรื่องความรักอีก

พักหายใจได้ครู่เดียวก็จะมีเรื่องใหม่โยนเข้ามาไม่พัก ซึ่งอะไรแบบนี้มันทำให้เราเอนจอยไปกับเรื่องราวในเกมตั้งแต่ต้นจนจบเลย

ตัวละครที่เป็นเพื่อนซี้เราอย่าง Cesare ก็สร้างสีสันให้กับผู้เล่นได้ดีไม่ใช่น้อย

ถ้า Enzo คือนักวางแผนที่พูดน้อยใจเย็น Cesare ก็คือขั้วตรงข้ามเลย ทั้งปากไว อารมณ์ร้อน ติดตลก ที่สำคัญคือใช้หมัดและกระสุนปืนนำหน้าสมองอยู่เสมอ

ทุกครั้งที่สองตัวละครนี้อยู่ด้วยกัน มันจึงเป็นเคมีที่เข้าขากันอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้สองคนนี้จะต่างกันแบบสุดขั้ว แถมยังกัดกันอยู่ตลอด แต่พวกเขาเป็นเพื่อนที่รักกันจริงๆ บรรยากาศเวลาที่สองคนนี้เข้าฉากด้วยกันจึงมีเสน่ห์และบันเทิงเริงรมย์มาก

IMG 1357

การแสดงอันตราตรึงและการกำกับคัตซีนที่ยอดเยี่ยมแห่งปี

หนึ่งในสิ่งที่ต้องชื่นชมอย่างถึงที่สุดใน Mafia: The Old Country ก็คือการแสดงอันยอดเยี่ยมของทีมนักแสดงที่ทำให้ตัวละครในเกมนี้ดูมีชีวิตมาก ท่าทาง สีหน้า และการใช้น้ำเสียงมันบ่งบอกคาแร็คเตอร์ อารมณ์ และความรู้สึกของตัวละครในช่วงขนะนั้นได้เป็นอย่างดี

สัมผัสได้เลยว่า “นักแสดงทุกคน” ทุ่มเทแรงกายแรงใจและความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่จริง ๆ กับโปรเจกต์นี้

โดยเฉพาะ Johnny Santiago ที่รับบทเป็น Don Torrisi กับ Carina Conti ที่รับบทเป็น Isabella นี่คือสุดยอดมาก มีหลายฉากสำคัญในเรื่องเลยที่สองคนนี้ระเบิดพลังการแสดงจนทำเราขนลุก

IMG 1360

ถ้าคุณชอบเสพสุนทรียภาพทางภาพยนตร์ คุณจะหลงรักเกมนี้

นอกจากนี้ การกำกับคัตซีนก็เป็นองค์ประกอบที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก คัตซีนทุกฉากจะมีความเป็นภาพยนตร์สูง ทั้งเรื่องการวางเฟรมกล้อง แสงเงา การจัดองค์ประกอบภาพ มุมมองในการถ่าย และการเคลื่อนที่ของกล้อง มีการใช้ศาสตร์และศิลป์ในการถ่ายทำที่จัดเต็มมาก

แทบทุก 1 ชั่วโมงเราจะได้เจอกับคัตซีนที่ตราตรึงและน่าจดจำอยู่ตลอด

ถ้าคุณชอบเสพสุนทรียภาพทางภาพยนตร์ คุณจะหลงรักเกมนี้ได้ง่ายมาก มันดีในระดับที่เราอยากจะเปิดหลายฉากย้อนดูซ้ำๆ หลังเล่นจบเลย ยกให้เป็นวิดีโอเกมที่กำกับคัตซีนได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ประจำปี 2025 ไม่แพ้ Clair Obscur: Expedition 33

การข้ามเวลา (Timeskip) ในช่วงแรกคือแผลที่ทำให้เราไม่รู้สึกผูกพันกับความสัมพันธ์ตัวละครเท่าที่ควร

ช่วง 40% แรกของเกมจะอาศัยการเล่าเรื่องแบบข้ามเวลาอยู่หลายครั้งมาก ซึ่งการข้ามเวลาในแต่ละทีก็จะกินเวลาในหลักปีเลย

