สารบัญ / Contents
ทุกคนคงเคยมีความฝันที่จะอยากทิ้งเมืองหลวงและหน้าที่การงานอันเหนื่อยล้า ไปสู่บ้านนอกคอกนาชาวไร่เพื่อใช้ชีวิตแสนสงบสุข แต่ความจริงมันไม่ง่ายเช่นนั้น Discounty เป็นเกมที่จะนำเสนอชีวิตชนบท แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไม่มีความเจริญใด ๆ เพราะเราจะรับบทเจ้าของร้านชำคนใหม่ที่จะมาทำให้ชุมชนมีชีวิตชีวา เกมจำลองการเปิดร้านของชำเกมนี้มีอะไรน่าสนใจ มาดูรีวิวของเราได้กับ Discounty
Discounty ว่าด้วยเรื่องราวของเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Blomkest เมืองที่ไม่ถึงกับเป็นชนบทแต่ก็ไม่ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมากนัก เราในฐานะตัวเอกของเกม ได้รับการติดต่อจาก Tellar คุณป้าของเราให้กลับมาช่วยกิจการร้านขายของชำที่ชื่อว่า Discounty ให้กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง เพราะการจะทำให้เมืองกลับมาเจริญรุ่งเรือง ชาวเมืองก็ต้องอยู่ดีกินดีซะก่อน และร้านขายของชำคือทางออก เราจึงเดินทางมายัง Blomkest และรับหน้าที่ดำเนินกิจการร้านชำต่อทันที

ในด้านของเนื้อเรื่อง แม้ว่าเกมแนวนี้จุดขายจะไม่ใช่เรื่องราวอันซับซ้อนอะไร แต่ใน Discounty เองก็มีการเขียนบทที่น่าติดตามอยู่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของปัญหาผู้คนภายในชุมชน เช่นการที่เราจะขายปลาหรืออาหารทะเลได้ ก็อาจจะต้องไปเจรจาซื้อจากคนที่ผูกขาดมันเอาไว้ หรือบางทีก็เป็นปัญหาที่บุคคลทะเลาะกันเองในชุมชน แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ก็ถือว่าทำให้เกมมีความสนุกขึ้นมาบ้างในด้านของการอ่านเนื้อเรื่อง แต่ใครจะช่างมันทั้งหมด กดข้ามแหลกแล้วไปสนุกกับการจัดแจงร้านค้าของเราก็ทำได้ เพราะเกมนี้ออกแบบระบบเกมเพลย์มาให้เล่นสนุกมาก ๆ ในแง่ของการเป็นเกมจำลองการเปิดร้านชำ
ธุรกิจนี้รันเองคนเดียวอีกครั้ง

เป็นธรรมดาของเกมแนวนี้ ที่ไม่ว่าเกมจะออกแบบมาให้เรามาเปิดธุรกิจหรือใช้ชีวิตแบบไหนเป็นหลัก แต่เราคนเดียวมักจะแบกทุกอย่างเสมอ ใน Discounty เองก็เช่นกัน เกมนี้ผู้เล่นจะได้จัดการบริหารทุกอย่างภายในร้านเองทั้งหมด แม้ช่วงแรกจะมี Grace ผู้ช่วยคอยสอนงานอยู่ แต่ Grace จะทำหน้าที่เหมือนกับ Tutorial ของเกม พอผ่านไปสักช่วง Grace ก็จะหายไป และเราก็ต้องลุยจัดการร้านเพียงคนเดียว
เกมเพลย์หลัก ๆ ของ Discounty คือการที่เราจะต้องจัดการร้านชำของตัวเองทุกอย่างไปพร้อม ๆ กับการทำภารกิจเนื้อเรื่อง (Main Task) เพราะหลากหลายระบบรวมไปถึงการขยับขยายพื้นที่ร้าน จำเป็นจะต้องผ่านภารกิจหลักเสียก่อน

แต่เกมนี้ไม่ใช่เกมที่มีระบบซับซ้อน หรือมีอะไรมากดดันผู้เล่น ในช่วงแรกสินค้าที่ผู้เล่นขายได้อาจจะยังมีไม่มากนัก แค่ผัก ผลไม้ทั่วไป แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ จะค่อย ๆ ปลดล็อคระบบที่ใช้แต้มพิเศษมาปลดล็อคสิ่งของมาขายในร้านค้า และหมวดหมู่สินค้าก็จะเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในบ้าน พวกแชมพู สบู่ กระดาษทิชชู่ ของกินที่แบ่งออกเป็นอาหารซีฟู้ด ไข่ เนื้อ และยกระดับไปเป็นพวกของใช้ในครัวเรือนที่มีเกรดสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้จะดึงดูดให้คนมาร้านของเรามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
และการคิดเงินของเกมนี้ก็ให้อารมณ์เหมือนกับเราเป็นพนักงานคิดเงินจริง ๆ เมื่อเรายืนอยู่หน้าเครื่องคิดเงิน ตัวเกมจะแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วน ส่วนซ้ายจะเป็นเมนูรายการสินค้าพร้อมราคา ส่วนขวาจะเป็นแผงคิดเงิน หากใช้จอย สามารถเลื่อนอนาล็อกหรือ D-Pad ขึ้นบนลงล่าง ซ้ายขวา เพื่อใช้การกดปุ่มตัวเลขและคำนวณบวกลบคูณหารได้เลย แต่เกมนี้จะมีแค่บวกกับคูณเท่านั้นแหละที่ได้ใช้บ่อย ๆ