ในจังหวะที่ตัวละครต่าง ๆ เริ่มจะมีความคุ้นเคยหรือรู้จักกันในประมาณหนึ่ง ตัวเกมก็เลือกจะข้ามเวลาพาเราไปอยู่ในช่วงที่ตัวละครเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันแล้ว

ตัวอย่างเช่น ในตอนต้นเกมจะมีตัวละครสองตัวที่ตอนแรกไม่ถูกชะตากันเลย แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่นำพาให้สองคนนี้ต้องร่วมด้วยช่วยกัน จนต่างฝ่ายต่างเริ่มยอมรับในกันและกันได้บ้าง

แต่แทนที่ตัวเกมจะให้เราได้เห็นการสานสัมพันธ์ของสองตัวละครนี้ไปอีกสักระยะนึง เกมมันกลับพาเราข้ามไปช่วงหลายปีข้างหน้าตอนที่ทั้งสองคนสนิทกันแล้ว

IMG 1289

พอความสัมพันธ์ระหว่างทางมันถูกเล่านอกจอ มันทำให้พัฒนาการความสัมพันธ์ของตัวละครลดหายไปเยอะมาก ที่จริงแล้วจุดนี้จะไม่ได้มีปัญหาถ้ามันมีพาร์ทการเล่าเรื่องที่ทำให้เราได้เห็นการสานสัมพันธ์มากกว่านี้ แต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้า เกมมันเลือกที่จะ Time skip ในจังหวะที่ตัวละคร “เพิ่งจะคุ้นเคย” กัน

สุดท้ายเราจึงไม่ได้อินไปกับพัฒนาการระหว่างตัวละครสักเท่าไหร่ ซึ่งมันมีผลกระทบต่ออารมณ์ร่วมที่ลดน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของเกมอยู่พอสมควร

หลายอย่างคือประเด็นจากภาคแรกที่ถูกนำมาเล่าซ้ำใหม่

ถึงแม้เกมนี้จะมีการโยนปัญหามาให้กับตัวละครหลักอยู่ตลอดจนทำให้คนเล่นอยากจะติดตามเรื่องราวตรงหน้าเรื่อย ๆ ว่า Enzo และตระกูล Torrisi จะแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ยังไง

แต่หลายประเด็นที่เกมนี้พาเราไปสำรวจ มันแทบจะประเด็นเดียวที่เคยเล่ามาแล้วในเกมภาคเก่า

ถ้าคุณเคยเล่นเกมภาคแรกมาก่อน คุณจะเห็นได้ชัดเลยว่า ปัญหาหลักที่ตัวละครเจอ กับประเด็นที่เกมนำเสนอ มันมีอันไหนบ้างที่เป็นภาพซ้อนทับกับภาคเก่าพอดิบพอดี เพียงแค่มันเปลี่ยนบริบทกับกลุ่มตัวละครใหม่เท่านั้น

พูดง่าย ๆ คือในส่วนของการนำเสนอเนื้อหา มันแทบไม่ได้มีการหยิบประเด็นใหม่เฉพาะทางของตัวเองขึ้นมาเล่าเลย สำหรับคนที่คาดหวังเรื่องราวที่สดใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ประจำภาคนี้ นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอยู่พอสมควร

เพราะถึงแม้ Mafia ทุกภาคมันจะพูดถึงเรื่องชีวิตของคนที่ต้องโคจรอยู่ในวงการสีเทาเหมือนกัน แต่ทุกภาคที่ผ่านมามันก็มีประเด็นเฉพาะทางที่เป็นธีมหลักประจำภาคนั้น ๆ อยู่เสมอ

เนื้อเรื่องโดยรวมของ Mafia: The Old Country จึงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่มันขาดเอกลักษณ์ที่น่าจดจำประจำภาคไป

Graphic & Art – แคว้น Sicily ที่ถูกรังสรรค์มาอย่างงามวิจิตร

LargeChurch16x9

ว่าที่เกมภาพสวยเบอร์ต้นของปีนี้ยังไงก็คงต้องมีชื่อ Mafia: The Old Country อยู่ในลิสต์นั้น

ทั้งแสงเงาและสภาพแวดล้อมธรรมชาติโดยรอบ มันถูกเนรมิตรออกมาได้น่าประทับใจมาก เราจะสัมผัสได้ถึงความกว้างใหญ่ไพศาลและความหินสวยน้ำใสของแคว้น Sicily ในประเทศอิตาลีได้เลย

แผนที่ของเกมนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่โตพอสมควรในฐานะเกมเส้นตรง ซึ่งความใหญ่ที่ว่าก็ไม่ได้มีดีแค่ขนาดอย่างเดียว แต่มันยังเต็มไปด้วยรายละเอียดที่วิจิตรบรรจงมาก

แต่ละท้องที่จะมีสภาพบ้านเมืองและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เราจะไม่รู้สึกเลยว่าบ้านช่องกับท้องทุ่งที่เราขี่ม้าหรือขับรถผ่านมันมีหน้าตาที่ซ้ำกัน

ผู้เล่นอย่างเราจึงถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกในเกมได้ง่ายมาก ถือว่าสร้างความ Immersive ผ่านกราฟิกได้ยอดเยี่ยมเลย

ในส่วนของ “รายละเอียด” ก็เป็นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำมากเพราะมันละเอียดจริง สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ มันมีดีเทลที่ซับซ้อนมากทั้งภายนอกและภายในอาคาร ยิ่งในบริเวณเมืองใหญ่ที่มีความหลากหลายทางงานสถาปัตยกรรมค่อนข้างสูงจะยิ่งเห็นได้ชัดมาก

หลายคนอาจจะสงสัยว่ารายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างมันจะทำออกมาดีแค่ในพื้นที่ที่ผู้เล่นต้องเข้าไปทำภารกิจรึเปล่า แต่จริง ๆ แล้ว กระทั่งสถานที่ที่เป็นเพียงทางผ่านระหว่างการเดินทางมันก็ทำออกมาได้ละเอียดไม่ต่างกันเลย ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ว้าวมากเพราะมันแสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาเขาใส่ใจในรายละเอียดจริง ๆ ขนาดสถานที่ที่ผู้เล่นอาจจะไม่ได้ลงไปเดินดูเลย เขาก็ยังทำออกมาได้สวยงามมาก

อีกทั้งทุกสถานที่ในเกมก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ผู้คนตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะมีการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเอง เสียงพูดคุยของผู้คนและเสียงธรรมชาติรอบตัวที่ดังขึ้นอยู่เป็นพื้นหลังก็จะช่วยเสริมความมีชีวิตชีวาให้สูงขึ้นไปอีก

Gameplay – เกมการเล่นที่ขยับไปมาระหว่างความ Old School และการไม่พัฒนาสิ่งใหม่

Mafia The Old Country 1

รูปแบบเกมของ Mafia: The Old Country จะเป็นแบบเส้นตรง (Linear) ที่จะมีช่วงปล่อยให้เราได้ไปสำรวจโลกเป็นครั้งคราว ตามสูตรต้นตำรับที่เคยใช้มาในภาคหนึ่ง ภาคสอง และภาคหนึ่งรีเมค

ในช่วงที่เราได้ออกสำรวจโลกแบบอิสระก่อนเข้าภารกิจ ก็จะไม่ได้มีอะไรให้ทำมากไปกว่าการแวะซื้ออาวุธ ตามเก็บไอเทมของสะสม และชมวิวตามสถานที่ต่าง ๆ ในแมพ เป็นการหยิบโมเดลกึ่ง Open World มาใส่ในเกมเส้นตรงเพื่อช่วยให้เกมการเล่นมันดูไม่แบนราบจนเกินไป

ซึ่งการเลือกทำเกมเส้นตรงก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย มันเป็นรูปแบบของความ Old School อย่างหนึ่งที่ยังคงยอดเยี่ยมสำหรับการเล่าเรื่องและมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องแบบแทบไม่มีรอยต่อให้กับคนเล่น