แต่ถ้าใช้คีย์บอร์ดก็จะเป็นอีกฟีลนึง เพราะคราวนี้แหละ เราจะเหมือนกับแคชเชียร์คิดเงินของจริง โดยเราสามารถใช้แป้น Numpad ของคีย์บอร์ดกดคำนวณราคาได้อย่างรวดเร็ว และเกมนี้ก็ไม่ได้มีกำหนดตายตัวว่าจะคิดเงินวิธีไหน ถ้าหัวคุณไวพอ จะกดมูลค่ารวมสิ่งของนั้นไปเลยก็ได้ แต่ถ้าของมีราคา และลูกค้าซื้อหลายชิ้น ก็ใช้วิธีคูณเอา เกมก็ยังรองรับอีกต่างหาก
แต่อย่างที่บอก เกมนี้จะไม่ค่อยกดดันหรือลงโทษผู้เล่น ต่อให้คุณกดเลขผิด มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าโกรธหรือหงุดหงิด หรือต่อให้เราคิดเงินช้า อย่างมากลูกค้าก็แค่ลดความพึงพอใจจากสูงสุดไปเป็นระดับพอดี ๆ ซึ่งไม่ได้ส่งผลให้เกมเล่นยากขึ้นแต่อย่างใด
ส่วนของสินค้า เมื่อชิ้นใดใกล้หมด เราก็ต้องมานั่งดูว่าจะสั่งของใดมาลงเพิ่ม เกมนี้ไม่ได้มีระบบบอกว่าชิ้นไหนขายดีไม่ดี การมีสินค้าสต๊อกไว้ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว และอีกระบบสำคัญของเกมนี้จริง ๆ เลยก็คือการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ เพราะตัวร้านมีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงเกมยังมีการจำแนกไอเทมออกเป็นลังใส่ของ ลังเปล่า ชั้นวางของที่ต่างกัน ส่วนนี้ใครชื่นชอบการบริหารจัดการพื้นที่และกระเป๋าก็จะยิ่งชอบเข้าไปอีก

ยกตัวอย่างเช่น หากเราสั่งนม 1 ล็อตมาลง เมื่อเราแกะนมออกมา จะเหลือลังเปล่า ซึ่งเจ้าลังเปล่านี้ ถ้าถือไว้กับตัวจะกินพื้นที่ช่อง Quick Slot ของเรา แต่ถ้าวางไว้ในร้านก็จะเกะกะพื้นที่ เราจึงต้องเอาไปรีไซเคิลเพื่อให้ได้เงินมาแทน การบริหารจัดการร้านและพื้นที่ในร้านจึงกลายเป็นความสนุกสำคัญของเกมนี้
ผจญภัยในเมือง พูดคุยกับผู้คนและขยับขยายกิจการ

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้จริง ๆ สำหรับเกมแนวนี้ก็คือเรื่องราวการใช้ชีวิตที่ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจในร้าน สำหรับเกมนี้ ความสะดวกสบายและอิสระของมันคือ เราไม่ต้องมานั่งเปิดร้าน ขายของกันตลอดเวลา แถมระยะเวลาตอนเปิดร้านก็จะวิ่งเร็วปกติ ราวกับว่าไม่อยากให้เราทำงานหนักยังไงยังงั้น
เมื่อถึงเวลา 17.00 น. (ในเกม) ร้านค้าจะปิดอัตโนมัติ และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นไปทำความรู้จัก และสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเมือง ซึ่งจะมีเขตท่าเรือ เขตป่า เขตฟาร์ม รวมไปถึงเขตกักกันที่ต้องใช้เวลาในการเล่นไปตามเนื้อเรื่องเพื่อปลดล็อค นอกจากนั้นงานของเรายังเป็นการช่วยให้คนกลับมาทำกิจการของตัวเองได้ ด้วยการพูดคุย ส่งมอบสิ่งของ และอื่น ๆ

ภายในเมืองจะมีร้านค้า ธนาคาร บาร์ ที่เราสามารถพูดคุยกับผู้คน รับรู้เรื่องราวได้ตั้งแต่ครอบครัวทะเลาะกันไปจนถึงเรื่องชาวบ้าน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ค่อยจะมีส่วนร่วมกับระบบ Progression ในเกมสักเท่าไร ทุกอย่างเป็นแค่การรับรู้เรื่องราวในเกมเพิ่มเติมเท่านั้น ระบบ Progression ของเกมนี้จะหนักไปที่การบริหารร้านแบบเต็ม ๆ
บางคนอาจจะชอบที่เกมไม่ค่อยมีอะไรกดดัน แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าเกมขาดความท้าทาย และเราก็ทำได้แค่เล่นซ้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อปลดล็อคของใหม่ ๆ ถ้าใครไม่ตามอ่านเนื้อเรื่องก็อาจจะไม่ชอบส่วนอื่น ๆ ของเกมนี้เพิ่มเลย แต่ใครที่ชอบเกมแนว Cozy ผ่อนคลาย ไม่ค่อยมีการลงโทษจากระบบเกม และปล่อยให้ผู้เล่นทำอะไรได้ตามใจ Discounty ออกแบบระบบนี้มาได้ค่อนข้างดี

อาจจะมีข้อเสียอีกอย่างที่เลี่ยงได้ยากคือเกมนี้ในราคาโซนไทยที่มีราคาสูงถึง 738 บาท ที่เป็นราคาที่สูงเอาเรื่องสำหรับเกมแนวนี้ ก็ต้องรอดูว่าอนาคตจะมีการปรับราคาลงหรือเปล่า เพราะดูท่าช่วงนี้มีหลายเกมเลยทีเดียวที่ตั้งราคาผิดไปจากโซนประเทศนั้น ๆ