แต่ปัญหาใหญ่ของเกมนี้ก็คือ เนื้อในของเกมเพลย์มัน “ธรรมดา” มาก

การต่อสู้ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีอะไรมากนอกจากการยิงปืนและลอบเร้น ที่แต่ละครั้งก็ไม่ค่อยมีความน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเลย ตลอดทั้งเกมแทบจะไม่มีช่วงการเล่น (sequence) ที่รู้สึกตราตรึงกับความยิ่งใหญ่หรือมีความแอคชั่นที่โลดโผนโจนทะยานจนทำให้เราตื่นเต้นไปกับการเล่น

ภาพรวมของเกมเพลย์มันจึงมีความธรรมด๊าธรรมดามาก อาจจะไม่ได้ถึงขั้นเลวร้าย แต่มันถือว่าจืดชืดเกินไปสำหรับเกม AAA ในปี 2025 อยู่พอสมควร แถมในส่วนของการลอบเร้นก็ทำออกมาได้แย่มาก ซึ่งจุดนี้จะหยิบมาสาธยายเพิ่มในหัวข้อถัดไป

Mafia The Old Country new feature 1

แน่นอนว่าเวลาที่พูดถึงเกม Mafia เราอาจจะไม่ได้สนใจที่เกมเพลย์ขนาดนั้นเพราะความคาดหวังหลักเรามักไปกองอยู่ที่เนื้อเรื่อง แต่มันจะดีกว่านี้ไหมถ้าเกมเพลย์ของ Mafia ในยุคปัจจุบันมันมีการพัฒนาให้มีความน่าสนใจและตื่นตาตื่นใจกว่านี้

เพราะในขณะที่แฟรนไชส์อายุ 20 ปีหลายเกมมันมีการพัฒนารูปแบบและความน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอด การย่ำอยู่กับที่ในแบบที่ Mafia เป็นอยู่ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก

การลอบเร้นที่ไร้ซึ่งความท้าทายใด ๆ

ในส่วนของการเล่นแบบ Stealth ผู้เล่นจะสามารถกดใช้ Vision มองทะลุสิ่งกีดขวางและเห็นศัตรูในระยะได้ ถ้าเราต้องการที่จะล่อศัตรูให้เดินไปที่จุดใดจุดหนึ่ง เราก็สามารถใช้เหรียญหรือเก็บสิ่งของตามฉากขว้างออกไปเพื่อหลอกล่อศัตรูได้ จากนั้นก็ค่อยอ้อมไปลอบฆ่าจากข้างหลัง

แต่การลอบฆ่าศัตรูในเกมนี้ก็จะไม่ใช่แค่กดปุ่มเดียวแล้วจบ แต่ผู้เล่นจะต้องทำการรัวปุ่มเพื่อรัดคอศัตรูให้แน่นิ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วย ส่วนการรัวปุ่มมันจะต้องเร็วแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความอึดของศัตรูตัวนั้น

ถ้าเป็นศัตรูธรรมดาก็จะใช้เวลาสั้น ส่วนศัตรูตัวบึกบึนก็จะใช้เวลานานขึ้น วิธีเดียวที่เราจะจัดการกับศัตรูได้ในทันทีก็คือการใช้มีด ซึ่งจะทำให้เสียค่าความทนทานของมีดไป 1 ขีด

นอกเหนือจากนี้ ภายในฉากต่างๆ ก็จะมีกล่องขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถแบกศพของศัตรูไปใส่เพื่ออำพรางศพได้ด้วย

IMG 1359

ปัญหาที่เป็นแผลใหญ่ที่สุดก็คือ เกมการเล่นแบบ Stealth มันออกแบบมาได้ราบเรียบจนหาความท้าทายไม่ได้เลย ตัวเกมมันมักจะวางตำแหน่งศัตรูในแบบที่ชี้นิ้วให้ผู้เล่นเห็นชัด ๆ เลยว่า เราควรจะจัดการกับศัตรูตัวไหนก่อนหลัง แล้วศัตรูส่วนใหญ่ในฉากก็จะยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นหลัก ส่วนศัตรูที่เดินมันก็จะแค่เคลื่อนที่ไปมาในระยะสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งจุดนี้มันทำให้เราเข้าไปจัดการกับศัตรูแต่ละตัวได้ง่ายดายมาก

แล้วความง่ายมันยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกเพราะศัตรูในเกมมันก็มีระยะการมองเห็นที่สั้นมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

มิหนำซ้ำพวกกล่องอำพรางศพก็มักจะวางอยู่ใกล้เคียงกับศัตรูส่วนใหญ่อีกต่างหาก ฆ่าปุ้ป แบกศพลงกล่องได้ทันที

ความสนุกของการเล่นเกม Stealth มันคือการที่เราต้องคอยกะจังหวะและชั่งน้ำหนักการตัดสินใจว่าจะเข้าไปจัดการกับศัตรูตัวไหนก่อนหลัง แต่การดีไซน์ระบบ Stealth ของเกมนี้มันทำให้เราแทบไม่ต้องใช้สมองในการคิดสิ่งเหล่านี้เลย สุดท้ายแล้วการลอบเร้นที่ควรจะท้าทาย มันเลยออกมาน่าเบื่อมาก

Combat ดวลมีด 1v1 ที่ดุเดือดและมีความ Cinematic สูง

IMG 1347 2

หนึ่งในสิ่งใหม่ที่เกมภาคนี้ใส่เพิ่มเข้ามาก็คือการดวลมีด 1 ต่อ 1 โดยสิ่งที่ผู้เล่นจะทำได้ในช่วงดวลมีดก็มีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งก็คือการฟันเบา ฟันแรง กลิ้งหลบ และสวนกลับการโจมตีของศัตรู

การต่อสู้ในช่วงนี้ก็จะอาศัยการกะจังหวะเข้าทำศัตรูและถอยออกเป็นสเต็ป พร้อมทั้งคอยมีสติกับการดูท่วงท่าการแกว่งอาวุธของศัตรูเพื่อรอกด Counter Attack ด้วย

ถ้าใครเคยเล่นเกม Hellblade: Senua’s Sacrifice ทั้งสองภาคมาก่อนก็จะเก็ตเกมเพลย์การดวลมีดใน Mafia: The Old Country ได้ทันทีเลย

ถึงแม้การดวลมีดมันจะไม่ได้มีความท้าทายอะไรมากเนื่องจากท่วงท่าการโจมตีของศัตรูแต่ละตัว มันมีความคล้ายคลึงกันอยู่พอสมควร แต่ระบบนี้ก็ช่วยเพิ่มความสดใหม่บางอย่างให้เกมเพลย์ของ Mafia มันดูมีอะไรมากขึ้นนอกเหนือจากการยิงกันและลอบเร้นกันอย่างเดียว ที่สำคัญก็คือการดวลมีดในเกมนี้มันออกแบบมาได้มีความเป็นภาพยนตร์สูงมาก

ในช่วงที่เราทำดาเมจกับศัตรูไปได้ระดับนึง เกมมันจะเข้าคัตซีนการพูดคุยโต้ตอบกันระหว่างเรากับศัตรู โดยที่มุมกล้องของคัตซีนก็จะต่อเนื่องมาจากเกมการเล่นแบบไม่มีรอยต่อเลย องค์รวมของการดวลมีดมันจึงออกมาเหมือนกับฉาก Long Take เท่ ๆ ในหนังที่ชวนให้ผู้เล่นอินกับการต่อสู้ตรงหน้ามาก

ระบบค่าความทนทานของมีด

มีดในเกมนี้จะมีค่าความทนทาน ซึ่งการใช้มีดลอบฆ่าศัตรูหรือแงะกล่องเงินในแต่ละครั้งจะต้องเสียค่าความทนทานไป 1 หลอด หากค่าความทนทานหมด เราจะไม่สามารถใช้มีดทำแอคชั่นทั้งสองอย่างนี้ได้เลย

วิธีเดียวที่จะทำให้มีดกลับมามีสภาพดีเหมือนใหม่ได้ จะต้องอาศัยไอเทม Whetstone หรือหินลับมีดเท่านั้น ซึ่งไอเทมนี้ก็จะมีมาให้เราอย่างน้อยหนึ่งอันทุกครั้งที่เราเริ่มภารกิจใหม่ แล้วเราก็สามารถหาเพิ่มได้จากการขโมยของที่ศพศัตรู แต่โอกาสดร็อปก็จะมีค่อนข้างน้อย

เพราะฉะนั้นอย่าไปคาดหวังอะไรมาก ก่อนจะใช้มีด ต้องคิดให้ดีก่อนเสมอ

นอกเหนือจากการลอบฆ่าศัตรูและแงะกล่องเงิน การใช้ความสามารถพิเศษของมีดแต่ละแบบก็จะเสียค่าความทนทาน 1 หลอดต่อครั้งเหมือนกัน โดยมีดที่มีความสามารถพิเศษก็จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน

  1. Scannaturi ที่ใช้ขว้างเพื่อลอบฆ่าศัตรูในระยะไกล
  2. Rasolu ที่เผด็จศึกศัตรูในช่วงคอมแบทได้

ส่วนมีดแบบสุดท้ายอย่าง Stiletto จะไม่ได้มีสกิลพิเศษอะไร แต่มีดประเภทนี้จะมีค่าความทนทานที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับสองแบบก่อนหน้า ผู้เล่นก็จะมีสิทธิ์เลือกเลยว่ามีดแบบไหน เหมาะกับสไตล์ของตัวเองมากที่สุด

การพัฒนาตัวละครที่หมดความหมายตั้งแต่ครึ่งแรกของเกม

วิธีที่ผู้เล่นสามารถพัฒนาระดับความสามารถของตัวละคร จะมีอยู่ทั้งหมด 2 วิธีด้วยกัน ก็คือการซื้ออาวุธปืนกับมีดที่มีคุณภาพดีขึ้น และ การตามเก็บหรือซื้อเครื่องรางที่ช่วยเพิ่มบัฟสถานะบางอย่างให้กับตัวละคร ซึ่งทั้งปืนและมีดก็จะไม่ได้มีส่วนประกอบย่อยที่อัพเกรดเพิ่มเติมได้เลย ซื้อเสร็จคือจบ

นั่นหมายความว่าถ้าคุณได้อาวุธที่ดีที่สุดในเกมมาแล้ว มันก็แทบจะไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องตามเก็บเงินจากศพหรือค้นหากล่องเงินในแต่ละด่านเพื่อหาตังมาใช้จ่ายเลย ถ้าคุณฟาร์มของดี ๆ และขยันสำรวจด่าน คุณจะสามารถปลดล็อคอาวุธที่ดีที่สุดได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งแรกของเกม

ส่วนเครื่องรางภายในเกมนี้ก็จะแบ่งออกเป็น เหรียญ (Medallion) 1 ช่อง และ ลูกปัด (Bead) ที่สามารถซื้ออัพเกรดเพิ่มได้สูงสุด 4 ช่อง โดยเครื่องรางจะมีอยู่ทั้งหมด 34 ชิ้นด้วยกัน

ซึ่งผู้เล่นจะสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าเพียง 6 ชิ้น ส่วนที่เหลือต้องไปสำรวจหาในฉากเอา สถานะที่ได้จากเครื่องรางก็จะมีหลากหลากหลายมาก เช่น เพิ่มความจุกระสุนของปืนบางชนิด เพิ่มความจุผ้าพันแผล เพิ่มความจุระเบิด เพิ่มความทนทานของมีด รีโหลดกระสุนได้ไวขึ้น ได้เงินจากศพมากขึ้น ย่องเบาได้เงียบขึ้น หรือลับมีดได้ไวขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เล่นเกมนี้ในโหมดยากสุด ศัตรูในเกมก็ไม่ได้มีความหลากหลายและยากในการต่อกรอะไรอยู่แล้ว ผู้เล่นก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาตัวละครให้เก่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เอาแค่เครื่องรางที่มีอยู่ในร้านค้าก็ถือว่าเพียงพอต่อการเล่นตั้งแต่ต้นจนจบเกมแบบสบายๆ แล้ว

IMG 1356

สุดท้ายแล้ว การที่ผู้เล่นสามารถได้อาวุธที่ดีที่สุดตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกของเกม แถมศัตรูในเกมก็ไม่ได้มีความท้าทายอะไรถึงขั้นต้องไปตามหาเครื่องรางที่ดีที่สุด แรงจูงใจในการสำรวจฉากเพื่อหาทรัพยากรจึงหมดลงอย่างรวดเร็วมาก

สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังอยากสำรวจฉากอย่างละเอียดอยู่จึงมีเพียงแค่ไฟล์เอกสารที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวในเกมมากขึ้นเท่านั้น

Performance – ลื่นไหล มีสะดุดระหว่างทางเพียงเล็กน้อย

CountryHorse16x9

ผมได้เล่นเกมนี้ผ่านเครื่อง PlayStation 5 โดยปรับความละเอียดภาพไว้ที่ Performance ซึ่งตัวเกมก็สามารถรักษาเฟรมเรตไว้ที่ 60 เฟรมนิ่ง ๆ อยู่ตลอดทั้งเกม

พร้อมทั้งยังแสดงผลภาพออกมาได้อย่างสวยงาม สามารถจัดสรรทรัพยากรของตัวเครื่องได้เต็มที่มาก ๆ จังหวะเฟรมร่วงจะมีอยู่แค่ตอนที่ผู้เล่นขับรถยนตร์เข้าไปในพื้นที่เมืองที่มีรายละเอียดเยอะเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ได้ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงอะไรกับประสบการณ์การเล่นเลย

ที่สำคัญคือตลอดการเล่นกว่า 14 ชั่วโมง ไม่เจอ Bug แม้แต่ครั้งเดียว ในส่วนประสิทธิภาพการรันของเกมนี้จึงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมาก มีสภาพสมบูรณ์พร้อมเล่นตั้งแต่แพทช์แรกเลย

Verdict – ไม่ได้ดีเด่นเท่าภาค 1 และ 2 แต่ยังคงคุ้มค่าที่จะเล่น

โดยสรุปแล้ว ถึงแม้ Mafia: The Old Country จะไม่ได้มีเนื้อหายอดเยี่ยมเทียบเท่ากับ Mafia ภาค 1 และ 2 อันเป็นตำนานของแฟรนไชส์ หลายประเด็นคือการเอาลูกเล่นเก่าจากภาคแรกมาเล่าใหม่ แต่ถึงกระนั้น การแสดงและการกำกับคัตซีนที่ยอดเยี่ยมก็ช่วยชูให้การเล่าเรื่องในเกมมันมีความพิเศษมาก

แม้เนื้อหาโดยรวมอาจจะไม่ได้สดใหม่ เกมนี้มันก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของเกม Mafia อย่างสุดปรอท แถมบรรยากาศของโลกก็ทำออกมาได้น่าทึ่งมาก

ถ้าคุณชอบ Mafia อยู่แล้ว คุณก็จะเอนจอยกับเกมนี้ได้ไม่ยาก ส่วนใครที่ไม่เคยเล่นเกมตระกูล Mafia มาก่อน การมาเริ่มเปิดศักราชด้วยภาค The Old Country ที่เป็นการย้อนไปสู่รากเหง้าแรกสุดของมาเฟีย ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย

Kawikon Kangkavakin

Kawikon Kangkavakin

กวีกร กังกเวคิน (กีวี่) – คนรักวรรณกรรมที่หลงใหลในโลกวิดีโอเกม ผู้จัดรายการ “วรรณเกม” และรับบทบาทเป็น Content Manager ประจำบ้าน GamingDose